นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนมีกี่แบบ แต่ละแบบใช้อย่างไรบ้าง

โดย MoneyGuru.co.th, ในหมวดหมู่ "เคล็ดลับการเงิน"

October 30, 2020


วันนี้เราไปดู นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนมีกี่แบบ แต่ละแบบใช้อย่างไรบ้าง นอกจากนี้ในโลกนี้มีกี่แบบแต่ละประเทศใช้แบบไหนกันบ้าง เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปชมกันเลย

นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนมีกี่แบบ แต่ละแบบใช้อย่างไรบ้าง

นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนมีกี่แบบ แต่ละแบบใช้อย่างไรบ้าง

รูปภาพจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย

สำหรับนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนนั้นโดยปกติแต่ประเทศมีการเลือกใช้นโยบายที่แตกต่างกันตามบริบทของเศรษฐกิจในแต่ละประเทศ โดยเราไปดูรายละเอียดของแต่ละประเภทกันดีกว่า

นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัว (Free Floating)

  • คือการปล่อยให้มูลค่าอัตราแลกเปลี่ยน โดยจะปรับตัวขึ้นลงตามกลไกตลาด อัตราแลกเปลี่ยน ปราศจากการแทรกแซงจากภาครัฐบาลและธนาคารการ
  • สำหรับประเทศที่เลือกใช้ อัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัว ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย แคนาดา ญี่ปุ่น เม็กซิโก สหภาพยุโรป ยูโร สหราชอาณาจักร รัสเซีย

นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนมีกี่แบบ แต่ละแบบใช้อย่างไรบ้าง

 

อัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัวแบบมีการจัดการ (Managed Float)

  • คืออัตราแลกเปลี่ยนขึ้นลงตามกลไกตลาด แต่มีการแทรกแซง จากภาครัฐหรือธนาคารกลางบ้าง หากไม่สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ
  • สำหรับประเทศที่เลือกใช้ อัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัวแบบมีการจัดการ ได้แก่ บราซิล อินโดนีเซีย ไทย เกาหลีใต้ อินเดีย มาเลเซีย เซาท์ แอฟริกา ฟิลิปปินส์ ตุรกี

 

นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนมีกี่แบบ แต่ละแบบใช้อย่างไรบ้าง

 

อัตราแลกเปลี่ยนแบบ ผูกค่าเงินแบบอ่อน (Soft Peg)

  • คือการปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาดแค่ระดับหนึ่ง แต่จำกัดการเปลี่ยนแปลงด้วยวิธีต่างๆ โดยจะมีการกำหนดกรอบค่าเงินและภาครัฐหรือธนาคารกลางจะเข้ามาแทรกแซงมากกว่า Managed Float เพื่อให้ค่าเงินอยู่ในกรอบ
  • สำหรับประเทศที่เลือกใช้ อัตราแลกเปลี่ยนแบบผูกค่าเงินแบบอ่อน ได้แก่ เวียดนาม ลาว สิงคโปร์ เมียนมา

 

นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนมีกี่แบบ แต่ละแบบใช้อย่างไรบ้าง

อัตราแลกเปลี่ยนแบบ ผูกค่ากับเงินสกุลอื่นแบบตายตัว (Fixed/Pegged)

  • คือการกำหนดให้อัตราแลกเปลี่ยนมีมูลค่าที่เทียบกับสถุลเงินหนึ่งหรือมูลค่าตามเงินในตะกร้าสกุลเงินที่กำหนดไว้เท่านั้น และจะปรับมูลค่าอัตราแลกเปลี่ยนไม่บ่อย
  • สำหรับประเทศที่เลือกใช้ ผูกค่ากับเงินสกุลอื่นแบบตายตัว ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย เขตปกครองพิเศษ ฮ่องกง บรูไน เดนมาร์ก จีน

 

นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนมีกี่แบบ แต่ละแบบใช้อย่างไรบ้าง

 

​อัตราแลกเปลี่ยนและดัชนีค่าเงินบาทในประเทศไทย (NEER&REER) ​

สำหรับอัตราแลกเปลี่ยนในประเทศไทยนั้นทาง ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือธปท. ได้ดำเนินนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนลอยตัวแบบมีการจัดการ (managed float) ตั้งแต่ กรกฎาคม 2540 ทั้งนี้ ภายใต้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่ใช้นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนลอยตัวแบบมีการจัดการ ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปตามภาวะตลาด ซึ่งสะท้อนความต้องการและอุปทานของเงินบาทเทียบกับเงินตราต่างประเทศทั้งนี้ในการดำเนินนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนลอยตัวแบบมีการจัดการนั้น ธปท. คือ

  • (1) จะไม่กำหนดระดับอัตราแลกเปลี่ยน ณ ค่าใดค่าหนึ่ง
  • (2) จะดูแลไม่ให้อัตราแลกเปลี่ยนเคลื่อนไหวผันผวนมากเกินไป โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวจากเงินทุนไหลเข้าเพื่อเก็งกำไร โดยการดูแลอัตราแลกเปลี่ยนต้องไม่ขัดกับนโยบายการเงินภายใต้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ

อย่างไรก็ตาม ในบางขณะ ความต้องการระหว่างอุปสงค์และอุปทานมิได้พอดีกัน ทำให้ค่าเงินบาทแกว่งขึ้นลงตลอดเวลา โดย ธปท. มีนโยบายให้อัตราแลกเปลี่ยนเคลื่อนไหวตามภาวะตลาดภายใต้เงื่อนไขดังนี้

  • (1) ดูแลความผันผวน (volatility) ของค่าเงินให้อยู่ในระดับที่เศรษฐกิจรับได้
  • (2) รักษาความสามารถในการแข่งขันโดยพิจารณาจาก Nominal effective exchange rate (NEER) เป็นหลัก ซึ่งประกอบด้วยสกุลเงินของคู่ค้าและ คู่แข่งที่สำคัญในตลาดที่สาม ไม่ใช่เฉพาะ ดอลลาร์ สรอ.
  • (3) ไม่ฝืนแนวโน้มที่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ เพราะจะนำไปสู่การสะสมความไม่สมดุล (Imbalances)

 

พิเศษสำหรับท่านที่กำลังจะออกรถช่วงเวลานี้ MoneyGuru แจกบัตรเติมน้ำมัน 1,500 บาท ฟรี..!! เพียงแค่ท่านซื้อประกันรถยนต์กับทางเว็บไซต์ MoneyGuru.co.th เนื่องจากในทุกวันนี้ การใช้รถใช้ถนนมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ตลอดเวลา ดังนั้นนอกจากผู้ใช้รถทุกคนต้องไม่ประมาทและควรระมัดระวังในการขับขี่แล้ว การทำประกันภัยรถนั้นก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยให้ท่านเพิ่มความอุ่นใจในการใช้รถใช้ถนนมากขึ้น

แจกบัตรเติมน้ำมัน-1500-บาท-ฟรี..-ยิ่งซื้อมาก-ยิ่งได้มาก

ไม่พลาดทุกเรื่องราวข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @MoneyGuruThailand

อ้างอิงข้อมูลจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย

;

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน