คำถาม-คำตอบ

ประกันรถยนต์ในประเทศไทยมีกี่ประเภทบ้าง?

นอกจากประกันรถยนต์ภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. รถยนต์ที่คุณต้องมีแล้ว ยังมีประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ ที่คุณสามารถเลือกได้ดังนี้

ประกันรถยนต์ ชั้น 1

ประกันรถยนต์ชั้น 1 คือประกันรถยนต์ที่มีความครอบคลุมมากที่สุดในประเทศไทย ครอบคลุมทั้งยานพาหนะ ชีวิต การบาดเจ็บ ของทั้งผู้ขับ คู่กรณี และบุคคลที่สามที่ได้รับผลกระทบด้วย

ประกันรถยนต์ชั้น 2

ประกันรถยนต์ชั้น 2 ครอบคลุมความเสียหายกับยานพาหนะทุกคันที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเหตุรถหาย และไฟไหม้อีกด้วย

ประกันรถยนต์ชั้น 3

ประกันรถยนต์ชั้น 3 ครอบคลุมทรัพย์สินและชีวิตของคู่กรณีและบุคคลภายนอก รวมไปถึงค่ารักษาพยาบาลของคนขับ และผู้โดยสารของรถที่เอาประกัน

ประกันรถยนต์ชั้น 3+

ประกันรถยนต์ชั้น 3+ ครอบคลุมเหมือนกับประกันรถยนต์ชั้น 3 แต่มีเพิ่มขึ้นมาคือ การคุ้มครองรถยนต์ของผู้เอาประกันด้วย เฉพาะในกรณีที่มีการชน และมีคู่กรณีเท่านั้น จะไม่คุ้มครองในกรณีความเสียหายต่อตัวรถยนต์ในกรณีที่ไม่มีคู่กรณี

ระกันรถยนต์ชั้น 2+

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ จะเหมือนกับประกันรถยนต์ชั้น 3+ แต่เพิ่มความคุ้มครองในกรณีที่รถหาย หรือเหตุไฟใหม้เข้าไปด้วย

ควรซื้อประกันรถยนต์รายปี หรือรายเดือน?

การซื้อประกันรถยนต์ หรือการต่อประกัน ควรต่อเป็นรายปีเพราะการซื้อประกันรถยนต์เป็นรายปี จะทำให้คุณจ่ายเบี้ยในอัตราที่ถูกกว่ารายเดือน ทำให้คุณช่วยประหยัดเงินในระยะยาวได้

คำศัพท์ที่ควรรู้เกี่ยวกับประกันรถยนต์มีอะไรบ้าง?

เบี้ยประกันภัย (Premium)

คือ จำนวนเงินที่ผู้เอาประกันจะต้องจ่ายให้กับบริษัทประกัน สาเหตุคือ การทำประกันรถยนต์เป็นสัญญาต่างตอบแทน หากไม่มีการชำระเบี้ยประกันตามที่ระบุ หากมีความเสียหายเกิดขึ้น บริษัทมีสิทธิ์ไม่ชำระค่าสินไหมทดแทนได้

ทุนเอาประกันภัย (Sum Insured)

จำนวนเงินสูงสุดที่ผู้รับประกันภัยจะต้องชดใช้ เมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้นตามสัญญา

ค่าสินไหมทดแทน (Claim Amount)

ความเสียหายที่ผู้เอาประกันภัยเรียกร้องให้ผู้รับประกันภัยชดใช้ โดยความเสียหายดังกล่าว เป็นผลมาจากภัยตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ และมีจำนวนตามที่เสียหายจริง

ค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible)

ค่าใช้จ่ายที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบเองในความเสียหายที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้ง เช่นในการ ประกันภัยรถยนต์มีการกำหนดความเสียหายส่วนแรกไว้ที่ 2,000 บาท/ครั้ง ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นในแต่ละครั้ง หากความเสียหาย เท่ากับ 2,000 บาท หรือน้อยกว่า คุณจะไม่ได้รับการชดเชยจากทางบริษัทประกันภัย หากแต่คุณจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเอง หากความเสียหายของคุณเท่ากับ 3,000 บาทคุณจะจ่ายเพียงแค่ 2,000 บาทเท่านั้น ส่วนบริษัทประกันภัยจะเป็นผู้รับผิดชอบส่วนที่เพิ่มขึ้น 1,000 บาทเอง ค่าเสียหายส่วนแรกจะมีส่วนในการทำให้มูลค่าเบี้ยประกันภัยของคุณลดลงได้ตามจำนวนที่ระบุ นอกเหนือจากนั้น ยังทำให้ ผู้เอาประกันภัยมีความระมัดระวังมากขึ้น (เพราะการเกิดความเสียหายขึ้นจะหมายถึงการเสียค่าเสียหายส่วนแรกด้วย)

ทำไมต้องซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์กับ MoneyGuru.co.th มีประโยชน์และต่างจากการซื้อประกันรถยนต์แบบดั้งเดิมอย่างไร?

MoneyGuru.co.th เป็นเว็บไซต์เปรียบเทียบประกันรถยนต์ที่มุ่งเน้นการบริการที่โปร่งใส เป็นกลาง สะดวก และรวดเร็วมากที่สุดให้กับลูกค้าทุกระดับชั้น ด้วยบริษัทประกันให้ท่านเลือกมากกว่า 20 บริษัท และแพคเกจรวมให้ท่านเลือกมากกว่า 500 แพคเกจ ทำให้เว็บไซต์ของเรามีผลิตภัณฑ์ประกันรถยนต์ให้ท่านเลือกตรงตามความต้องการของแต่ละท่านได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นประกันรถยนต์แบบพรีเมียม หรือประกันรถยนต์แบบสุดคุ้ม สำหรับลูกค้าที่ต้องการจำกัดงบ ทั้งนี้ การใช้บริการของเราต่างจากการซื้อประกันรถยนต์แบบดั้งเดิม คือ ท่านไม่ต้องเสียเวลาในการหาข้อมูลของหลายๆ บริษัทที่ท่านสนใจ แต่เรารวมเอาทุกบริษัทที่น่าเชื่อถือ และมีผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจมาไว้ที่นี่ที่เดียว ที่ท่านสามารถเลือกซื้อแระกันได้เพียงปลายนิ้ว พร้อมผู้เชี่ยวชาญที่ท่านสามารถปรึกษาได้ นอกจากนี้เรายังให้บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

หลังจากคลิกปุ่ม "ซื้อเลย" แล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเป็นอย่างไร

    หลังจากคลิกปุ่ม "ซื้อเลย" เมื่อท่านเลือกซื้อประกันรถยนต์ที่ถูกใจเรียบร้อยแล้ว

  • ท่านจะถูกนำไปที่หน้าเพจของใบสมัครของบริษัทประกันโดยตรง
  • หลังจากกรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อท่านกลับเมื่อทางเราได้รับข้อมูลของท่าน
  • หลังจากนั้น ให้ทางลูกค้าเตรียมเอกสารที่จำเป็นสำหรับการออกกรมธรรม์ อาทิ กรมธรรม์ฉบับเก่า เล่มทะเบียน เตรียมบัตรเครดิต หากท่านมีความประสงค์จะชำระเบี้ยประกันด้วยบัตรเครดิต รวมไปถึงการเตรียมที่อยูที่จะใช้ในการจัดส่งกรมธรรม์
  • เตรียมคำถามเพื่อถามเจ้าหน้าที่ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม เพราะเจ้าหน้าที่ของเราคือผู้เชี่ยวชาญด้านประกันรถยนต์ ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้

จะชำระเงินค่าเบี้ยประกันรถยนต์ต้องทำอย่างไร?

MoneyGuru.co.th เป็นพันธมิตรกับ Smart Network Broker Company Limited (SNB) เพื่อให้เรามั่นใจได้ว่าข้อมูลทุกอย่างที่ลูกค้าได้รับต้องถูกต้องเสมอ และ SNB ยังมีใบอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายเลขที่ ว00002/2537 ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ.

การชำระเบี้ยประกันรถยนต์สามารถชำระได้อย่างสะดวกหลายช่องทางดังต่อไปนี้:

วิธีที่ 1 โดยการโอนเงินผ่านทางธนาคาร

image
ธนาคาร
เลขบัญชี
สาขา
เบอร์โทรศัพท์
ธนาคารกสิกรไทย
032-2-29372-2
สำเหร่
02 476 0971-2
ธนาคารกรุงเทพ
158-4-11554-5
ตากสิน
02 466 3316
ธนาคารไทยพาณิชย์
055-2-51399-9
ตากสิน
02-439-6487-9
ธนาคารกรุงศรี
113-1-23073-2
สำเหร่
02 437 4725
ธนาคารกรุงไทย
014-0-15333-0
ตากสิน
02 438 0023-4

วิธีที่ 2 โดยบัตรเครดิต

ถ้าลูกค้าเลือกที่จะจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิต ลูกค้าสามารถเลือกที่จะชำระเต็มจำนวน หรือ แบ่งชำระได้ โดยต้องส่งเอกสารมาให้ดังนี้:

  1. สำเนาหน้าบัตรเครดิต หรือ เดบิตที่ใช้ในการชำระค่าเบี้ยประกันรถยนต์ พร้อมลงนามสำเนาถูกต้อง
  2. สำเนาบัตรประชาชน หรือ หนังสือเดินทางที่ตรงกับเจ้าของบัตรเครดิต พร้อมลงนามสำเนาถูกต้อง
  3. กรอกและลงนามในแบบฟอร์มความยินยอมโดยเจ้าของบัตร.

วิธีที่ 3 โดยเช็ค

สั่งจ่ายเช็คถึง:

Smart Network Broker Co., Ltd.
c/o MoneyGuru.co.th Co., Ltd.
P.O. Box 1394
Nana Post Office
Bangkok 10112 Thailand

*กรุณาอย่าส่งเงินสดมาทางไปรษณีย์

รับเอกสารกรมธรรม์ทำอย่างไร

ภายหลังการชำระ และรับเอกสารที่จำเป็นเรียบร้อยแล้ว เราจะจัดส่งกรมธรรม์ให้แก่ท่านทางไปรษณีย์ ส่วนระยะเวลาในการดำเนินการจัดส่ง จะขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการดำเนินการของบริษัทประกันแต่ละบริษัท

มีบริการหลังการขายทางโทรศัพท์หรือไม่?

ท่านสามารถติดต่อบริษัท MoneyGuru.co.th ได้ที่ 02-653-0020 ในการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ส่วนในกรณีการแจ้งเหตุอุบัติเหตุทางรถยนต์ การแจ้งเคลม ท่านติดต่อโดยตรงที่บริษัทประกันที่ท่านใช้บริการ

มีค่าบริการหรือไม่?

MoneyGuru.co.th ให้บริการการเปรียบเทียบประกันรถยนต์และผลิตภัณฑ์ทางการเงินโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

MoneyGuru.co.th เชื่อถือได้แค่ไหน?

MoneyGuru.co.th จดทะเบียนการค้า กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ หมายเลขจดทะเบียนที่ 0105556180937 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อีกประการหนึ่ง MoneyGuru.co.th คือส่วนหนึ่งของ Compare Global Group ที่ทำการเปิดเว็บไซต์เปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ทางการเงินขึ้น ที่ ฟิลิปปินส์ ฮ่องกง มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไต้หวัน พร้อมแผนระยะยาวที่จะแผ่ขยายไปทุกภูมิภาคทั่วโลก ทั้งนี้ เราตั้งมั่นที่จะ เสนอข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน เป็นกลาง และอัพเดทมากที่สุด แก่ผู้ใช้บริการเว็บไซต์ ผ่านทีมงานผู้บริหารของ Compare Global Group ซึ่งคือกลุ่มผู้บริหารที่เคยรังสรรค์ความสำเร็จในการทำธุรกิจออนไลน์มาแล้วมากมายทั่วโลก