คำศัพท์เกี่ยวกับบัตรเครดิต

ไมล์สะสม
การสะสมไมล์คือการที่ผู้ใช้บัตรเครดิตจะได้รับคะแนนสะสมทุกครั้งที่รูดบัตร ซึ่งสามารถนำไปแลกเป็นตั๋วเครื่องบินกับทางบริษัทหรือธนาคารผู้ออกบัตร

ค่าธรรมเนียมรายปี
ผู้ถือบัตรเครดิตจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรายปีในการใช้บัตรให้กับทางธนาคารหรือบริษัทผู้ออกบัตร ในบางกรณี

ทางธนาคารจะให้การยกเว้นการจ่ายค่าธรรมเนียมรายปีในปีแรกของการใช้บัตร

หรือยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีหากมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรมากกว่ายอดที่กำหนดไว้

ดอกเบี้ยต่อปี (Annual Percentage Rate หรือ APR)
ดอกเบี้ยคิดเป็นร้อยละต่อปี หรือ APR นั้น คืออัตราดอกเบี้ยที่ผู้ใช้บัตรต้องจ่ายสำหรับเงินที่กู้มาจากทางธนาคารเพื่อใช้ในวันนี้เมื่อรูดบัตรไป

อัตราดอกเบี้ยนี้รวมไปถึงค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้บัตร แต่ถูกคำนวนออกมาเป็นเบอร์เดียวเพื่อให้ง่ายต่อการเปรียบเทียบ

หักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ (Automatic Payment)
ในบริการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ

ยอดหนี้หรือยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของคุณจะถูกหักออกไปจากบัญชีเงินฝากหรือบัญชีกระแสรายวันของคุณโดยอัตโนมัติ

ยอดคงเหลือ (Available Credit)
ยอดคงเหลือในบัตรเครดิตของคุณ คือยอดที่ยังไม่ได้ใช้และยังสามารถนำไปใช้ได้ ซึ่งมีค่าเท่ากับส่วนต่างระหว่างวงเงินของบัตรและยอดเงินค้างชำระของคุณ
ยอดค้างเฉลี่ยรายวัน (Average Daily Balance)
นี่คือวิธีการคำนวนค้าใช้จ่ายทางการเงินของผู้ถือบัตร โดยการรวมยอดค้างชำระในแต่ละวันของระยะเวลาสรุปยอดใช้จ่าย

และนำมาหารด้วยจำนวนวันของช่วงนั้นๆ

เครดิตไม่ดี (Bad Credit)
คุณอาจจะถูกจัดให้อยู่ในหมวดเครดิตไม่ดี หากคุณชำระหนี้เลยกำหนด มียอดใช้จ่ายเลยวงเงินของบัตร หรือเป็นบุคคลล้มะลาย
การโอนหนี้ (Balance Transfer)
ในเชิงของบัตรเครดิตนั้น การโอนหนี้หมายถึงการโอนหนี้ยอดค้างชำระจากบัตรใบหนึ่งใบสู่บัตรอีกใบหนึ่ง

ซึ่งผู้ถือบัตรอาจจะโอนหนี้เพราะต้องการอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าจากบัตรใบใหม่

ค่าธรรมเนียมในการโอนหนี้ (Balance Transfer Fee)
เมื่อไหร่ที่ผู้ถือบัตรต้องการจะโอนหนี้ยอดค้างชำระไปที่บัตรเครดิตใบใหม่ คุณจะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการโอนหนี้

ซึ่งอาจจะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์หรืออัตราคงที่ก็ได้

ผู้ออกบัตร (Card Issuer)
ผู้ออกบัตรนั้นหมายถึงธนาคาร บริษัท หรือสถาบันทางการเงินที่ออกบัตรเครดิตให้คุณ
เบิกเงินสดล่วงหน้า (Cash Advance)
บริการนี้จะทำให้คุณสามารถเบิกเงินสดล่วงหน้าจากตู้ ATM ด้วยบัตรเครดิตของคุณ โดยปกติแล้ว

คุณจะต้องใบขอรับบริการนี้จากทางผู้ออกบัตรก่อนที่จะสามารถเบิกเงินสดจากบัตรเครดิตได้

และจะต้องสียค่าธรรมเนียมและอัตราดอกเบี้ยของการเบิกเงินสดล่วงหน้า

ค่าธรรมเนียมการเบิกเงินสดล่วงหน้า (Cash Advance Fee)
คุณจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมนี้เมื่อใช้บริการเบิกเงินสดล่วงหน้าจากบัตรเครดิต ซึ่งอาจจะคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของเงินสดที่เบิกไปหรืออัตราคงที่ต่อครั้งก็ได้
แต้มคืนเงิน (Cashback)
แต้มเงินคืนคือสิทธิประโยชน์อีกหนึ่งประการที่คุณจะได้รับจากการใช้บัตรเครดิต ในการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในบางกรณีนั้น

คุณจะได้รับเงินคืนโดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้

เครดิตบูโร (Credit Bureau)
เครดิตบูโร หรือศูนย์ข้อมูลเครดิตนั้น คือองค์กรหรือบริษัทที่เก็บข้อมูลเชิงเครดิตรายบุคคล เช่นประวัติการชำระสินเชื่อ

เพื่อลดความเสี่ยงในการให้กู้และป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดกับธนาคาร ในประเทศไทยนั้น แหล่งการสำหรับแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงเครดิตคือบริษัท

ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือ National Credit Bureau

ชาร์จคาร์ด (Charge Card)
ชาร์จคาร์ด คือบัตรประเภทที่ผู้ถือบัตรจะต้องชำระยอดหนี้สินให้หมดและเสร็จสิ้นภายในระยะเวลาอันสั้นที่กำหนดไว้ ซึ่งโดยปกติแล้วจะตั้งไว้ที่หนึ่งเดือน

ชาร์จคาร์ดจะไม่มีวงเงินจำกัด

บัตรเครดิต (Credit Card)
บัตรเครดิตคือบัตรที่เราได้รับวงเงินจากผู้ออกบัตร เพื่อนำไปใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการที่คุณต้องการในวันนี้ โดยที่ชำระหนี้ในวันหลัง โดยปกติแล้ว

บัตรเครดิตจะมาในรูปแบบของบัตรแข็งแพลสติกที่มีแถบแม่เหล็กอยู่ด้านหลัง

ประวัติเครดิต (Credit History)
ประวัติเครดิตของคุณ คือประวัติการทำธุรกรรมทางเครดิตของคุณทั้งหมด ซึ่งรวมไปถึงประวัติการชำระสินเชื่อและประวัติการชำระหนี้บัตรเครดิตทั้งหมดของคุณ
วงเงิน (Credit Limit)
วงเงินของบัตรเครดิต คือจำนวนเงินสูงสุดที่คุณสามารถใช้จ่ายผ่านบัตรของคุณได้

ซึ่งวงเงินนี้ถูกตั้งขึ้นโดยผู้ออกบัตรและขึ้นอยู่กับคะแนนเครดิตและรายได้ของคุณ

คะแนนเครดิต (Credit Score)
คะแนนเครดิตคือคะแนนที่คุณจะได้เมื่อพิจารณาข้อมูลต่างๆ จากประวัติเครดิตของคุณแล้ว

ผู้ออกบัตรจะพิจารณาคะแนนเครดิตของคุณเพื่อช่วยในการตัดสินใจว่าควรจะอนุมัติการสมัครบัตรเครดิตของคุณหรือไม่

การให้คะแนนเครดิต (Credit Scoring)
กระบวนการการให้คะแนนเครดิตแก่ผู้สมัครขอรับบริการบัตรเครดิตนั้นขึ้นอยู่กับข้อมูลต่างๆ ของผู้สมัคร เช่นรายได้และประวัติเครดิต
Credit Verification Code (CVC)
Credit Verification Code หรือ CVC คือรหัสสามหรือสี่หลักบนบัตรของคุณที่มีไว้เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน

เอาไว้ตรวจสอบและยืนยันว่าผู้ใช้คือเจ้าของบัตรที่แท้จริง โดยเฉพาะในการทำธุรกรรมที่ไม่ต้องรูดบัตรจริงเช่นการซื้อของออนไลน์หรือผ่านทางโทรศัพท์

บัตรเดบิต (Debit Card)
บัตรเดบิตคือการใช้จ่ายผ่านบัตรอีกชนิดหนึ่ง แต่บัตรเดบิตจะหักเงินจากบัญชีเงินฝากหรือบัญชีกระแสรายวันของคุณโดยตรง

เลยไม่ถือว่าเป็นการกู้เงินเครดิตจากธนาคารเหมือนบัตรเครดิตและชาร์จคาร์ด

การรวบรวมหนี้ (Debt Consolidation)
การรวบรวมหนี้คือวิธีการจัดการหนี้ส่วนบุคคลชนิดหนึ่ง คุณสามารถรวบรวมหนี้บัตรเครดิตทั้งหมดของคุณโดยการโอนหนี้ทั้งหมดไปที่บัตรเดียว

ซึ่งอาจจะได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า

ค่าใช้จ่ายทางการเงิน (Finance Charges)
นี่เป็นศัพท์ทั่วไปที่ใช้เรียกค่าใช้จ่ายทั้งหมดของบัตรเครดิต รวมไปถึงอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมอื่นๆ
อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate)
บัตรเครดิตที่คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่มักจะมีเงื่อนไขและข้อกำหนดที่เข้มงวดกว่าบัตรเครดิตที่มีอัตราดอกเบี้ยผันแปร
ธุรกรรมฉ้อโกง (Fraudulent Transactions)
ธุรกรรมฉ้อโกงคือธุรกรรมผ่านบัตรเครดิตที่ไม่ได้รับอณุญาติจากตัวเจ้าของบัตร ผู้ออกบัตรหลายๆ

แห่งได้เพิ่มมาตรการความปลอดภัยมากมายเพื่อป้องกันผู้ถือบัตรจากธุรกรรมฉ้อโกง

แต่คุณก็ควรจะตรวจสอบใบแจ้งหนี้ประจำเดือนของคุณเป็นอย่างดีเผื่อพบเจอธุรกรรมฉ้อโกง

ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย (Grace Period)
นี่คือระยะเวลาหลังจากที่ได้รับใบแจ้งหนี้แล้วที่คุณสามารถชำระหนี้ได้โดยไม่ต้องเสียอัตราดอกเบี้ย
อัตราดอกเบี้ย (Interest Rate)
ผู้ถือบัตรจะต้องจ่ายอัตราดอกเบี้ยในส่วนของเงินที่ยืมจากธนาคารเมื่อทำการรูดบัตรเครดิต เมื่อยอดค้างชำระเลยระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย

ซึ่งปกติแล้วจะระบุไว้เป็นอัตราดอกเบี้ยร้อยละต่อปี

อัตราดอกเบี้ยระยะเริ่มต้น (Introductory Rate)
อัตราดอเบี้ยระยะเริ่มต้น หรือที่เรียกกันว่า introductory rate หรือ teaser rate นั้น คืออัตราดอกเบี้ยที่ผู้ถือบัตรจะต้องจ่ายในระยะเริ่มต้น

ซึ่งอัตราดอกเบี้ยอาจจะเปลี่ยนเมื่อพ้นระยะเวลานั้นไปแล้ว

ค่าธรรมเนียมเมื่อผิดชำระหนี้ (Late-payment fee)
นี่คือค่าธรรมเนียมที่ผู้ถือบัตรจะต้องจ่ายเมื่อผิดชำระหนี้ และชำระหลังจากระยะเวลาที่กำหนด
มาสเตอร์คาร์ด (MasterCard)
มาสเตอร์คาร์ด หรือ MasterCard คือบริษัทบัตรเครดิตที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของโลก ร้านค้าหลายล้านแห่งทั่วโลกจึงรองรับบัตร MasterCard

และบัตรเครดิตของหลายๆ สถาบันการเงินในประเทศไทยก็เป็นบัตร MasterCard

ขั้นต่ำในการชำระยอดบัตรรายเดือน (Minimum Monthly Payment)
นี่คือตัวกำหนดจำนวนเงินขั้นต่ำสุดที่ผู้ถือบัตรเครดิตจะต้องชำระในแต่ละเดือน ซึ่งปกติแล้วคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดหนี้ค้างชำระทั้งหมด หรืออัตราคงที่

(อันที่สูงกว่า)

ยอดค้างชำระ (Outstanding Balance)
ยอดหนี้ค้างทั้งหมดที่ผู้ถือบัตรต้องชำระ ซึ่งจะถูกนำมาคำนวนอัตราดอกเบี้ยรายเดือน
ค่าธรรมเนียมเมื่อเกินวงเงิน (Over Limit Fee)
ค่าธรรมเนียมที่ผู้ถือบัตรต้องเสียเมื่อใช้จ่ายป่านบัตรเครดิตเลยวงเงิน
วันครบกำหนดชำระ (Payment Due Date)
วันสำคัญที่ผู้ถือบัตรทุกคนต้องรู้ คือวันครบกำหนดชำระที่จะต้องจ่ายยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในแต่ละเดือน หรืออย่างน้อยก็ขั้นต่ำที่กำหนดไว้

การชำระหนี้หลังกำหนดจะต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม

รหัส PIN (Personal Identification Number)
รหัส Personal Identification Number หรือรหัส PIN คือรหัสรักษาความปลอดภัยของบัตรเครดิตที่คุณต้องใช้เมื่อรูดบัตรเครดิตที่ร้านค้าต่างๆ
ผู้ถือบัตรหลัก (Principal Cardholder)
ผู้ถือบัตรหลักคือเจ้าของของบัตรเครดิตหลัก หากมีบัตรเสริมพ่วงอยู่ด้วย ก็จะใช้วงเงินร่วมกับผู้ถือบัตรเสริม
บัตรเครดิตรีเทล (Retail Credit Card)
บัตรเครดิตรีเทลคือบัตรเครดิตที่เกี่ยวข้องกับห้างสรรพสินค้าโดยตรง เช่นบัตรเซ็นทรัลของห้างสรรพสินค้าในเครือเซ็นทรัล

ซึ่งอาจจะมีสิทธิประโยชน์หรือส่วนลดพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรเมื่อใช้จ่ายในห้างสรรพสินค้าที่เกี่ยวข้อง

ผู้ถือบัตรเสริม (Supplementary Cardholder)
ผู้ถือบัตรเสริมคือผู้ที่ใช้บัตรเสริมที่พ่วงอยู่กับบัตรหลักโดยใช้วงเงินเดียวกัน ผู้ถือบัตรหลักจะต้องรับผิดชอบในส่วนของบัตรเสริมที่พ่วงอยู่กับบัตรหลักของตน
ใบแจ้งหนี้ (Statement of Accounts)
ในทุกๆ สิ้นเดือน ผู้ถือบัตรจะได้รับใบแจ้งหนี้บัตรเครดิตที่ไร่เรียงข้อมูลต่างๆ เช่นธุรกรรมหรือค่าใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต และกำหนดชำระหนี้
วีซ่า (Visa)
วีซ่า หรือ Visa คือบริษัทบัตรเครดิตที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของโลกอักแห่งหนึ่ง บัตรเครดิตของหลายๆ สถาบันการเงินในประเทศไทยก็เลยเป็นบัตร Visa

เปรียบเทียบและสมัครง่าย ๆ ใน 3 ขั้นตอน

ทำไมถึงต้องเลือก MoneyGuru.co.th?

ฟรี! 100%
รวดเร็ว และง่ายต่อการใช้งาน
เป็นกลางและเชื่อถือได้

MoneyGuru.co.th สุดยอดเว็บไซต์ในการค้าหาบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล และประกันรถยนต์ในประเทศไทย ใช้บริการเครื่องมือเปรียบเทียบของเรา ที่มีความเป็นกลาง เชื่อถือได้ และมีการปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัยตลอดเวลา

Testimonial person
ฉันเคยกลัวที่จะใช้บัตรเครดิตมาก่อน แต่ MoneyGuru.co.th ช่วยให้ฉันรู้ว่า การใช้บัตรเครดิตจะไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หากฉันจ่ายบิลตรงเวลา

ประหยัดเงินในประเทศไทย

สมัครรับจดหมายข่าวรายสับดาห์ของเรา เพื่อรับเคล็ดลับประหยัดเงินสุดเด็ดจากเรา

ข่าวล่าสุด

อ่านข่าวเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินในประเทศไทย และเคล็ดลับประหยัดเงินจาก ได้ที่นี่