SMEs กับ การอยู่รอด: การตัดสินใจทางการเงินในช่วงเวลามีปัญหา

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "สินเชื่อส่วนบุคคล"

May 7, 2014


MoneyGuru_BlogMay0214a

ในทุกวันนี้ ท่ามกลางความวุ่นวายทางการเมือง คงเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบตามไปด้วย ซึ่งไม่ใช่เเค่ธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น แต่รวมไปถึงธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางด้วยนั่นเอง ซึ่งในช่วงเวลาที่เรียกว่า เปราะบางเช่นนี้ การตัดสินใจต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องการเงินการลงทุนของ SME ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพราะมันหมายถึง การอยู่รอด ของธุรกิจเลยทีเดียว

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวเตือนว่า จะมี SMEs ร่วม 100,000 รายจำต้องปิดตัวลงในช่วงที่ประเทศไทยมีความวุ่นวายทางการเมือง นอกจากนี้ หากความวุ่นวายยังคงดำเนินต่อไปอีกจนถึงสิ้นปีนี้ ทางสภาอุตสาหกรรมคาดว่าร้อยละ 0.5 ของ SMEs จากทั้งหมดในระบบจำนวนทั้งสิ้นกว่า 2 ล้านราย จะต้องปิดตัวลงอีกเช่นกัน

ทั้งนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่า อีกผลกระทบจากความวุ่นวายทางการเมืองในขณะนี้คือ อำนาจซื้อของประชาชนที่ลดลง การใช้จ่ายภาคครัวเรือนลดลง การลดทุนภาคเอกชนลดลง ซึ่งความเสียหายในขณะนี้ แม้กระทั่งการส่งออก และการท่องเที่ยวก็ไม่สามารถพยุงเศรษฐกิจไทยขึ้นไว้ได้

ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้ความต้องการของตลาดภายในลดลงอย่างมาก อันส่งผลกระทบโดยตรงต่อ SMEs ซึ่งภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือภาคส่วนบริการ อาทิ โรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้าทั่วไป เพราะคนจะเริ่มใช้เงินน้อยลง จากความไม่แน่นอนในสังคมที่เกิดขึ้น

SMEs แห่ขอขยายเวลาเงินกู้

ความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศไทยดำเนินมาเป็นเวลากว่า 6 เดือนแล้ว และยังไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้น ทำให้บรรดาผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบ และจำเป็นต้องการเงินมาเพื่อเสริมสภาพคล่อง เข้าร้องขอเงินกู้ต่อธนาคาร หรือ ขอเวลาขยายการชำระหนี้ออกไป ซึ่งธนาคารกสิกรไทย ซึ่งเป็นผู้ปล่อยกู้รายใหญ่ที่สุดแก่ SMEs ก็ออกมาให้ข้อมูลในเรื่องนี้ว่าเป็นความจริง ที่มีการร้องขอเข้ามามาก โดยให้เหตุผลด้านความวุ่นวายทางการเมือง ที่ส่งผลต่อความซบเซาทางเศรษฐกิจ โดยธนาคารกสิกรไทยกล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการเปิดสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการเป็นระยะเวลายาวนาน 6 เดือน สูงสุดกว่า 9 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ และอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ไม่เกินร้อยละ 3

ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่า ความต้องการกู้สินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการจะทะยานสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ออกมาประกาศแผนการเพื่อประกาศแนวทางร่วมกับสำหรับสถาบันการเงินในประเทศ ในการปล่อยสินเชื่อในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อป้องกันปัญหาที่ตามมา อาทิ หนี้เสีย เป็นต้น ซึ่งผู้ประกอบการต้องรักษาเครดิตของตนอยู่ในระดับที่ดีเท่านั้น

รัฐบาลเตรียมกระตุ้น SMEs

ในปีนี้ รัฐบาลได้วางแผนกระตุ้นและสนับสนุน SMEs มากขึ้น โดยเฉพาะการดันสู่ระดับนานาชาติ ให้มีความสามารถในการแข่งขันในระดับระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ SMEs จากโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) โดยในขั้นแรกจะเริ่มจากระดับภูมิภาคอาเซียนก่อน โดยหนึ่งในกระบวนการช่วยเหลือได้แก่ การก่อตั้งศูนย์ SMEs เพื่อช่วยเหลือและแนะนำแนวทางในการทำการตลาด และการเพิ่มคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่จะสามารถแข่งขันในต่างประเทศได้ รวมไปถึงการเพิ่มแหล่งเงินทุนให้ SMEs อีกด้วย

ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ใช่เเค่ SMEs เท่านั้น ที่ต้องตัดสินใจอย่างชาญฉลาด แต่ประชาชนคนธรรมดาเช่นกัน อาทิ เรื่องการเลือกบัตรเครดิต ที่ควรเลือกอย่างที่เหมาะสมกับคุณและได้ประโยชน์คืนมามากที่สุด โดยคุณสามารถเปรียบเทียบบัตรเครดิตได้ง่ายๆ ที่ MoneyGuru.co.th ครับ

 

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน