หนีหนี้บัตรเครดิต ระวังจะโดนยึดทรัพย์หมดตัว 

โดย MoneyGuru.co.th, ในหมวดหมู่ "บัตรเครดิต"

May 7, 2020


หนีหนี้บัตรเครดิต หลายคนอาจเคยมีคำนี้แวบขึ้นมา หรือบางคนถึงขั้นทำไปแล้วด้วยซ้ำ แอดมินขอเตือนว่าอย่าทำแบบนั้นดีกว่า เพราะผลของการหนีหนี้บัตรเครดิตมีมากมายเกินกว่าที่เข้าใจ เพราะการหนีหนี้บัตรเครดิต ระวังจะโดนยึดทรัพย์หมดตัว 

หนีหนี้บัตรเครดิต ระวังจะโดนยึดทรัพย์หมดตัว 

หนีหนี้บัตรเครดิต

สิ่งที่คนไม่รู้ หรือเพิกเฉยโดยไม่ให้ความสำคัญ อาทิ วิธีการคำนวณดอกเบี้ยหากต้องผ่อนจ่าย 10% หรือหยุดชำระหนี้บัตรเครดิตเพราะเห็นว่าเป็นหนี้ไม่กี่ร้อยบาท แต่หารู้ไม่ว่าผลลัพธ์เหล่านี้อาจถึงขั้น “ยึดทรัพย์”

วิธีการคิดดอกเบี้ย สิ่งที่คนไทยไม่ค่อยรู้

ฉัตรพงศ์ วัฒนจิรัฏฐ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและให้คำปรึกษาลูกค้าบุคคลธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่าวิธีการคำนวณดอกเบี้ยจากบัตรเครดิต มีคนไทยไม่ค่อยรู้ ยกตัวอย่างการผ่อนชำระขั้นต่ำ 10% สมมุติไปซื้อสินค้าวันที่ 8 มีนาคม 2557 จำนวน 30,000 บาท และบัตรเครดิตสรุปยอดวันที่ 5 เมษายน 2557 และไปซื้อก่อนวันสรุปยอด พอสรุปยอดเสร็จ 5 เมษายน ก็จะบอกว่าให้กำหนดชำระเมื่อไหร่ โดยทั่วไปจะบวกไป 15 วัน ก็คือชำระวันที่ 20 เมษายน 2557

กรณีซื้อของราคา 30,000 บาท เลือกจ่ายขั้นต่ำ 10% คือ 3,000 บาท ยอดเหลือ 27,000 บาท หมายความว่าผู้ใช้ยินดีจ่าย พอจ่ายขั้นต่ำ แบงก์ก็จะคิดดอกเบี้ย คนทั่วไปมักจะคิดว่าก็คิดตั้งแต่ 20 เมษายน 2557 เป็นวันที่เริ่มชำระ แต่ในความเป็นจริงไม่ใช่ แบงก์จะย้อนคิดดอกเบี้ยตั้งแต่ที่ซื้อสินค้าวันแรก ก็คือวันที่ 8 มีนาคม ถึง 19 เมษายน รวมระยะเวลา 43 วัน คูณดอกเบี้ยประมาณ 20% แปลว่าต้องเสียดอกเบี้ย 707 บาท ที่จะนำไปคิดเพิ่มในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นงวดถัดไป

แต่การคำนวณดอกเบี้ยยังไม่จบ เมื่อถึงกำหนดชำระในเดือนหน้า 20 พฤษภาคม มียอดค้างชำระ 27,000 บาท จะมีการคำนวณดอกเบี้ยอีกตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน ถึง 5 พฤษภาคม วันสรุปยอดถัดไป รวมเป็น 16 วัน ฉะนั้นมีการคูณดอกเบี้ยอีก 16 วัน คิดเป็นดอกเบี้ย 237 บาท

กลายเป็นว่าแบงก์คิดดอกเบี้ย 2 เด้ง ครั้งแรก 707 บาท คำนวณดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่จ่ายงวดแรก ส่วนครั้งที่ 2 คำนวณดอกเบี้ยไปถึงงวดถัดไปอีก 237 บาท รวมจ่ายดอกเบี้ย 944 บาท จากเงินต้น 27,000 บาท จะเห็นว่าดอกเบี้ยค่อนข้างสูง

ส่วนอีกกรณี แม้ว่าจะชำระครบทุกบาททุกสตางค์ แต่จ่ายล่าช้า ก็ถือว่าผิดชำระเหมือนกัน การคิดดอกเบี้ยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ซื้อสินค้า จนถึงวันชำระล่าสุด ยกตัวอย่าง จ่าย 25 เมษายน ดอกเบี้ยจะคิดตั้งแต่ 8 มีนาคม ถึง 25 เมษายน จะไม่ใช่ 20-25 เมษายน ดังนั้นจะต้องจ่ายดอกเบี้ยประมาณ 700 กว่าบาท

ยึดทรัพย์ เงินเดือนและโบนัส

การค้างชำระหนี้หลังจาก 6 เดือน และศาลตัดสินให้เจ้าหนี้ชนะคดี แต่ลูกหนี้ไม่ชำระคืนภายใน 15 วัน หรือ 30 วัน เจ้าหนี้สามารถยึดทรัพย์และอายัดเงินเดือนได้ โดยทรัพย์สินที่สามารถยึดได้ เช่น สร้อยคอ แหวนทอง แหวงเพชร นาฬิกาหรู รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ โดยเฉพาะบ้านและที่ดินแม้จะติดจำนองแต่เจ้าหนี้ก็สามารถยึดได้

ส่วนเงินเดือนอายัดไม่เกิน 30% โดยคำนวณจากเงินเดือนก่อนหักค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ภาษี ประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นต้น แต่การอายัดเงินลูกหนี้ จะต้องมีเงินเดือนเกิน 10,000 บาท นอกจากนี้ สามารถอายัดโบนัสได้ครึ่งหนึ่งของลูกหนี้ ส่วนเงินตอบแทนจากการออกจากงาน เจ้าหนี้สามารถยึดได้ทั้งหมด 100%

การติดหนี้บัตรเครดิตจะทำให้มีรายชื่ออยู่ในเครดิตบูโร ซึ่งทำให้ผู้ใช้บัตรเครดิตไม่สามารถกู้เงิน ซื้อบ้าน หรือรถยนต์ได้ เพราะธนาคารจะไม่อนุมัติเนื่องจากเห็นว่าไม่มีวินัยทางด้านการเงิน

การยึดทรัพย์

หลังจากเจ้าหนี้ชนะคดี หากลูกหนี้ไม่มาชำระคืนภายใน 15 วัน เจ้าหนี้มีสิทธิยึดทรัพย์หรืออายัดสิทธิ์เรียกร้องของลูกหนี้ โดยให้ศาลตั้งเจ้าหน้าที่งานบังคับคดี เพื่อออกหมายยึดและอายัดต่อไป

การฟ้องศาล

หลังจากคำพิพากษาของศาลแล้ว ลูกหนี้มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน หากไม่ได้รับการติดต่อกับลูกหนี้จะถือว่าลูกหนี้ยอมรับตามคำพิพากษานั้น

หมายเหตุ

*วันค้างชำระนับจากวันที่ครบกำหนดชำระหนี้ เช่น ครบกำหนดชำระเงินวันที่ 10 วันที่ 11 ถือว่ามีเงินค้าง 1 วัน

*ลูกหนี้สามารถติดต่อเจรจากับเจ้าหนี้ (สถาบันการเงินหรือธนาคาร) ได้ตลอดเวลา

อ่านเพิ่มเติม : แชร์ วิธีปลดหนี้บัตรเครดิต แบบเห็นผล จะกี่ใบก็เอาอยู่

แล้วทั้งหมดที่กล่าวมานี้ก็เป็นผลของการ หนีหนี้บัตรเครดิต ซึ่งจะทำให้มีผลกระทบตามมามหาศาล ไม่คุ้มกันเลยหากมีหนี้ไม่กี่หมื่นแต่ต้องถูกยึดทรัพย์เพราะไม่จ่ายหนี้ ดังนั้นหากมีบัตรเครดิตใช้ ก็ขอให้ชำระหนี้ให้ตรงเวลาและสม่ำเสมอจะเป็นการดีที่สุด

ขอบคุณข้อมูลจาก นภาพร ไชยขันแก้ว ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ใครที่ยังไม่มีบัตรเครดิต MoneyGuru ขอแนะนำให้ท่านมีไว้สักใบ แต่ก่อนตัดสินใจเลือกใบไหนควรเข้ามาเปรียบเทียบบัตรเครดิตเพื่อค้นหาบัตรเครดิตที่ใช่สำหรับคุณ โดยสามารถค้นหาได้ที่นี่เลย 

ในช่วงภาวะวิกฤตไวรัสโคโรนาแบบนี้ อยู่บ้านช้อปปิ้งสิ่งอาหารมาทานน่าจะปลอดภัยกว่าออกไปข้างนอกแน่นอน MoneyGuru ขอให้ทุกท่านรักษาสุขภาพและเป็นกำลังใจให้เราผ่านช่วงนี้ไปด้วยกัน ส่วนใครที่มองหาตัวช่วยในการจับจ่ายใช้สอยที่ง่าย สะดวก และทำได้ที่บ้าน เรายังมีบัตรเครดิตอื่นๆ ให้เลือกใช้ เข้ามาเปรียบเทียบบัตรเครดิตได้ทุกวัน

เปรียบเทียบบัตรเครดิต

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน