หลักเกณฑ์ในการขึ้นทะเบียนเกษตรกร ที่มีสิทธิ์รับเงินเยียวยาเกษตรกร 15,000 บาท

โดย MoneyGuru.co.th, ในหมวดหมู่ "ไลฟ์สไตล์"

May 7, 2020


มาทำความรู้จัก หลักเกณฑ์ในการขึ้นทะเบียนเกษตรกร รับเงินเยียวยาเกษตรกร  มีกี่ประเภทที่มีสิทธิ์รับเงินเยียวยาเกษตรกร 15,000 บาท และมีรายละเอียดเป็นอย่างไรบ้าง ไปหาคำตอบกันเลย….


วิธีตรวจสอบสิทธิ์รับเงินเยียวยาเกษตรกร 15,000 บาท รอบ 2

อัพเดท…วิธีตรวจสถานะได้สิทธิ์เยียวยาเกษตรกรแต่ไม่ได้รับเงิน 15,000 บาท

วิธีตรวจสอบสิทธิ์รับเงินเยียวยาเกษตรกร 15,000 บาท แบบง่ายๆ


หลักเกณฑ์ในการขึ้นทะเบียนเกษตรกร รับเงินเยียวยาเกษตรกร

หลักเกณฑ์ในการขึ้นทะเบียนเกษตรกร-รับเงินเยียวยาเกษตรกร

หลังจากที่ทางรัฐบาลออกมาตรการเยียวยาเกษตรกร  เพื่อแจกเงิน 5,000 บาทเป็นเวลา 3 เดือนรวมเป็นเงิน 15,000 บาทนั้นในเวลานี้ยังมีเกษตรกรอีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่เข้าใจและยังต้องเข้าไปปรับปรุงข้อมูลการเพาะปลูกเป็นเป็นระหว่างปี 2562-2563 เท่านั้นเพื่อที่จะทำการขึ้นทะเบียนเกษตรกรได้ ดังนั้นวันนี้เราจะพาไปดูหลักเกณฑ์ในการขึ้นทะเบียนเกษตรกรในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

นินามเกษตรกร และ  นิยามของครัวเรือน

นินามเกษตรกร คือ บุคคลธรรมดาที่ประกอบการเกษตร และนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ในการประกอบการเกษตร และได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้กับหน่วยงานที่ขึ้นทะเบียนตามระเบียบฯ

นิยามของครัวเรือน คือ บุคคลเดียว หรือหลายคนที่อาศัยอยู่ในบ้านหรือสถานที่เดียวกัน และจัดหาหรือใช้สิ่งอุปโภคบริโภคอันจำเป็นแก่การครองชีพร่วมกัน ซึ่งกำหนดให้ 1 ทะเบียนบ้าน เป็น 1 ครัวเรือน โดยแยกหลักเกณฑ์ตามหน่วยงานต่างๆ ได้ดังนี้

 

5 หลักเกณฑ์ในการขึ้นทะเบียนเกษตรกร

1.กรมส่งเสริมการเกษตร

  • 1.การทำนา หรือทำไร่ อย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกัน 1 ไร่ขึ้นไป
  • 2.การปลูกผัก หรือการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ หรือการเพาะเห็ด หรือการปลูกพืชอาหารสัตว์อย่างใดอย่างหรือรวมกัน 1 งานขึ้นไป
  • 3.การปลูกไม้ผลไม้ยืนต้น หรือการปลูกสวนป่า หรือปลูกป่าเศรษฐกิจแบบสวนเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกัน 1 ไร่ขึ้นไป และมี 50 ต้นขึ้นไป
  • 4.การปลูกไม้ผล/ไม้ยืนต้นแบบสวนผสมอย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกันอย่างน้อย 1 ไร่และมี 50 ต้นขึ้นไป
  • 5.การเลี้ยงแม่โคนม 1 ตัวขึ้นไป
  • 6.การเลี้ยงโค หรือกระบือ อย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกัน 2 ตัวขึ้นไป
  • 7.การเลี้ยงสุกร แพะ หรือแกะอย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกัน 5 ตัวขึ้นไป
  • 8.การเลี้ยงสัตว์ปีก 50 ตัวขึ้นไป
  • 9.การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
  • 10.การทำนาเกลือสมุทร 1 ไร่ขึ้นไป
  • 11.การปลูกหม่อน การเลี้ยงไหมอย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกัน
  • 12. การเพาะเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจและเกษตรอื่นๆ
  • 13.ประกอบการเกษตรอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน นอกเหนือจากหลักเกณฑ์ 12 ข้อ และมีรายได้ตั้งแต่ 8,000 บาทต่อปีขึ้นไป

 

2.กรมปศุสัตว์

  • 1.การเลี้ยงแม่โคนม 1 ตัวขึ้นไป
  • 2.การเลี้ยงโค หรือกระบือ อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือรวมกัน 2 ตัวขึ้นไป
  • 3.การเลี้ยงสุกร แพะ หรือแกะอย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกัน 5 ตัวขึ้นไป
  • 4.การเลี้ยงสัตว์ปีก 50 ตัวขึ้นไป
  • 5.กรณีจำนวนสัตว์ที่เลี้ยงไม่เป็นไปตามเกณฑ์ ต้องมีการเลี้ยงสัตว์ชนิดอื่นร่วมด้วยไม่น้อยกว่า 1 ชนิด

 

3.กรมหม่อนไหม

  • 1.การปลูกหม่อน การเลี้ยงไหม อย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมกัน
  • 1) ใบหม่อนสดเพื่อจำหน่ายใบ ต้องมีพื้นที่/จำนวนต้นไม่น้อยกว่า 1 งาน หรือ 250 ต้น
  • 2) ใบหม่อนเพื่อทำชาหม่อน ต้องมีพื้นที่/จำนวนต้น ไม่น้อยกว่า 1 งาน หรือ 250 ต้น
  • 3) หม่อนผลสด ต้องมีพื้นที่/จำนวนต้น ไม่น้อยกว่า 1 งาน หรือ 25 ต้น
  • 4) ใบหม่อนสดเพื่อเลี้ยงไหมหัตถกรรม ต้องมีพื้นที่/จำนวนต้น ไม่น้อยกว่า 1 งาน หรือ 250 ต้น
  • 5) ใบหม่อนสดเพื่อเลี้ยงไหมอุตสาหกรรม ต้องมีพื้นที่/จำนวนต้น ไม่น้อยกว่า 1 ไร่ หรือ 375 ต้น
  • 2.เกษตรกรผู้เลี้ยงไหมต้องมีห้องเลี้ยง/โรงเลี้ยงไหม พร้อมอุปกรณ์การเลี้ยงไหมครบ
  • 3.เกษตรกรผู้ทอผ้าไหม ต้องมีกี่อย่างน้อย 1 ตัว พร้อมอุปกรณ์การทอผ้าไหมครบ โดยมีกี่เป็นของตนเอง และหรือเป็นของกลุ่ม

 

4.กรมประมง

  • 1.การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (ทบ.1) เช่น ฟาร์มเลี้ยง โรงเพาะฟัก ที่ทะเบียนเกษตรกรยังมีอายุอยู่
  • 2.เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ทำการประมง (ทบ.3) ได้แก่ ทะเบียนชาวประมง (ภาคสมัครใจ) / ทะเบียนเจ้าของเรือประมงพื้นบ้าน / ทะเบียนผู้ได้รับอนุญาตทำการประมง / ทะเบียนผู้ได้รับอนุญาตทำการประมงพื้นบ้าน ตาม ม.174 แห่ง พ.ร.ก.การประมง พ.ศ.2558 / ทะเบียนคนประจำเรือประมงทั้งเรือประมงพาณิชย์และเรือประมงพื้นบ้าน (แรงงานไทย) ที่ทะเบียนเกษตรกรยังมีอายุอยู่
  • 3.เกษตรกรที่ได้รับอนุญาตให้ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ตาม ม.175 แห่ง พ.ร.ก.การประมง พ.ศ.2558
  • 4.เกษตรกรได้จดแจ้งการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในที่จับสัตว์น้ำในที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน
  • 5.ทะเบียนผู้จดแจ้งการประกอบกิจการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำควบคุม ในพื้นที่ตามประกาศของคณะกรรมการประมงประจำจังหวัดตาม ม.77 พ.ศ.2558
  • 6.การทำนาเกลือสมุทร 1 ไร่ขึ้นไป

 

5.การยางแห่งประเทศไทย

  • 1.ผู้ขอขึ้นทะเบียนจะต้องเป็นเจ้าของ ผู้เช่า หรือผู้ทำสวนยาง และคนกรีดยาง ซึ่งมีสิทธิได้รับผลผลิตจากต้นยางในสวนยางนั้น
  • 2.ผู้ขอขึ้นทะเบียนสามารถขอขึ้นทะเบียนได้ ณ ที่ทำการการแยางแห่งประเทศไทย หรือสถานที่ที่การยางแห่งประเทศไทยกำหนด ในพื้นที่สวนยางตั้งอยู่ หากมีสวนยางหลายแปลงและอยู่ต่างพื้นที่กัน ให้ไปยื่นขอขึ้นทะเบียนในพื้นที่ตามที่ตั้งแปลงหลักหรือแปลงที่มีพื้นที่มากสุด
  • 3.เกษตรกรชาวสวนยางต้องมีสวนยางตั้งอยู่บนที่ดินที่ตนเองมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิ์ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเป็นผู้เช่า หรือผู้ทำยาง หรือคนกรีดยางในสวนยางดังกล่าว
  • 4.กรณีคนกรีดยาง ให้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนได้ ณ ที่ทำการการแยางแห่งประเทศไทย หรือสถานที่ที่การยางแห่งประเทศไทยกำหนด ในพื้นที่สวนยางตั้งอยู่เท่านั้น

 

หากเกษตรกรท่านไหนที่เข้าเกณฑ์ก็สามารถที่จะ ลงทะเบียนรับเงินเยียวยาเกษตรกร 15,000 บาท ช่วงวิกฤตโควิด-19 ได้ทันที ส่วนท่านที่ไม่ทราบสามารถ ดูได้ที่ลิงค์ด้านล่างนี้

วิธีลงทะเบียนรับเงินเยียวยาเกษตรกร 15,000 บาท ช่วงวิกฤตโควิด-19

 

นอกจากนี้ยังมีหลีกเกณฑ์ของหน่วยงานอื่นๆ เช่น สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ที่มีการกำหนดการขอจดทะเบียนเป็นชาวไร่อ้อย ตาม พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ.2527 และการขอจดทะเบียนเป็นหัวหน้ากลุ่มชาวไร่อ้อย ตาม พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ.2527 รวมถึงการจดทะเบียนสถาบันชาวไร่อ้อย เป็นต้น ซึ่งสามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย อีกทั้งยังมีหลักเกณฑ์อื่นๆ ของการยาสูบแห่งประเทศไทย

 

ในช่วงภาวะวิกฤตไวรัสโคโรนาแบบนี้ อยู่บ้านช้อปปิ้งสิ่งอาหารมาทานน่าจะปลอดภัยกว่าออกไปข้างนอกแน่นอน MoneyGuru ขอให้ทุกท่านรักษาสุขภาพและเป็นกำลังใจให้เราผ่านช่วงนี้ไปด้วยกัน ส่วนใครที่มองหาตัวช่วยในการจับจ่ายใช้สอยที่ง่าย สะดวก และทำได้ที่บ้าน เรายังมีบัตรเครดิตอื่นๆ ให้เลือกใช้ เข้ามาเปรียบเทียบบัตรเครดิตได้ทุกวัน

เปรียบเทียบบัตรเครดิต

 

ที่มา : doae, bangkokbiznews, rubber, mcot, dld,

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน