หนี้ดีหนี้ไม่ดี ดูอย่างไร วางแผนเรื่องหนี้แบบไหนถึงเวิร์ค


หนี้ดีหนี้ไม่ดี
ปัจจุบันนี้ ผู้คนที่มีอิสระทางการเงินหรือที่เรียกว่ามหาเศรษฐี ที่จะซื้ออะไรก็ได้เป็นเงินสดตามใจนึก ไม่ว่าจะเป็นบ้านหลังงามหรือรถคันหรู มีจำนวนเพียง 1% ในประเทศไทย อีก 99% ที่เหลือนั้นไม่สามารถที่จะซื้อสิ่งเหล่านี้ด้วยเงินสดได้ จริงอยู่คุณสามารถเก็บเงินได้หากต้องการจะซื้อด้วยเงินสด แต่คุณจะต้องสูญเสียเวลานานนับ 10 ปี ในการเก็บเงินก้อนนั้น ซึ่งที่อยู่อาศัยนั้นเป็น 1 ในปัจจัย 4 ที่คุณต้องมีวันนี้เดี๋ยวนี้ ครั้นจะเช่าบ้านอยู่เพื่อเก็บเงินซื้อบ้านซื้อรถ ก็ดูเหมือนจะเป็นวิธีที่ไม่ฉลาดนัก เพราะคุณจะต้องเสียเงินเพื่อเช่าที่อยู่อาศัย แถมยังต้องเก็บเงินซื้อบ้านอีก เอาเงินที่เช่าบ้านอยู่ทุกเดือนนั้นไปเป็นเงินในการซื้อบ้านไม่ดีกว่าหรือ? คุณจึงจำเป็นต้องกู้สินเชื่อในการซื้อบ้านและรถยนต์ และจำใจต้องตกอยู่ในภาวะการ “เป็นหนี้”
อีกอย่างหนึ่งคือ หากคุณเก็บเงินได้มากขนาดซื้อบ้านซื้อรถด้วยเงินสดได้ ถ้าไม่นำไปลงทุนให้เงินงอกเงย ซึ่งอาจจะทำให้คุณได้กำไรมากกว่าคงเป็นอะไรที่เสียโอกาสมาก ๆ แน่นอนมูลค่าบ้านอาจจะเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา แต่อย่าลืมว่าบ้านไม่ได้ซื้อง่ายขายคล่องรวดเร็วทันใจขนาดนั้น อีกอย่างหนึ่งคือถ้าขายได้แล้วคุณจะไปนอนที่ไหนล่ะ? ส่วนรถยนต์อย่าว่าแต่กำไรหรือมูลค่าที่เพิ่มขึ้นเลย เพราะ ‘รถ’ มันก็มีแต่ ‘ลด’ สมชื่อนั่นแหละ มีแต่ความเสื่อมราคา ดังที่คนกล่าวกันว่า รถยนต์ที่อยู่ในโชว์รูมมีราคาปลีก ขับออกจากโชว์รูมปุ๊บเป็นราคาส่งทันที แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น “เป็นหนี้” ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่ดี เพราะหนี้สินนั้นมีทั้ง หนี้ดีหนี้ไม่ดี แต่จะแยกแยะอย่างไร MoneyGuru.co.th มีคำตอบมาฝาก

ความแตกต่างของ หนี้ดี และ หนี้ไม่ดี

การเป็นหนี้เพื่อคุณภาพชีวิตของครอบครัวเช่น ซื้อบ้าน ซื้อรถยนต์ อาจจะถือได้ว่าเป็นการก่อหนี้ที่ดี แต่จะให้เหมารวมทุกกรณีที่ซื้อบ้านว่าเป็นการสร้างหนี้ดีก็คงไม่ใช่เสียทีเดียว เพราะยังต้องดูไปถึงการบริหารจัดการหนี้ ความมีวินัยทางการเงินและการชำระหนี้ด้วย ตรงกันข้าม หากซื้อมาเพื่อความฟุ่มเฟื่อย หรือเลือกซื้อแบบเกินตัว จนส่งผลให้การเงินรวนปั่นป่วนและไม่สามารถจัดการควบคุมได้ แบบนี้ถือว่าเป็นการก่อหนี้ที่ไม่ดี นอกจากจะส่งผลที่ไม่ดีต่อตัวผู้สร้างหนี้เองแล้ว ยังส่งผลไปถึงคนรอบข้างอีกด้วย อย่างไรก็ดี เรามีการแยกแยะหนี้ดีและหนี้ไม่ดีอย่างเข้าใจง่าย โดยอาศัยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริใน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ดังตารางด้านล่างนี้

หนี้ดีหนี้ไม่ดี

ควรบริหารจัดการหนี้อย่างไร?

ดังที่เรากล่าวไปแล้วข้างต้น การมีหนี้ดีต้องมีการบริการจัดการหนี้ที่ดีด้วย จึงจะเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จ มีสภาพการเงินที่ดี ไม่เป็นหนี้สินหัวโตแบบชดใช้ไม่หวาดไม่ไหว แล้วการบริหารจัดการหนี้ที่ดีที่ว่านั้นต้องทำอย่างไรบ้าง มาดูกันเลย

1. แยกแยะให้เป็น

หากต้องการจะสร้างหนี้ คุณต้องรู้ตัวเองก่อนว่าคุณสามารถแยกแยะประเภทหนี้ต่าง ๆ ออกหรือไม่ ว่าเป็นการสร้างหนี้ที่ดี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้มั่นคง เป็นหนี้ที่จำเป็นต้องเป็นหนี้ หรือสร้างหนี้เพื่อสนองกิเลส ความอยากได้อยากมี ต้องการมีหน้ามีตาทางสังคม หนี้ที่ไม่จำเป็นต้องสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นภาระตัวเอง หากคุณยังไม่สามารถแยกแยะได้ อาจจะนำไปสู่การใช้จ่ายเกินตัว กู้หนี้ยืมสินจนเกินความจำเป็น ถือว่าเป็นหายนะใหญ่หลวงทางการเงิน

2. พิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ของตนเอง

อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจก่อหนี้ก้อนใหญ่ จนกว่าคุณจะรู้ศักยภาพในการชำระหนี้ของคุณ ว่าสามารถมีหนี้สินได้มากน้อยแค่ไหน จึงจะไม่เดือดร้อนตัวเองและครอบครัว โดยหลักในการพิจารณาทั่วไปคือ ภาระค่างวดบ้านและรถยนต์รวมกันต้องไม่เกิน 40% ของรายได้สุทธิต่อเดือน ไม่ควรมากเกินไปกว่านี้เพราะรายได้ของคุณจำเป็นต้องนำไปใช้ในส่วนอื่น ๆ ด้วย เช่น ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต ค่าน้ำมันรถ ค่าบำรุงรักษาบ้าน ค่าน้ำไฟ ฯลฯ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็สามารถปรับอัตราส่วนให้เพิ่มมากขึ้นได้ ขึ้นอยู่กับว่าคุณมีวินัยทางการเงินมากเพียงใด

3. พยายามสร้างเครดิตที่ดี

การสร้างเครดิตให้น่าเชื่อถือนั้นยากมาก แต่พังทลายง่ายแสนจะง่าย ผิดนัดชำระแค่ครั้งเดียวก็สามารถทำให้ความน่าเชื่อถือหายไปหมดได้แล้ว ดังนั้นก่อนที่จะก่อหนี้สินใหญ่ คุณควรพยายามชำระหนี้สิน เช่น บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด ฯ ให้ตรงเวลา หรือหากเป็นผู้ที่ไม่มีหนี้สินมาก่อน ก็ต้องหมั่นทำธุรกรรมกับธนาคารหรือสถาบันการเงินอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็น การออมเงินหรือการลงทุน เพื่อให้เครดิตดีมีความน่าเชื่อถือ ต่อไปในอนาคตเมื่อคุณตัดสินใจจะซื้อบ้านซื้อรถ ก็จะได้รับการอนุมัติที่ง่ายมากยิ่งขึ้น

4. เลือกประเภทสินเชื่อให้เหมาะสม

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญในการก่อหนี้ดี คือการเลือกผลิตภัณฑ์สินเชื่อให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ในการกู้ยืม เหมาะสมกับระยะเวลาในการใช้หนี้คืน เพื่อป้องกันการสร้างหนี้ที่เกิดจากดอกเบี้ย และทำให้คุณต้องเสียเงินเพิ่มมากขึ้นโดยไม่จำเป็นนั่นเอง โดยหนี้สินที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ และถือเป็นหนี้ดีก็คือ หนี้เพื่อที่อยู่อาศัย หนี้เพื่อการศึกษา หนี้ค่ารักษาพยาบาล (ซึ่งควรจะทำประกันสุขภาพเอาไว้ก่อนจะดีกว่า จะได้ไม่ต้องกู้หนี้ก้อนนี้) หนี้เพื่อธุรกิจ เป็นต้น

5. มีวินัยอย่างที่สุด

การสร้างหนี้ มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ คุณจำเป็นต้องมีวินัยทางการเงินอย่างที่สุด ไม่ควรคาดหวังเอาน้ำบ่อหน้าในการกู้หนี้ยืมสินก้อนใหญ่เช่นนี้ เพราะเงินในอนาคตนั้นไม่แน่ไม่นอน คุณอาจจะไม่ได้มาก็ได้ ซึ่งหากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น จะทำให้การเงินของคุณย่ำแย่ลงไปทันที และที่สำคัญ ควรชำระหนี้สินให้ตรงเวลา ห้ามเบี้ยว ห้ามขาด ห้ามช้า เพื่อเครดิตที่น่าเชื่อถือของคุณ

6. อย่ามองข้ามการออม

แม้การก่อหนี้จะสร้างภาระให้คุณมากแค่ไหน แต่คุณก็ต้องออมเงินเอาไว้ด้วย เพราะเหตุการณ์ฉุกเฉินไม่คาดฝันสามารถเกิดขึ้นกับคุณได้ทุกเมื่อ หากมันเกิดขึ้น คุณจะเอาเงินที่ไหนไปจัดการปัญหาเหล่านั้น? หากคุณล้มลง คุณจะเอาเงินที่ไหนไปผ่อนบ้านผ่อนรถ ที่เลวร้ายสุด หากขาดส่งมาก ๆ บ้านรถก็โดนยึดไปอีก คุณจะเอาบ้านที่ไหนซุกหัวนอน? ดังนั้น อย่าละเลยการออมเงิน จะมีมากมีน้อยก็ควรออมเงินเอาไว้ทุก ๆ เดือน เมื่อระยะเวลาผ่านไปนาน ๆ เงินออมนั้นก็จะเพิ่มพูนขึ้นเอง
ขึ้นชื่อว่า “หนี้” ไม่ว่าจะเป็น หนี้ดีหนี้ไม่ดี ถ้าหากคุณไม่มีวินัยทางการเงิน เลือกสร้างหนี้เกินตัวเกินกำลัง มองเรื่องหน้าตาทางสังคมมากกว่าความจำเป็น ต่อให้หนี้นั้นเป็นหนี้ดี ก็อาจกลายเป็นหนี้เสียและทำให้การเงินของคุณพังทลายลงไปได้ ดังนั้น ควรบริหารหนี้สินของคุณให้ดี ชำระหนี้ให้ตรงเวลาทุกงวด ไม่ควรขาด ไม่ควรสาย เพื่อสถานะเครดิตที่ดีและมีความน่าเชื่อถือนะคะ และที่สำคัญ บทความทางการเงินแบบนี้จาก MoneyGuru.co.th ยังมีอีกมากมาย อย่าลืมกด Subscribe เพื่อรับสาระดี ๆ จากเรานะคะ

เคล็ดลับการเงิน

สนับสนุนข้อมูลโดย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน