เช็กสิทธิร่วมมาตราการ พักทรัพย์ พักหนี้ ผู้ประกอบธุรกิจ

โดย MoneyGuru.co.th, ในหมวดหมู่ "สินเชื่อส่วนบุคคล"

May 24, 2021


วันนี้เรามา เช็กสิทธิร่วมมาตราการ พักทรัพย์ พักหนี้ ผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อลดภาระหนี้โดยรายละเอียดจะเป็นอย่างไรบ้างนั้นและสามารถติดต่อกับสถาบันการเงินได้เมื่อไรเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปชมกันเลย…


วิธีสมัครสินเชื่อไม่ต้องมีคนค้ำสู้ภัยโควิจากธ.ก.ส. รายละ 1 หมื่น ปลอดดอกเบี้ย 6 เดือน


เช็กสิทธิร่วมมาตราการ พักทรัพย์ พักหนี้ ผู้ประกอบธุรกิจ

เช็กสิทธิร่วมมาตราการ พักทรัพย์ พักหนี้

หลังจากที่เวลานี้เศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทายจากการระบาดของเชื่อไวรัสโควิด-19 นับตั้งแต่ปี 2563 ที่มีแนวโน้มยืดเยื้อและมีความไม่แน่นอนสูง ทำให้ภาคธุรกิจเข้าถึงสินเชื่อได้ยากขึ้น การให้ความช่วยเหลือเยียวยา ผ่าน มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2563 จึงยังไม่เพียงพอรองรับสถานการณ์ที่ยาวนานกว่าที่คาดไว้ ธปท. และกระทรวงการคลัง เห็นความจำเป็นเร่งด่วนในการออกมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูเพิ่มเติม วงเงินรวม 350,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 2 มาตรการหลักได้แก่

  • 1.มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจ (มาตรการสินเชื่อฟื้นฟู) วงเงิน 250,000 ล้านบาท
  • 2.มาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชำระหนี้ โดยให้ผู้ประกอบธุรกิจมีสิทธิซื้อทรัพย์สินนั้นคืนในภายหลัง (มาตรการพักทรัพย์ พักหนี้) วงเงิน 100,000 ล้านบาท

โดยการช่วยเหลือเยียวยาครั้งนี้ ดำเนินการภายใต้พระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 พ.ศ. 2564 สำหรับมาตรการลดภาระหนี้ของผู้ประกอบธุรกิจ และสนับสนุนการรับโอนทรัพย์เป็นหลักประกัน เพื่อชําระหนี้แก่สถาบันการเงิน ท่านที่สนใจจะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

เช็กสิทธิร่วมมาตราการ พักทรัพย์ พักหนี้

คุณสมบัติเข้าร่วม มาตรการ พักทรัพย์ พักหนี้

  • ต้องเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนในไทยมีสถานประกอบการและประกอบธุรกิจในไทย
  • ต้องเป็นลูกหนี้ของสถาบันการเงินนั้นอยู่แล้วก่อนวันที่ 1 มี.ค. 2564 และไม่เป็น NPLณ วันที่ 31 ธ.ค. 2562
  • ต้องไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจทางการเงิน

​มาตรการนี้ไม่ได้จำกัดประเภทของธุรกิจที่จะสามารถเข้าร่วมได้ กิจการอื่นใดที่มีทรัพย์สินเป็นหลักประกันก็สามารถเข้ามาตรการนี้ได้ หากสถาบันการเงินพิจารณาเห็นว่าเป็นผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบรุนแรง แต่ยังมีศักยภาพที่จะฟื้นตัวได้ในระยะถัดไป เช่น ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมที่มีทรัพย์สินที่มีศักยภาพเป็นหลักประกันกับสถาบันการเงินก็จะมีคุณสมบัติที่อาจเข้ามาตรการนี้ได้ นอกจากนี้ เนื่องจากธุรกิจโรงแรมเป็น sector ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 รุนแรง อีกทั้งเป็นธุรกิจที่มีหลักประกันเป็นอสังหาริมทรัพย์จึงน่าจะมีโอกาสเข้ามาตรการได้มาก

ทรัพย์ที่ใช้โอน ตามมาตรการ

  • เป็นทรัพย์ที่ใช้เป็นหลักประกันสินเชื่อกับสถาบันการเงินนั้น ก่อนวันที่ 1 มี.ค. 2564 โดย ธปท. ไม่ได้กำหนดประเภททรัพย์สินที่สามารถนำมาตีโอนตามมาตรการได้ เพียงแต่ต้องมีการนำมาเป็นหลักประกันตามกฎหมายไทยก่อนวันที่ 1 มีนาคม 2564 อย่างไรก็ดี ภายใต้โครงการหมายความถึงทรัพย์สินที่ผู้ประกอบธุรกิจได้วางไว้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินอยู่แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นการตีโอนอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก เนื่องจากมีความเสี่ยงจากการเสื่อมค่าและการสูญหายน้อยกว่าสังหาริมทรัพย์ เช่น โรงแรมที่ผู้ประกอบธุรกิจได้จำนองไว้กับสถาบันการเงินเพื่อขอสินเชื่อตั้งแต่ก่อนวันที่ 1 มีนาคม 2564
  • นอกจากนี้หากผู้ประกอบธุรกิจที่มีเจ้าหนี้สถาบันการเงินซึ่งมีบุริมสิทธิในทรัพย์สินหลักประกันชิ้นเดียวกันหลายรายสามารถเข้าร่วมมาตรการได้หากได้รับความยินยอมจากเจ้าหนี้ที่เกี่ยวข้อง

เงื่อนไขในสัญญาเพื่อรับโอนทรัพย์ ตามมาตรการ

  • ลูกหนี้หรือเจ้าของทรัพย์ มีสิทธิซื้อคืนได้ภายในระยะเวลา 3-5 ปี นับแต่วันที่รับโอน สถาบันการเงินต้องไม่ขายทรัพย์สินที่รับโอน เว้นแต่ได้รับแจ้งว่าจะไม่ใช้สิทธิเป็นหนังสือ
  • ลูกหนี้หรือเจ้าของทรัพย์ สามารถเช่ากลับเพื่อนําไปประกอบธุรกิจต่อได้
    -แจ้งความประสงค์ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่สถาบันการเงินรับโอนทรัพย์
    -สถาบันการเงินจะนําเงินค่าเช่าที่ได้รับดังกล่าว หักจากราคาขายคืน
    -หากผู้เช่าทําทรัพย์สินเสียหาย ชํารุด เสื่อมค่า อาจไม่ได้รับสิทธิในการซื้อคืน
  • หากมีการทําสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์นั้น
    สิทธิซื้อคืนยังคงเดิม เว้นแต่ลูกหนี้ผิดสัญญาจนสถาบันการเงินยกเลิกสัญญา ปรับโครงสร้างหนี้ แต่ยังคงให้สิทธิลูกหนี้แสดงเจตนาว่าจะซื้อทรัพย์คืนภายใน 30 วัน หมายเหตุ: หากรับโอนทรัพย์แล้วยังมีหนี้คงค้าง ให้สถาบันการเงินพิจารณาปรับปรุงโครงสร้างหนี้เพิ่มเติม

รายละเอียดราคาซื้อคืน

  • ราคาที่สถาบัน การเงินรับโอน
  • ค่าใช้จ่ายใน การเก็บรักษา (Carrying cost) ไม่เกิน 1% ต่อปี
  • ค่าใช้จ่ายอื่น ที่เกิดขึ้นจริง
  • ค่าเช่าที่ได้รับ จากลูกหนีหรือ เจ้าของทรัพย์ ระหว่างสัญญา

รายละเอียดหากผู้ประกอบธุรกิจมีกำหนดซื้อทรัพย์สินหลักประกันกลับคืนภายในระยะเวลาเท่าใด 

สถาบันการเงินต้องให้ผู้ประกอบธุรกิจ เจ้าของทรัพย์สินอันเป็นหลักประกัน หรือบุคคลอื่นซึ่งผู้ประกอบธุรกิจหรือเจ้าของทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันกำหนด มีสิทธิซื้อทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันคืนได้ภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันที่รับโอน โดยไม่มีเงื่อนไขการตัดสิทธิดังกล่าวของสถาบันการเงินฝ่ายเดียว ทั้งนี้ ภายในระยะเวลาการใช้สิทธิซื้อคืน สถาบันการเงินต้องไม่นำทรัพย์สินที่รับโอนไปขายให้บุคคลอื่น เว้นแต่จะได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ประกอบธุรกิจ เจ้าของทรัพย์สินอันเป็นหลักประกัน หรือบุคคลอื่นซึ่งผู้ประกอบธุรกิจหรือเจ้าของทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันกำหนด ว่าไม่ประสงค์จะใช้สิทธิซื้อคืนดังกล่าว

การกำหนดราคาซื้อคืนทรัพย์สินหลักประกันมีแนวทางอย่างไร

การกำหนดราคาซื้อคืนทรัพย์สินหลักประกันของผู้ประกอบธุรกิจหรือเจ้าของทรัพย์สินอันเป็นหลักประกัน แบ่งได้เป็น 2 กรณี

  • 1. กรณีผู้ประกอบธุรกิจหรือเจ้าของทรัพย์สินอันเป็นหลักประกัน ไม่ใช้สิทธิในการเช่าทรัพย์สิน : ราคาซื้อคืนทรัพย์สินหลักประกัน ≤ ราคารับโอน + carrying cost ไม่เกินร้อยละ 1 ต่อปีของราคารับโอน + ค่าใช้จ่ายอื่นเพื่อดูแลทรัพย์สินที่ได้จ่ายจริงและสอดคล้องกับการดูแลรักษาทรัพย์สินที่ผ่านมา เช่น ค่าซ่อมแซมทรัพย์ ค่าจ้างพนักงานรักษาความปลอดภัย ค่าประกันภัย ค่าภาษี ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีป้าย ค่าใช้จ่ายในการต่อใบอนุญาตต่าง ๆ โดยให้จ่ายครั้งเดียวเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาหรือเมื่อต้องการซื้อคืน เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับผู้ประกอบธุรกิจในช่วงที่สถานการณ์และความสามารถในการหารายได้ยังไม่แน่นอน 
  • 2. กรณีผู้ประกอบธุรกิจหรือเจ้าของทรัพย์สินอันเป็นหลักประกัน ใช้สิทธิในการเช่าทรัพย์สิน : ราคาซื้อคืนทรัพย์สินหลักประกัน < ราคารับโอน + carrying cost ไม่เกินร้อยละ 1 ต่อปี ของราคารับโอน – ค่าเช่าที่ผู้ประกอบธุรกิจหรือเจ้าของทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันจ่ายให้สถาบันการเงินโดยจะรวมค่าใช้จ่ายอื่นด้วยหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับการเจรจาตกลงกันระหว่างผู้ประกอบธุรกิจหรือเจ้าของทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันกับสถาบันการเงินว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นภายใต้มาตรการ ซึ่งหากผู้ประกอบธุรกิจได้จ่ายค่าใช้จ่ายดังกล่าวไปแล้ว สถาบันการเงินก็ไม่ควรนำมาเรียกเก็บกับผู้ประกอบธุรกิจเพิ่มเติมอีก 

ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจหรือเจ้าของทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันสามารถนำค่าเช่าที่ทยอยจ่ายระหว่างเปิดดำเนินการไปหักออกจากราคาซื้อทรัพย์สินได้ที่อัตราค่าเช่าแล้วแต่ตกลงกัน 

หมายเหตุ: ธุรกรรมนี้ได้รับยกเว้นภาษีและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการโอนทรัพย์ ทั้งขาที่ที่โอนให้สถาบันการเงิน และหาซื้อคืนของลูกหนี้และเจ้าของทรัพย์ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสถาบันการเงินได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

พิเศษสำหรับเดือนนี้ ท่านไหนที่ยังไม่มีบัตรกดเงินสด สามารถเข้ามาดูบัตรกดเงินสดที่เหมาะกับคุณได้ที่นี่ เพราะ MoneyGuru ได้รวบรวมผลิตภัณฑ์ทางการเงินไว้ให้พร้อมสรรพ นอกจากนี้ยังมีสินเชื่อส่วนบุคคล บัตรเครดิต และประกันรถยนต์ดีๆ มาเปรียบเทียบเพื่อให้ได้คำตอบที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน

เปรียบเทียบบัตรเครดิต

เนื่องจากในทุกวันนี้ การใช้รถใช้ถนนมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ตลอดเวลา ดังนั้นนอกจากผู้ใช้รถทุกคนต้องไม่ประมาทและควรระมัดระวังในการขับขี่แล้ว การทำประกันภัยรถนั้นก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยให้ท่านเพิ่มความอุ่นใจในการใช้รถใช้ถนนมากขึ้น ดังนั้นทาง www.moneyguru.co.th ต้องการที่จะช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าใช้จ่ายจากการจ่ายเบี้ยประกันด้วยการ ลดราคาเบี้ยประกันทันที่ 5% พร้อมบัตรเติมน้ำมันฟรี 500 บาท เพื่อรับมือพิษเศรษฐกิจในเวลานี้

ส่วนลดทำประกัน

ไม่พลาดทุกเรื่องราวข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @MoneyGuruThailand

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน