รู้จักบัตรเครดิตดีแค่ไหน ทำความรู้จักบัตรเครดิตแบบเจาะลึก

โดย MoneyGuru.co.th, ในหมวดหมู่ "บัตรเครดิต"

May 7, 2020


คิดว่า รู้จักบัตรเครดิต ดีแค่ไหน สิ่งที่เรารู้กันโดยทั่วไปก็คือเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการจ่ายเงินแบบที่ไม่ต้องพกเงินสด และยังสามารถรูดบัตรเพื่อใช้จ่ายล่วงหน้าแล้วมาจ่ายคืนทีหลังได้ บทความนี้เราจะพาทุกคนมาทำความรู้จักบัตรเครดิตดีแค่ไหน ทำความรู้จักบัตรเครดิตแบบเจาะลึก

รู้จักบัตรเครดิตดีแค่ไหน ทำความรู้จักบัตรเครดิตแบบเจาะลึก

รู้จักบัตรเครดิต

บัตรเครดิต เป็นบริการที่สถาบันทางการเงินต่างๆ ออกให้แก่ลูกค้า เพื่อใช้จ่ายแทนเงินสด โดยบัตรเครดิตจะมีวงเงินหรือยอดเงินจำนวนหนึ่งที่ผู้ถือบัตรสามารถนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแทนเงินสดได้ และมีกำหนดชำระเงินให้แก่ธนาคารหรือสถาบันการเงินในภายหลัง ตามรอบบัญชีในแต่ละเดือนตามที่กำหนด ซึ่งปกติรอบบัญชีจะอยู่ที่ 20 – 30 วัน สำหรับบัตรเครดิตที่รู้จักกัน เช่น วีซ่า มาสเตอร์การ์ด เจซีบี ยูเนี่ยนเพย์ อเมริกันเอกซ์เพรส เป็นต้น ซึ่งบัตรเครดิตจากทุกบริษัทสามารถใช้ได้ตามจำนวนวงเงินบัตรที่อนุมัติหักออกด้วยค่าสินค้าและบริการที่ใช้จ่ายผ่านบัตร ค่าธรรมเนียม ดอกเบี้ย และหนี้สินคงค้างที่ยังไม่ได้ชำระ

อ่านเพิ่มเติม : 9 คำถามยอดฮิต ที่คนใช้บัตรเครดิตต้องรู้

ประเภทของบัตรเครดิต 

เราสามารถจำแนกบัตรเครดิตตามรูปแบบการใช้งาน โดยสามารถจำแนกตามรูปแบบการใช้งานออกมาได้ 2 ประเภทด้วยกันคือ บัตรเครดิตเพื่อธุรกิจ และบัตรเครดิตร่วม

  • บัตรเครดิตเพื่อธุรกิจ (Business Card / Corporate Card) เป็นบัตรเครดิตที่ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตออกให้ตามความประสงค์ และคำขอของหน่วยงานราชการ หน่วยงานรัฐ หรือบริษัท โดยทางหน่วยงาน หรือบริษัทที่ขอบัตรจะเป็นผู้รับผิดชอบชำระหนี้ที่เกิดจากการใช้บัตรเครดิต อย่างเช่น บริษัทอาจขอทำบัตรเครดิตให้กรรมการบริษัทถือไว้ เพื่อใช้ในการเลี้ยงรับรองลูกค้า เป็นต้น
  • บัตรเครดิตร่วม (Co-Branded) ที่ธนาคารออกร่วมกับบริษัท หรือร้านค้า เป็นบัตรเครดิตที่ออกโดยธนาคารร่วมกับบริษัท หรือร้านค้าที่เป็นพันธมิตรกัน เพื่อให้ผู้ถือบัตรเครดิตได้รับส่วนลด หรือสิทธิพิเศษจากการใช้บัตรที่บริษัท หรือร้านค้านั้นๆ 

นอกจากนี้บัตรเครดิตยังจำแนกตามระดับของสิทธิประโยชน์ได้ ดังนี้ 

  • บัตรพื้นฐาน “คลาสสิค” เป็นบัตรพื้นฐานที่ผู้เริ่มใช้บัตรเครดิต สมัครแล้วจะได้รับเป็นบัตรนี้ เพราะฐานเงินเดือนที่ใช้ในการสมัครน้อยกว่า ผู้ที่ใช้บัตรเครดิตประเภทอื่น ๆ
  • บัตรระดับกลาง “โกลด์” เป็นบัตรเครดิตที่ผู้สมัครมีฐานรายได้สูงกว่าบัตรพื้นฐาน และมีสิทธิพิเศษตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด ซึ่งอาจจะมากกว่าบัตรเครดิตพื้นฐาน โดยการแยกตามวัตถุประสงค์ในการใช้งาน อย่างเช่น บัตรเฉพาะสำหรับผู้หญิง เป็นต้น
  • บัตรระดับสูง “ไทเทเนี่ยม” เป็นบัตรเครดิตที่ให้สิทธิพิเศษ และผลประโยชน์กับผู้ถือบัตรเครดิตสูงกว่าบัตรเครดิตทั้ง 2 ประเภทแรก อย่างเช่น เพิ่มความคุ้มครองประกันภัยให้ด้วย แต่ก็จะมีค่าธรรมเนียมสูงกว่าด้วยเช่นกัน
  • บัตรระดับ Exclusive (บางแบรนด์ก็เรียกกันต่อท้ายประมาณว่า “บียอนด์” หรือ “วิสดอม” และอื่น ๆ) เป็นบัตรเครดิตที่กำหนดรายได้ขั้นต่ำ หรือสินทรัพย์ของผู้ถือบัตรสูงที่สุด พร้อมให้สิทธิพิเศษและผลประโยชน์แก่ผู้ถือบัตรมากที่สุด อย่างเช่น การคุ้มครองประกันภัยวงเงินสูง สิทธิประโยชน์บางอย่างที่พิเศษกว่าบัตรอื่น ๆ เช่น ใช้ Executive Lounge ที่สนามบินได้ แต่ก็จะมีค่าธรรมเนียมรายปีสูงที่สุดด้วยเช่นกัน

การทำงานของบัตรเครดิต 

ผู้ใช้สามารถนำบัตรมาซื้อ สินค้าและบริการได้ตามวงเงินที่ธนาคารอนุมัติ หลังจากผู้รับบริการได้ บัตรเครดิตแล้ว ผู้ขายหรือผู้ให้บริการจะต้องเช็คยอดที่จ่ายกับทางธนาคารก่อนและจะได้รับรหัสอนุมัติจากธนาคาร ในสมัยก่อนจะเป็นเครื่องรูดบัตร ร้านค้าต้องโทรศัพท์ไปที่ธนาคาร แต่ปัจจุบันนี้มีเครื่องรูดบัตรที่จะออนไลน์กับธนาคารเพื่อให้ได้รหัสอนุมัติได้ในทันที จากผู้ขายหรือผู้ให้บริการก็จะนำสลิปไปให้เจ้าของบัตรเซ็นชื่อ เพื่อตรวจสอบว่าเป็นเจ้าของบัตรจริงหรือไม่ โดยเทียบกับลายเซนต์ที่เซนต์ไว้ด้านหลังของบัตรเครดิต และเก็บสำเนาไว้เพื่อส่งให้ธนาคารตรวจสอบได้ในภายหลัง ปัจจุบันบัตรเครดิตนอกจากจะเป็นที่นิยมในการซื้อสินค้าตามราคาทั่วไปแล้ว ยังนิยมมาใช้ในการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตอีกด้วย

เมื่อมีการซื้อขายสินค้าผ่านบัตรเครดิต ผู้ใช้บัตรเครดิตจะต้องแสดงความสมยอมว่าการซื้อขายนั้นได้เกิดขึ้นจริง ด้วยการเซ็นชื่อในใบเสร็จ หากเป็นการซื้อขายทางอินเทอร์เน็ต ผู้ใช้อาจจะกรอกราย PIN Number และหมายเลขบัตรเครดิต เพื่อเป็นการแสดงความจำนงในการซื้อขาย

การชำระเงินคืนบัตรเครดิต เมื่อได้รับใบเรียกเก็บเงินจากบริษัทบัตรเครดิตหรือธนาคารผู้ออกบัตรแล้ว สามารถเลือกชำระได้สองวิธี คือ การชำระเต็มจำนวนภายในระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย (ส่วนใหญ่ 45-51 วัน แล้วแต่บริษัทหรือสถาบันการเงินที่ออกบัตร) อีกวิธีหนึ่งคือการชำระเงินขั้นต่ำบางส่วน (ส่วนใหญ่ 10% ของยอดที่ใช้) โดยยอดค้างชำระของบัตรเครดิตจะกลายเป็นเงินกู้ที่เราจะต้องทำการผ่อนชำระเป็นงวดๆ

ขณะนี้ได้มีบัตรเครดิตแบบใหม่ ที่จะใช้ทาบกับเครื่องอ่าน โดยอาศัยหลักการของคลื่นวิทยุ จึงไม่ต้องมีการนำแถบแม่เหล็กไปสัมผัสกับเครื่องอย่างระบบเก่า ทำให้เพิ่มความรวดเร็วในการทำรายการ และเหมาะกับการชำระเงินจำนวนน้อย ๆ

ปัจจุบันนี้ คณะกรรมการว่าด้วยสัญญาสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคได้ประกาศให้บัตรเครดิตมีความหมายรวมถึงบัตรเดบิตด้วยเช่นกัน ทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ได้ให้ความหมายบัตรเครดิตไว้ว่า เป็นบัตรที่ผู้ประกอบธุรกิจออกให้แก่ผู้บริโภค ตามหลักเกณฑ์ค่าบริการ หรือค่าอื่นใด และวิธีการผู้ประกอบธุรกิจกำหนดเพื่อใช้ชำระค่าสินค้าแทนการชำระด้วยเงินสด หรือเพื่อใช้เบิกถอนเงินสด แต่ไม่รวมถึงบัตรที่มีการชำระค่าสินค้า ค่าบริการไว้ล่วงหน้าแล้ว

ดอกเบี้ยบัตรเครดิต

อัตราดอกเบี้ยของบัตรเครดิตในปัจจุบันเท่ากับร้อยละ 18 ต่อปี ซึ่งอัตราดอกเบี้ยนี้ถูกกำหนดและกำกับดูแลโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งจะประกาศให้สถาบันการเงินที่เป็นธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร ผู้เป็นเจ้าของบัตรเครดิตนำอัตราที่กำหนดนี้ไปใช้เป็นอัตราขั้นสูงสุดที่จะสามารถเรียกเก็บจากผู้ใช้บัตรได้ ซึ่งมีธนาคารบางแห่ง ใช้อัตราที่ต่ำกว่า

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ผู้อ่านหลายท่านก็คง รู้จักบัตรเครดิต มากขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตามอย่าลืมว่าใช้บัตรเครดิตก็ต้องระวัง อย่าใช้เพลินจนเป็นหนี้ดินพอกหางหมูเชียว 

ใครที่ยังไม่มีบัตรเครดิต MoneyGuru ขอแนะนำให้ท่านมีไว้สักใบ แต่ก่อนตัดสินใจเลือกใบไหนควรเข้ามาเปรียบเทียบบัตรเครดิตเพื่อค้นหาบัตรเครดิตที่ใช่สำหรับคุณ โดยสามารถค้นหาได้ที่นี่เลย 

ในช่วงภาวะวิกฤตไวรัสโคโรนาแบบนี้ อยู่บ้านช้อปปิ้งสิ่งอาหารมาทานน่าจะปลอดภัยกว่าออกไปข้างนอกแน่นอน MoneyGuru ขอให้ทุกท่านรักษาสุขภาพและเป็นกำลังใจให้เราผ่านช่วงนี้ไปด้วยกัน ส่วนใครที่มองหาตัวช่วยในการจับจ่ายใช้สอยที่ง่าย สะดวก และทำได้ที่บ้าน เรายังมีบัตรเครดิตอื่นๆ ให้เลือกใช้ เข้ามาเปรียบเทียบบัตรเครดิตได้ทุกวัน

เปรียบเทียบบัตรเครดิต

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน