สินเชื่อรถยนต์มีกี่แบบ ต่างกับสินเชื่ออื่นอย่างไร - MoneyGuru.co.th

สินเชื่อรถยนต์มีกี่แบบ ต่างกับสินเชื่ออื่นอย่างไร


หลายคนทราบกันดีว่า “สินเชื่อ” คือการยื่นขอกู้กับสถาบันทางการเงิน หรือธนาคารต่างๆ เพื่อนำเงินก้อนมาใช้จ่ายก่อนชั่วคราว มีหลากหลายประเภทและรูปแบบ แต่ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ หนึ่งในนั้นก็คือสินเชื่อรถยนต์ บทความนี้เลยจะขอพาไปทำความเข้าใจกับสินเชื่อรถยนต์กันอีกครั้งว่า สินเชื่อรถยนต์มีกี่แบบ และต่างกับสินเชื่ออื่นอย่างไรบ้าง

สินเชื่อรถยนต์มีกี่แบบ

สินเชื่อรถยนต์มีกี่แบบ ประเภทของสินเชื่อที่คนมีรถต้องรู้

สินเชื่อรถยนต์ คือประเภทการขอสินเชื่อแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน สามารถแบ่งย่อยออกเป็น 2 รูปแบบ ดังนี้

  • สินเชื่อเช่าซื้อรถ ไม่ว่าจะเช่าซื้อรถใหม่ หรือเก่าก็ตาม
  • สินเชื่อระบบไฟแนนซ์ การนำรถเข้าไปจำนองกับสถาบันการเงิน เพื่อแลกเป็นเงินสด

โดยทั้ง 2 รูปแบบนี้ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย และวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน เพราะสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ คือการทำสัญญาการซื้อ-ขาย ระหว่างผู้ซื้อรถใหม่กับบริษัทจำหน่ายรถยนต์ ผ่านคนกลางคือ “สถาบันการเงิน หรือธนาคาร” ที่ให้บริการสินเชื่อ โดยสถาบันฯ ดังกล่าวจะจ่ายค่ารถยนต์ให้กับผู้ที่ขอสินเชื่อก่อน จากนั้นจึงทำสัญญาเพื่อให้ผู้ขอสินเชื่อ ชำระเงินคืนให้กับทางสถาบันการเงินนั้นๆ เป็นรายเดือน ตามความสามารถและข้อตกลงระหว่างผู้ขอสินเชื่อกับทางสถาบันฯ

เมื่อชำระเงินครบจนหมดงวดสุดท้าย สถาบันการเงินหรือธนาคารที่เราทำสัญญาด้วยไว้ ก็จะโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ให้กับผู้ขอสินเชื่อ สินเชื่อในลักษณะนี้จึงมีแง่ดีที่ช่วยให้คนอยากมีรถยนต์ สามารถซื้อรถได้โดยไม่ต้องเสียเงินก้อนใหญ่ในครั้งเดียว

ส่วน สินเชื่อระบบไฟแนนซ์ การขอสินเชื่อประเภทนี้ จะต้องผ่อนชำระค่างวดรถให้หมดเป็นที่เรียบร้อยเสียก่อน ถึงจะนำรถไปเป็นทรัพย์สินจำนองกับสถาบันการเงิน หรือธนาคาร เพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสดออกมาใช้จ่ายได้ จากนั้นผู้ขอสินเชื่อจะต้องผ่อนชำระจ่ายเงินคืนเป็นรายเดือนในอัตราที่ได้ทำสัญญาและตกลงไว้ โดยวงเงินที่จะได้รับ จะขึ้นอยู่กับการประเมินสภาพรถของสถาบันการเงิน ว่าเป็นรถเก่าหรือรถใหม่ตามอายุการใช้งานจริง

สินเชื่อระบบไฟแนนซ์ จึงเป็นหนึ่งในสินเชื่อรถยนต์ที่ได้รับความนิยมสูงขึ้นมากในปัจจุบัน และยิ่งได้รับความนิยมมากขึ้นไปอีก เมื่อบางสถาบันการเงิน หรือธนาคาร อนุโลมให้ผู้ขอสินเชื่อที่ประสงค์จะขอกู้เงิน แต่ยังชำระค่างวดรถไม่หมด สามารถทำได้ ด้วยการยื่นขอ สินเชื่อแบบรีไฟแนนซ์เพียงแต่ผู้ขอสินเชื่อก็ต้องทำใจไว้หน่อยนึงว่า วงเงินที่จะได้ ย่อมลดน้อยลงไปตามการประเมินสภาพรถ และวงเงินที่ยังค้างจ่ายในการทำสินเชื่อเช่าซื้อรถ

อยากขอสินเชื่อรถยนต์ ต้องรู้อะไรบ้าง

สินเชื่อรถยนต์ เป็นหนึ่งรูปแบบเงินกู้ที่มีมูลค่าค่อนข้างสูง ดังนั้น ก่อนที่จะขอกู้สินเชื่อรถยนต์ จึงมีสิ่งที่ผู้กู้หรือขอสินเชื่อทุกคนควรทราบไว้ก่อน เพราะไม่เพียงแต่ช่วยให้การขอสินเชื่อรถยนต์เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดหนี้โดยไม่รู้ตัวอีกด้วย เช่น

  • ศึกษาและหาข้อมูลเกี่ยวกับข้อเสนอของสถาบันการเงินและธนาคารที่ให้สินเชื่อ เพื่อเปรียบเทียบข้อดีและข้อด้อย ของแต่ละสถาบันว่าเป็นอย่างไรบ้าง จะได้มีข้อมูลไว้สำหรับประกอบการตัดสินใจในการเลือกข้อเสนอสินเชื่อที่ดีที่สุด
  • ตัดสินใจเลือกผู้ให้บริการสินเชื่อรถยนต์ที่ให้ประโยชน์สูงสุด เช่น เลือกจากวงเงินอนุมัติที่สูงที่สุด เลือกจากอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำที่สุด เลือกระยะเวลาในการผ่อนได้นานที่สุด หรือเลือกจากสถาบันที่มอบส่วนลดให้กับการปิดหนี้ที่คุ้มค่าที่สุด (*ไม่น้อยกว่า 50% ของดอกเบี้ยเช่าซื้อที่ยังไม่ได้ชำระ)

นอกจากนี้ ยังมีรายละเอียดอื่นๆ ที่ไม่ควรมองข้าม เช่น การแจ้งยี่ห้อ รุ่น และปี ของรถยนต์ที่ต้องการขอสินเชื่อ จากนั้นเตรียมเอกสารให้ครบตามที่ทางสถาบันระบุ โดยบางสถาบันฯ อาจมีการร้องขอให้เตรียมเอกสาร สำหรับผู้ค้ำประกันด้วย จึงจะมีการนัดทำการเซ็นสัญญาเช่าซื้อ และรอผลการอนุมัติประมาณ 3 – 5 วันทำการ โดยเมื่อได้รับการอนุมัติ เจ้าหน้าที่จะขอทะเบียนเล่มตัวจริงเพื่อทำการโอนที่สำนักงานขนส่ง จากนั้น ผู้สมัครจะต้องโอนกรรมสิทธิ์ให้กับสถาบันสินเชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์รถ และระบุผู้เช่าซื้อเป็นผู้ครอบครองในคู่มือของทะเบียนรถ

เทคนิคเลือกผู้ให้บริการสินเชื่อรถยนต์

ควรเลือกผู้ให้บริการสินเชื่อรถยนต์ที่มีความน่าเชื่อถือ และมีประสิทธิภาพในการบริการ รวมถึงควรคำนึงถึงช่องทางชำระเงินค่างวดด้วยว่า สามารถอำนวยความสะดวกในการเข้าใช้บริการหรือไม่ นอกจากนี้ ควรเลือกสินเชื่อรถยนต์ที่ให้บริการดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก เพราะหากมีเงินก้อนก็จะได้นำมาปิดหนี้ได้รวดเร็วมากกว่า ซึ่งอัตราของดอกเบี้ยก็จะมากกว่าแบบคงที่

สำหรับค่าใช้จ่าย ค่าดำเนินการ และค่าธรรมเนียมที่ควรทราบ ต้องบอกก่อนว่า ในการขอสินเชื่อรถยนต์ จำเป็นจะต้องมีค่าใช้จ่าย ค่าดำเนินการ และค่าธรรมเนียมหลายประการที่ควรทราบ เพื่อจะได้จัดเตรียมเอาไว้เสียตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งควรนำค่าใช้จ่ายเหล่านี้ไปหักกับส่วนของวงเงินที่ได้รับการอนุมัติด้วย จะได้ทราบจำนวนเงินที่แท้จริงที่จะได้รับจากการอนุมัติสินเชื่อรถยนต์

สำหรับค่าใช้จ่ายดังกล่าว มีดังต่อไปนี้

  • ค่าอากรสแตมป์
  • ค่าโอนทะเบียนรถยนต์
  • ค่าเบี้ยประกันภัย
  • ค่าภาษีรถยนต์
  • ค่าใช้จ่ายอื่นๆ

ด้านเอกสารที่ควรเตรียมให้พร้อมนั้น ไม่ยุ่งยากเลย ขอเพียงมี บัตรประชาชนตัวจริง ทะเบียนบ้าน รายการเดินบัญชีเงินฝากธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน และเอกสารด้านการเงิน เช่น ใบรับรองเงินเดือนหรือสลิปเงินเดือนล่าสุด ก็สามารถยื่นเรื่องได้แล้ว

ข้อดีของการขอสินเชื่อแบบเช่าซื้อรถยนต์

  • แม้ไม่มีเงินก้อน ก็ช่วยให้คนอยากมีรถสามารถซื้อได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาในการเก็บเงิน
  • ทำให้สามารถซื้อรถมาเพื่อใช้อำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน หรือต่อยอดประกอบอาชีพได้
  • ส่วนใหญ่สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มีกาารคิดดอกเบี้ยอัตราคงที่ ทำให้ผ่อนชำระเท่ากันทุกงวด จึงทำให้การวางแผนรายจ่ายต่อเดือน เป็นเรื่องง่ายขึ้น
  • มีเวลาในการผ่อนชำระคืนให้กับสถาบันทางการเงินค่อนข้างนาน
  • หากจำนวนงวดผ่อนชำระเหลือไม่มาก สามารถปิดยอดหนี้ได้ และในบางครั้งอาจได้รับส่วนลดอีกด้วย

ข้อเสียของการขอสินเชื่อแบบเช่าซื้อรถยนต์

สำหรับข้อเสียของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์คือ หากไม่สามารถผ่อนชำระได้ตามจำนวน และตามระยะเวลาที่ระบุเอาไว้ในสัญญา ทางสถาบันการเงินมีสิทธิ์ในการยึดรถยนต์ที่ทำการกู้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เอาไว้ โดยไม่จำเป็นที่จะต้องคืนค่างวดที่ชำระไปแล้ว

ดังนั้น หากต้องการกู้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ แม้จะสามารถทำได้ แต่ก็ควรมั่นใจด้วยว่าตัวเองนั้น มีสภาพคล่องและศักยภาพทางการเงินที่มากเพียงพอ ไม่เช่นนั้น อาจทำให้เกิดปัญหาโดยไม่ทันรู้ตัวได้เช่นกัน

วิธีสมัครมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินเชื่อรถยนต์แบบออนไลน์

อ่านบทความเกี่ยวกับสินเชื่อประเภทอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่:

ไม่พลาดทุกเรื่องราวข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @MoneyGuruThailand