เจาะเกณฑ์ LTV ในการกู้ซื้อบ้าน

โดย MoneyGuru.co.th, ในหมวดหมู่ "สินเชื่อส่วนบุคคล,ไลฟ์สไตล์"

February 6, 2020


หลังจากที่ ธปท. ได้ออก มาตรการ ltv เพื่อช่วยให้ประชาชนกู้บ้านเพื่ออยู่อาศัยจริงได้ง่ายมากขึ้นพร้อมทั้งผ่อนปรนกรณีการกู้ร่วมไปแล้ว ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาและล่าสุดทาง ธปท.ได้ปรับปรุงมาตรการ LTV ใหม่อีกครั้ง ที่จะทำให้สามารถผ่อนจ่ายหนี้ลดลง

บทความน่าอ่าน : สินเชื่อบุคคล ของแต่ละธนาคาร อัพเดทล่าสุด !!! เดือน กุมภาพันธ์ 2563

มาตรการ LTV  ในการกู้ซื้อบ้านจาก  ธอส.

มาตรการ-ltv

 

โดยปกติธนาคารพาณิชย์จะให้สินเชื่อเต็มมูลค่าบ้านหรือ LTV ที่ 100% และมักให้กู้เพิ่มเติมภายใต้ชื่อสินเชื่ออเนกประสงค์ เพื่อซื้อของตกแต่งบ้าน ผ่านช่องทางสินเชื่อส่วนบุคคลซึ่งมีอัตราดอกเบี้ย 18% โดยจะสูงกว่าสินเชื่อบ้านที่มีอัตราดอกเบี้ยราว 6% ต่างจากของธนาคารอาคารสงเคราะห์ที่ได้รับสินเชื่อเต็มมูลค่าบ้านหรือ LTV เต็ม 100%  แต่ไม่สามารถกู้เพิ่มเติมสำหรับซื้อของตกแต่งบ้านได้ เพราะ ธอส.ไม่มีสินเชื่อบุคคล  ดังนั้นทำให้ทาง ธปท. ทำการผ่อนเกณฑ์ LTV โดยให้ผู้กู้สามารถกู้เพิ่มได้อีก 10% เป็นการกู้บนหลักประกันเดียวกันซึ่งมีอัตราดอกเบี้ย 6% ภาระดอกเบี้ยของผู้กู้ก็หายไป 12% หรือราว 2,000 บาทโดยเฉลี่ยต่อเดือนต่อคน เป็นการลดภาระ สำหรับสัญญาแรก  ด้านคนที่ไม่ได้กู้เต็มมูลค่าบ้าน หรือกู้เพียง 70-80% หากจะกู้เพิ่มอีก 10% ก็จะไม่มีปัญหาด้วยเช่นกันด้านหลักเกณฑ์ LTV สำหรับบ้านหลังที่สอง  ล่าสุดทาง ธปท. ปรับปรุงผ่อนคลายหลักเกณฑ์ลงมาเป็น 2 ปี ทาง ธปท.ก็จะนับว่ามีความสามารถในการผ่อนชำระถือว่ามีวินัยพอสมควร พร้อมให้วางเงินดาวน์ 10%

 

มาตรการ-ltv

ราคาคอนโดลดลงสมเหตุสมผล จากมาตราการ LTV

ผลจากา มาตรการ LTV ทำให้ราคาอาคารชุดหรือคอนโดมิเนียมลดลงสมเหตุสมผล จาก ค่าเฉลี่ยการเติบโตราคาที่อยู่อาศัยก่อนใช้มาตรการ LTV ช่วงปี 2556 ถึงไตรมาสแรกปี 2562 บ้านเดี่ยวพร้อมที่ดินเพิ่มขึ้น 3.9% ทาวน์เฮ้าส์พร้อมที่ดิน 5.8% และอาคารชุด 5.8% แต่หลังจากใช่มาตรการ LTV ในช่วงรไตรมาส 2-3 ของปี 2562 บ้านเดี่ยวพร้อมที่ดินเพิ่มขึ้น 3.7% ทาวน์เฮ้าส์พร้อมที่ดิน 2.8% และอาคารชุด -0.5% นั้นก็เพราะว่าเมื่อมี มาตราการ LTV ทำให้การเก็งกำไรลดลง เมื่อไม่มีการเก็งกำไรบ้านและคอนโดมิเนียมก็ชะลอตัวลงขายออกยากขึ้น จนสุดท้าย บ้านเดี่ยวหรืออาคารชุดก็ลดลงสู่ในราคาที่สมเหตุสมผล จนประชาชนสามารถกู้ซื้อได้

 

สินเชื่อที่อยู่อาศัยหลังมาตราการ LTV

สินเชื่อธนาคารที่ให้แก่ที่อยู่อาศัยในแนวราบขยายตัว 5-10% หลังออกมาตรการ 11 เดือนแรก ขณะที่สินเชื่อสำหรับคอนโดมิเนียมหรือโครงการแนวสูงลดลง 5% นอกจากนี้สัดส่วนคนซื้อสัญญาบ้านที่สองลดลงมาที่ 18% จาก 25% ในช่วงก่อนออกมาตรการ ซึ่งเป็นไปตามความคาดหมายและการให้สินเชื่อสัญญาแรกที่อยู่อาศัยในแนวราบรอบ 11 เดือนของการใช้มาตรการจำนวนบัญชีก็เพิ่มขึ้น 9.6% แนวสูงลดลง 2.7% โดยพื้นทื่แนวสูงที่ลดลง คือ   ชลบุรี พัทยา นั้นก็เพราะการเก็งกำไรจากทั้งต่างชาติและคนไทยที่ลดลง

 

ปัจจัยอื่นที่ส่งผลให้สินเชื่อโครงการลดลง

นั้นคือความต้องการของต่างชาติที่ลดลงตั้งแต่ปีที่แล้ว เพราะเงินจากต่างประเทศที่โอนมาเพื่อซื้ออาคารชุดปีที่ผ่านมาลดลง 30% จากมาตราการ LTV จากสาเหตุเพราะเก็งกำไรลำบากทำให้ความต้องการคอนโดจากต่างชาติลดลงในการซื้อคอนโดมิเนียมรวมกัน ทุกๆประเทศไม่ใช้เฉพาะประเทศ จีน มีสัดส่วน 50% ของเงินโอนจากต่าประเทศที่เข้ามาซื้อคอนโดมิเนียมในไทย

 

สรุป ผู้กู้ซื้อบ้านหลังแรกสามารถกู้เพิ่มซื้อเฟอร์นิเจอร์ได้ 10% ผู้กู้ซื้อบ้านหลังที่สองหากผ่อนหลังแรกมาแล้วตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป วางเงินดาวน์เพียง 10%  ปรับหลักเกณฑ์เงินกองทุนให้กับผู้กู้กลุ่มซื้อที่อยู่อาศัยจริง เพื่อสนับสนุนให้กับสถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อมากยิ่งขึ้น โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่ วันนี้เป็นต้นไป

 

 

สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวเลือก สินเชื่อส่วนบุคคล เพียงคลิกเข้ามาเปรียบเทียบที่ MoneyGuru.co.th คุณจะได้รับข้อเสนอจากผู้ให้กู้สินเชื่อต่าง ๆ ในที่เดียว ไม่ต้องไปติดต่อสถาบันการเงินต่าง ๆ ทีละเจ้าให้เสียรง เสียเงิน และเสียเวลา

รับจดหมายข่าว

 

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน