10 ข้อต้องรู้เกี่ยวกับ “เครดิตบูโร”

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "Banking & Finance,สินเชื่อส่วนบุคคล"

September 15, 2015


TH_BLOG_GoodBadDebt

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อ “เครดิตบูโร” ทั้งในแง่ดีและแง่ร้าย แง่ดีคือเป็นองค์ที่สามารถตรวจสอบข้อมูลทางการเงินต่างๆ ได้ แต่แง่ร้าย คือ การโดน แบล็กลิสต์ จาก เครดิตบูโร ใช่ไหมครับ ซึ่งมีน้อยคนมากที่จะรู้ถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ เครดิตบูโร จริงๆ
เพื่อให้ผู้สนใจเรื่องการเงิน ได้ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับ เครดิตบูโร มากขึ้น และจะได้ไม่เป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ MoneyGuru.co.th จะพาไปรู้จักกับ เครดิตบูโร ให้มากขึ้นกันครับ โดยข้อควรรู้มี 10 ข้อดังนี้…
  1. เครดิตบูโรคืออะไร?
  2. เครดิตบูโรเก็บข้อมูลอะไร?
  3. ทำไมจึงถูกปฏิเสธขอสินเชื่อ
  4. ตรวจสอบข้อมูลได้ไหม
  5. ติด BLACKLIST คืออะไร
  6. เครดิตบูโรจะลบประวัตลูกหนี้ หากครบ 8 ปี
  7. ประวัติเครดิตบูโร…ต้องเช็คทางไหน
  8. ทำไมข้อมูลเครดิตของคุณถูกส่งมาให้บริษัทข้อมูลเครดิต ทั้งที่คุณไม่เคยอนุญาต
  9. ทำอย่างไรให้เครดิตดี
  10. รายงานข้อมูลเครดิตคืออะไร
ไปอ่านรายละเอียดกันครับ…

1. เครดิตบูโรคืออะไร

เครดิตบูโร เป็นองค์กรกลางที่ตั้งขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสินเชื่อ และบัตรเครดิตของเราทุกคน ข้อมูลเหล่านี้ ได้มาจากสถาบันการเงินทั้งที่เป็นธนาคาร และทั้งที่ไม่ได้เป็นธนาคาร ที่เป็นสมาชิกขององค์กรกลางนี้ โดยเครดิตบูโรจะเป็นคนเก็บข้อมูลให้สมาชิก หรือบุคคลทั่วไป ที่ต้องการเข้ามาดูรายละเอียดสินเชื่อ บัตรเครดิต หรือพฤติกรรมทางการเงิน ภาระหนี้ การจ่ายหนี้ โดยองค์กรนี้มีชื่อเต็มว่า บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ได้รับใบอนุญาต ประกอบธุรกิจการให้บริการข้อมูลเหล่านี้ในกรอบกฎหมาย พรบ. การประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ. 2545

2. เครดิตบูโรเก็บข้อมูลอะไร

เครดิตบูโรเก็บข้อมูล 2 ส่วน
1) ข้อมูลส่วนตัวเกี่ยวกับลูกค้า
เครดิตบูโรจะเก็บข้อมูล ชื่อ เลขที่บัตรประชาชน ที่อยู่ วันเดือนปีเกิด อาชีพ สถานภาพการสมรส ของลูกค้าเท่านั้น โดยจะไม่สามารถเก็บข้อมูลอื่นๆ เช่น ลักษณะทางร่างกาย หรือประวัติคดีอาญาเกี่ยวกับคนๆ นั้นได้
2) ข้อมูลประวัติการขอการได้รับอนุมัติสินเชื่อ และการชำระสินเชื่อ
เครดิตบูโรจะเก็บประวัติการชำระสินค้า บริการโดยบัตรเครดิต (สินเชื่อ) ตามกฎหมาย เครดิตบูโรจะไม่ได้จำกัดแค่การกู้ยืมสินเชื่อบ้าน สินเชื่อเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล แต่รวมถึงประวัติการจ่ายเงินเช่าซื้อรถยนต์ ลีสซิ่ง การค้ำประกัน การใช้ยืมหลักทรัพย์ การซื้อขายหลักทรัพย์ โดยจะแสดงข้อมูลฝั่งของหนี้สินเท่านั้น แต่จะไม่แสดงข้อมูลที่เป็นทรัพย์สินของเรา
ข้อมูลเหล่านี้ ได้มาจากสมาชิกของเครดิตบูโร ก็คือธนาคารพาณิชย์ ธนาคารของรัฐ(เฉพาะกิจ) บริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทเครดิตฟองซอเอร์ บริษัทประกันวินาศภัย ประกันชีวิต ผู้ให้บริการบัตรเครดิต ฯลฯ
ข้อควรทราบ: ผู้ให้บริการสาธารณูปโภค (การประปานครหลวง การไฟฟ้านครหลวง ค่ายบริษัทมือถือ ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตเหล่านี้ ไม่ได้เป็นสมาชิกของเครดิตบูโร ดังนั้น หากมีใครมาขู่ มาทวงหนี้ แล้วอ้างว่าเราไม่ได้จ่ายค่าโทรศัพท์มือถือ ค่าน้ำ ค่าไฟ จะติดแบล็กลิสท์ของเครดิตบูโร ไม่เป็นความจริงนะครับ อย่าหลงเชื่อเชียว

3. ทำไมจึงถูกปฏิเสธขอสินเชื่อ

การพิจารณาวิเคราะห์สินเชื่อ หรือออกบัตรเครดิตให้กับผู้ที่มาขอสินเชื่อนั้น ทางสถาบันการเงินที่คุณขอ จะนำข้อมูลต่างๆ ไปพิจารณารวมกับข้อมูลที่แสดงความสามารถในการทำรายได้ เช่น เงินเดือน อาชีพ ภาระในครอบครัว เป็นต้น ดังนั้น การพิจารณาเป็นสิทธิและเป็นอำนาจของสถาบันการเงิน เครดิตบูโรไม่มีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ

4. ตรวจสอบข้อมูลได้ไหม

ตามกฎหมาย หากสถาบันการเงินปฏิเสธการให้สินเชื่อแก่คุณ สถาบันการเงินนั้นๆ ต้องแสดงเหตุผลและแจ้งให้คุณทราบเป็นหนังสือ โดยคุณสามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลดังกล่าวได้ที่ศูนย์ตรวจสอบเครดิตบูโร ภายใน 30 วันนับจากวันที่ได้รับคำปฏิเสธการขอสินเชื่อ

5. ติด BLACKLIST คืออะไร

ระบบเครดิตบูโร จะไม่มีคำว่า “Blacklist” หรือแม้กระทั่งคำว่า “ติดเครดิตบูโร” ซึ่งคำดังกล่าว เป็นภาษาพูดที่ใช้กันจนชินปาก เช่น พวกรับจ้างทวงหนี้ หรือเจ้าหน้าที่สินเชื่อที่ปฏิเสธไม่ให้สินเชื่อคุณ มักชอบอ้างใช้คำนี้ ซึ่งคำว่า Blacklist ก็คือการที่เราไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามเวลาที่กำหนด และทำให้ไม่สามารถยื่นขอที่ใดๆ ได้อีก หากไม่ชำระบัญชีให้เสร็จสิ้นเสียก่อนครับ

6. เครดิตบูโรจะลบประวัตลูกหนี้ หากครบ 8 ปี

ลูกหนี้รายย่อยที่โชว์ประวัติการค้างชำระหนี้เกิน 90 วัน อยู่ในฐานข้อมูลของบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติครบ 8 ปี จะถูกลบประวัติการค้างหนี้ออกจากระบบ จึงทำให้มีโอกาสยื่นขอสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์ได้อีกครั้ง ส่วนยอดหนี้ยังคงเดิม ไม่มีการลบทิ้งหรือล้างข้อมูลออกไปแต่อย่างใด ซึ่งส่วนใหญ่ธนาคารพาณิชย์ไม่ฟ้อง เนื่องจากไม่คุ้มค่ากับการดำเนินการฟ้องร้อง

7. ประวัติเครดิตบูโร…ต้องเช็คทางไหน

ยื่นคำขอผ่านเคาน์เตอร์ ธนาคารธนชาต ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ และธนาคารไอซีบีซี (ไทย) ได้ทุกสาขา บริษัทฯ จะจัดส่งรายงานผ่านทางไปรษณีย์แบบลงทะเบียนภายใน 7 วัน หรือ ยื่นคำขอผ่านตู้เบิกเงินสด (ATM) ธนาคารกรุงไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ บริษัทฯ จะจัดส่งรายงานผ่านทางไปรษณีย์แบบลงทะเบียนภายใน 7 วัน ครับ

8. ทำไมข้อมูลเครดิตของคุณถูกส่งมาให้บริษัทข้อมูลเครดิต ทั้งที่คุณไม่เคยอนุญาต

ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ.2545 บัญญัติให้สถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องนำส่งข้อมูลของลูกค้าของตนแก่บริษัทข้อมูลเครดิตที่ตนเป็นสมาชิก แต่เมื่อได้นำส่งในครั้งแรกแล้ว สถาบันการเงินนั้นต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่นำส่งข้อมูล แต่ไม่ต้องขออนุญาตจากลูกค้า นอกจากนั้น สถาบันการเงินสมาชิกอาจต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบในกรณีอื่นๆ

9. ทำอย่างไรให้เครดิตดี

     – ไม่ควรมีภาระหนี้ที่ต้องจ่ายต่อเดือนสูงเกินไป จนทำให้รายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพและชำระหนี้
     – ควรมีบัตรเครดิตเท่าที่เพียงพอต่อความจำเป็น และควรปิดบัญชีบัตรเครดิตที่ไม่ใช้แล้ว เพราะหากมีมาก แนวโน้มการก่อหนี้ก็จะมีมากขึ้น
     – ควรชำระหนี้ทุกรายการตามใบแจ้งหนี้จากสถาบันเจ้าหนี้ อย่างน้อยที่สุดก็ขั้นต่ำตามที่กำหนด
     – หากชำระไม่ทันตามเวลา ควรรีบติดต่อกับสถาบันผู้ออกบัตรทันที และควรดำเนินการเป็นลายลักษณ์อักษร

10. รายงานข้อมูลเครดิตคืออะไร

รายงานข้อมูลเครดิต (Credit Report) คือ รายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าที่ขอสินเชื่อ โดยมีข้อมูลประกอบไปด้วยข้อเท็จจริงที่บ่งชี้ถึงตัวลูกค้า และคุณสมบัติของลูกค้าที่ขอสินเชื่อ และประวัติการขอและการได้รับอนุมัติสินเชื่อ และการชำระสินเชื่อของลูกค้าที่ขอสินเชื่อ รวมทั้งประวัติการชำระราคาสินค้าหรือบริการโดยบัตรเครดิต
ก็รู้รายละเอียดเชิงลึกกันไปแล้วนะครับ สำหรับเครดิตบูโร ต่อไปหากจะขอสินเชื่อ หรือทำบัตรเครดิตก็จะได้รู้ว่าเกี่ยวข้องกับเครดิตบูโรอย่างไรบ้าง จะได้หลีกเลี่ยงการไม่ชำระหนี้ อีกทั้งจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่เอาชื่อเครดิตบูโรมาอ้างด้วยครับ และหากท่านใดอยากจะติดตามบทความและข่าวสารเกี่ยวกับรถยนต์ การเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกันรถยนต์ ก็สามารถกด blog เพื่อรับสาระความรู้แบบนี้จาก MoneyGuru.co.th ได้เลย … และนอกจากสาระความรู้แล้ว คุณยังไม่พลาดสิทธิพิเศษ ข้อเสนอดีๆ จาก ประกันรถยนต์ บัตรเครดิต และ สินเชื่อส่วนบุคคล อีกด้วย
ขอบคุณข้อมูล: Checkraka, Thairath, National Credit Bureau

เปรียบเทียบเบี้ยประกันภัยรถยนต์ฟรี คลิกเลย

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน