อัพเดทล่าสุดที่สุด มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้จาก Covid-19 ธนาคารต่างๆ 

โดย MoneyGuru.co.th, ในหมวดหมู่ "บัตรเครดิต,สินเชื่อส่วนบุคคล"

March 30, 2020


ช่วงสถานการณ์โควิต-19 ที่ไม่น่าไว้ใจแบบนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อการเงินในกระเป๋าแน่นอน เพราะภาคธุรกิจโดยรวมก็สะดุด ในขณะที่บางคนรายได้น้อยลงเพราะไม่ได้มีการจ้างงาน ดังนั้นธนาคารแห่งประเทศไทยจึงมีนโยบายให้ธนาคารพาณิชย์ทั้งหลายออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือและเยียวยาลูกหนี้ในช่วงที่โควิด-19 ยังระบาดและภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ บทความนี้มัดรวมมาให้แล้ว อัพเดทมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้จากสถาการณ์โรค Covid-19 จากทุกธนาคาร

มาตรการเยียวยาลูกหนี้บัตรเครดิต จากผลพวง Covid-19

ชมรมธุรกิจบัตรเครดิต ลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำ 5% ทุกรายโดยไม่ต้องแจ้งความจำนงใดๆ

รวมมาตรการพักหนี้จากธนาคาร แบบทั้งต้นทั้งดอกนาน 6 เดือน

มาตรการธนาคารช่วยโควิด

อัพเดทล่าสุดที่สุด มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้จาก Covid-19 ธนาคารต่างๆ 

มาตรการธนาคารช่วยโควิด

 

ช่องทางการติดต่อสถาบันการเงินในประเทศไทย

มาตรการธนาคาร เยียวยาโควิด-19 อัพพเดทล่าสุดจาก 9 ธนาคาร 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ.2563 ที่ผ่านมา หลายธนาคารทั้งธนาคารสังกัดรัฐบาลและธนาคารพาณิชย์ภาคเอกชนได้ออกมาตรการเยียวยาลูกหนี้เพิ่มเติม ซึ่งหลักๆ แล้วก็จะเป็นการพักต้นลดดอกเบี้ย เน้นกลุ่มลูกหนี้รายย่อย และผู้้ประกอบการขนาดเล็ก เพื่อจะช่วยให้ประชาชนมีสภาพคล่องทางการเงินในช่วงโควิดระบาดแบบนี้

ธนาคารรัฐ

ธนาคารออมสิน

– มาตรการช่วยเหลือสำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัส Covid-19 โดยธนาคารฯ จะดำเนินการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้โดยอัตโนมัติเป็นเวลา 3 เดือน ให้กับลูกค้าเงินกู้ทุกรายที่มีสถานะชำระปกติจนถึงที่มีหนี้ค้างชำระไม่เกิน 3 เดือน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563 สำหรับลูกค้าสินเชื่อบุคคล สินเชื่อเคหะที่มีเงินต้นคงเหลือไม่เกิน 3 ล้านบาท และสินเชื่อSMEs ที่มีเงินต้นคงเหลือไม่เกิน 20 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ถึง วันที่ 30 มิถุนายน 2563

– สำหรับลูกค้าที่ถือบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด ธนาคารออมสินช่วยลดอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำในปี 2563 ถึงปี 2564 จากเดิม 10% ของยอดเงินที่เรียกเก็บ เหลือ 5% ของยอดเงินที่เรียกเก็บ จากนั้นในปี 2565 ให้ชำระในอัตรา 8% ของยอดเงินที่เรียกเก็บ และปี 2566 อัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำอยู่ที่ 10% ของยอดเงินที่เรียกเก็บ

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

– มาตรการพักชำระเงินต้นระยะเวลา 3 เดือน และจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือน สำหรับลูกค้าที่มี วงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท (ไม่จำกรอบวงเงินสินเชื่อ) มีสถานะบัญชีปกติ ไม่อยู่ในสถานะกฎหมาย สามารถ ลงทะเบียนได้ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2563

– มาตรการพักชำระเงินต้นระยะเวลา 1 ปี และจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือน (ไม่จำกัดกรอบวงเงิน สินเชื่อ) เมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่พักชำระเงินต้นแล้ว สามารถแจ้งความประสงค์ขยายระยะเวลาการผ่อนชำระเพิ่มได้นานสูงสุดอีก 10 ปี ซึ่งการขยายระยะเวลาจะทำให้เงินงวดรายเดือนของลูกค้าลดลงอีกด้วย สามารถลงทะเบียน ได้ภายในวันที่ 30 เมษายน 2563

– มาตรการพักชำระเงินต้นระยะเวลา 6 เดือน พร้อมลดดอกเบี้ยเหลือ 3.90% ต่อปี และจ่ายเฉพาะ ดอกเบี้ยรายเดือน กรอบวงเงินสินเชื่อ 50,000 ล้านบาท

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.)

– มาตรการพักชำระเงินหนี้เงินต้นให้แก่ลูกค้าเงินกู้ทุกรายที่มีสถานะชำระปกติจนถึงที่มีหนี้ค้างชำระไม่เกิน 3 เดือน ณ วันที่ 1 มีนาคม 2563 เป็นเวลา 3 เดือน นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 เป็นต้นไป คงเหลือชำระเฉพาะดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือนเท่านั้น ซึ่งลูกค้าที่เข้าเกณฑ์ดังกล่าวจะได้รับสิทธิโดยอัตโนมัติทันที

– มาตรการลดอัตราดอกเบี้ยลง 1% เป็นเวลา 1 ปี สำหรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว ประกอบด้วยธุรกิจโรงแรม ธุรกิจห้องพัก ธุรกิจสปา ธุรกิจร้านอาหาร/ภัตตาคาร ธุรกิจนำเที่ยว มัคคุเทศก์ และบริการขนส่งนักท่องเที่ยว ที่ได้รับผลกระทบทางตรงใน 22 จังหวัดหลักตามข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

ธนาคารกรุงไทย

– มาตรการพักชำระหนี้ให้ลูกค้ารายย่อยและลูกค้าธุรกิจที่มีสถานะชำระปกติ ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยนาน 3 เดือน ทั้งลูกค้าสินเชื่อบุคคล ได้แก่ สินเชื่อ Smart Money และสินเชื่ออเนกประสงค์ 5 Plus และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท รวมทั้งสินเชื่อธุรกิจ ที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 20 ล้านบาท โดยสามารถยื่นความประสงค์เข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2563

– มาตรการพักชำระเงินต้น 12 เดือนให้กับลูกค้ารายย่อย พักชำระเงินต้น 12 เดือน ขยายระยะเวลาชำระหนี้ตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) และสินเชื่อ Trade Finance ออกไปอีก 6 เดือน สำหรับลูกค้าธุรกิจที่มีรายได้ลดลง

– สินเชื่อกรุงไทยต้ายภัยโควิด-19 ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 2% ต่อปี คงที่ 2 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุด 20 ล้านบาท ฟรีค่าธรรมเนียม บสย. ค้ำประกัน 4 ปี ทำธุรกรรมโอน รับ จ่าย ไม่คิดค่าธรรมเนียมนาน 1 ปี กับลูกค้าธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เช่น ธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว โรงแรม รถเช่า ร้านขายของฝาก ของที่ระลึก

ธนาคารเอกชน

ธนาคารกรุงเทพ

– มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้บัตรเครดิต ปรับลดอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำมาอยู่ที่ 5% (จากเดิม 10%) มีผลตั้งแต่รอบบิลของวันที่ 1 เมษายน 2563 เป็นต้นไป ต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ปี

– กลุ่มลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ที่มีอาชีพหรือทำงานในธุรกิจโรงแรม การท่องเที่ยว สายการบิน และอาชีพในธุรกิจเกี่ยวเนื่อง หรือลูกค้าที่มีรายได้น้อยกว่า 30,000 บาท/เดือน สามารถขอรับความช่วยเหลือปรับอัตราดอกเบี้ยเป็นกรณีพิเศษ เป็นคงเหลือที่ 12%

– สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ ประเภทเงินกู้ (Installment Loan) สามารถลงทะเบียนขอรับการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ได้เป็นระยะเวลา 3 เดือน แจ้งความประสงค์เป็นรายบุคคลมายังช่องทางของธนาคาร

– สินเชื่อที่อยู่อาศัย วงเงินขณะอนุมัติไม่เกิน 3 ล้านบาท สามารถลงทะเบียนขอรับการพักชำระเงินต้น (จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย) ได้เป็นระยะเวลา 3 เดือน

– สินเชื่อธุรกิจ SME วงเงินขณะอนุมัติไม่เกิน 20 ล้านบาท สามารถขอพักชำระเงินต้น (จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย) ได้เป็นระยะเวลา 3 เดือน

ธนาคารกสิกรไทย

– ลดอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำบัตรเครดิตกสิกรไทย เหลือ 5% จากเดิม 10% ในช่วงปี 2563-2564 เหลือ 8% ในปี 2565 และปรับเป็น 10% ตามเดิมอีกครั้งในปี 2566 ซึ่งจะมีผลกับลูกค้าบัตรเครดิตของธนาคารโดยอัตโนมัติ ไม่จำเป็นต้องติดต่อมายังธนาคารแต่อย่างใด

– พักชำระเงินต้น จ่ายแต่ดอกเบี้ย สำหรับลูกค้าบัตรเครดิตกสิกรไทย และบัตรเงินด่วน XPress Cash จนถึงเดือนธันวาคม 2563

– สินเชื่อบ้านกสิกรไทย ให้พักชำระเงินต้น จ่ายแต่ดอกเบี้ยระยะเวลาสูงสุด 12 เดือน หรือลดยอดผ่อนต่องวด 50% สูงสุด 12 เดือน

– สินเชื่อธุรกิจ K SME สามารถพักชำระเงินต้น โดยจ่ายแต่ดอกเบี้ย ได้ในระยะเวลา 1 ปี และขอวงเงินสินเชื่อเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ซึ่งมี 2 โครงการให้เลือกได้แก่

– โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ มีวงเงินกู้สูงสุด 20 ล้านบาท ระยะเวลา 5 ปี ในช่วง 2 ปีแรกรับอัตราดอกเบี้ยคงที่ 2% และจ่ายแต่ดอกเบี้ย

– โครงการ SME สร้างไทย (บสย. เป็นผู้ค้ำประกัน) มีวงเงินกูสูงสุด 30 ล้านบาท ระยะเวลาผ่อนชำระคืนสูงสุด 7 ปี

– สินเชื่อรถยนต์ K Leasing สามารถพักชำระเงินต้น และดอกเบี้ยได้ 3 รอบบัญชี

ธนาคารไทยพาณิชย์

– สินเชื่อบัตรเครดิตธนาคารไทยพาณิชย์ ปรับลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำจาก 10 เหลือ 5% ในปี 2563-2564 เหลือ8% ในปี 2565 และ 10% ในปี 2666

– สินเชื่อรถยนต์ พักชำระค่างวด 6 เดือน

– บัตรเครดิตไทยพาณิชย์ทุกประเภท และสินเชื่อหมุนเวียน Speedy Cash พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 6 เดือน

– สินเชื่อบุคคล Speedy Loan พักชำระเงินต้นสูงสุด 6 เดือน

– สินเชื่อบ้าน พักชำระเงินต้นสูงสุด 6 เดือน

– สินเชื่อผู้ประกอบการรายย่อย ยอดขายไม่เกิน 75 ล้านบาท พักชำระเงินต้นสูงสุด 6 เดือน และขอสินเชื่อเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ อัตราดอกเบี้ย 2% นาน 2 ปี ระยะเวลาการกู้สูงสุด 10 ปี วงเงินกู้สูงสุด 20 ล้านบาท

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

– สินเชื่อบ้าน สินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อเพื่อธุรกิจรายย่อย ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ที่ไม่เป็นสินเชื่อค้างชำระเกิน 90 วัน ไม่เคยปรับปรุงโครงสร้างหนี้ หรือ ไม่เป็นสินเชื่อที่อยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2563 พักชำระหนี้เงินต้น สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน ปรับลดจำนวนเงินผ่อนชำระค่างวด สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน พักชำระหนี้เงินผ่อนชำระค่างวด สูงสุดไม่เกิน 6 เดือน

– ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ ธนาคารจะพิจารณามาตรการช่วยเหลือตามผลกระทบที่ลูกค้าได้รับ แล้วแต่กรณี

– สินเชื่อยานยนต์ กรุงศรี ออโต้ พักชำระค่างวดสูงสุดระยะเวลา 5 เดือน สำหรับรถจักรยานยนต์ และสูงสุดระยะเวลา 6 เดือน สำหรับรถยนต์ และปรับลดจำนวนเงินผ่อนชำระค่างวดลง

– สินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิตในเครือกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ลดอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำต่อเดือน สำหรับผลิตภัณฑ์สินเชื่อส่วนบุคคลจากเดิม 5% เหลือ 3% (เฉพาะสินเชื่อแบบชำระขั้นต่ำ) ตามรอบบัญชีตั้งแต่ 18 มีนาคม 2563 ถึง 31 ธันวาคม 2564 สำหรับลูกค้าทุกราย สำหรับผลิตภัณฑ์บัตรเครดิตจากเดิม 10% เหลือ 5% ตามรอบบัญชีตั้งแต่ 1 เมษายน 2563 ถึง 31 ธันวาคม 2564 สำหรับลูกค้าทุกราย

ธนาคารทีเอ็มบีและธนชาต

– มาตรการบัตรเครดิต ลดอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำเหลือ 5% จากเดิม 10% ในช่วงปี 2563-2564 เหลือ 8% ในปี 2565 และปรับเป็น 10% ตามเดิมอีกครั้งในปี 2566 ซึ่งจะมีผลกับลูกค้าบัตรเครดิตของธนาคารโดยอัตโนมัติ ไม่จำเป็นต้องติดต่อมายังธนาคารแต่อย่างใด และบัตรกดเงินสดเหลือ 3%

– สินเชื่อรถยนต์ ธนชาต Drive พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 6 เดือน

– สินเชื่อบ้านและสินเชื่อบุคคล พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 เดือน

– สินเชื่อเอสเอ็มอี เงินกู้ระยะยาวพักเงินต้น 6 เดือน ลดอัตราดอกเบี้ย O/D 1.5% ระยะเวลา 3 เดือน และพักชำระค่าธรรมเนียมประกัน บสย. 12 เดือน

– ลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ เงินกู้ระยะยาวพักชำระเงินต้นและขยายเวลาผ่อนชำระสูงสุด 6 เดือน เงินกู้ระยะสั้น ขยายเวลาชำระเงินต้น 3 เดือน และเพิ่มวงเงินสินเชื่อ

อัพเดท มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้จาก Covid-19 ธนาคารต่างๆ 

ธนาคารไทยพาณิชย์

ล่าสุด ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ขอแจ้งปรับลดอัตราผ่อนชําระคืนขั้นตํ่า ให้ลูกค้าบัตรเครดิต SCB ทุกราย โดยไม่ต้องติดต่อแจ้งความจํานงกับทางธนาคาร  เพื่อให้ความช่วยเหลือ และแบ่งเบาภาระของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ธนาคารจะทําการปรับลดอัตราผ่อนชำระคืนขั้นตํ่าให้ลูกค้าบัตรเครดิต SCB ทุกท่านโดยอัตโนมัติ จากเดิม 10% เป็น
– 5% ในปีพ.ศ. 2563-2564
– 8% ในปีพ.ศ. 2565
– 10% ในปีพ.ศ. 2566

ในช่วงเวลาที่มีสถานการณ์วิกฤติที่เรากําลังเผชิญกันอยู่นี้ SCB ขอเป็นกําลังใจ และพร้อมเดินเคียงข้างลูกค้า เพื่อก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกัน ด้วยมาตรการดูแลพิเศษด้านสินเชื่อบุคคล และสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการรายย่อย ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ตามข้อมูลด้านล่างนี้ค่ะ

หากมีข้อสงสัย สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จากคําถามที่ลูกค้าถามมาบ่อยๆ มีคําตอบรวบรวมไว้ให้ที่นี่ค่ะ https://www.scb.co.th/…/…/mar-2563/nws-help-covid-19-qa.html

ทั้งนี้การปรับลดอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำนี้จะเริ่มมีผลตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2563 เป็นต้นไป โดยลูกค้าบัตรเครดิต SCB ทุกท่าน ไม่ต้องติดต่อแจ้งความจำนงเป็นรายบุคคลมาที่ธนาคารฯ แต่อย่างใดค่ะ

ทั้งนี้ สําหรับมาตรการความช่วยเหลือของผลิตภัณฑ์อื่นๆ คือสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถ และ SME สามารถคลิกดูได้ที่ https://www.scb.co.th/…/…/news/mar-2563/nws-support-npl.html

ธนาคารกรุงไทย

ธนาคารกรุงไทยได้เพิ่มมาตรการช่วยเหลือเพื่อแบ่งเบาภาระลูกค้าอย่างทั่วถึง มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างหนี้และเสริมสภาพคล่อง

ลูกค้ารายย่อยที่กู้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อบุคคล ธนาคารพักชำระเงินต้นสูงสุด 12 เดือน นอกจากนี้ ยังสามารถขอวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมจากสินเชื่อ Home for Cash โดยใช้หลักประกันเดียวกับสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่มีกับธนาคาร

สำหรับกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว โรงแรม การส่งออกสินค้าไปยังจีนและประกอบธุรกิจอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบ ธนาคารได้ออกมาตรการช่วยเหลือทั้งลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กโดยได้พักชำระหนี้และขยายระยะเวลาชำระหนี้ให้กับลูกค้าเอสเอ็มอีขนาดกลาง เป็นกรณีเร่งด่วนไปแล้วกว่า 200 ราย วงเงินประมาณ 10,000 ล้านบาท

 

8 ข้อต้องรู้ นายจ้างมีสิทธิขอลดเงินเดือนหรือไม่ ในช่วงวิกฤตไวรัสโควิด-19 ระบาด

ธนาคารยูโอบี

ตั้งแต่เมษายน 2563 ธนาคารยูโอบีปรับลดอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำ 10% เป็น 5% สำหรับลูกค้าบัตรเครดิต และ 5% เป็น 2.5% สำหรับลูกค้าแคชพลัสทุกท่านที่มีสถานะปกติ โดยไม่ต้องติดต่อธนาคาร

ยูโอบีขอแจ้งปรับลดอัตราผ่อนชําระคืนขั้นตํ่าให้ลูกค้าบัตรเครดิตยูโอบี และแคชพลัสทุกท่าน โดยไม่ต้องติดต่อธนาคาร เพื่อช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระของลูกค้าที่อาจได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ธนาคารจะทำการปรับลดอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำให้ลูกค้าทุกท่านดังนี้

ลูกค้าบัตรเครดิตยูโอบี
– ปรับอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำเป็น 5% จนถึงสิ้นปี 2564
– ปรับอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำเป็น 8% ในปี 2565
– ปรับอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำเป็น 10% ในปี 2566

ลูกค้ายูโอบีแคชพลัส
– ปรับอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำเป็น 2.5% จนถึงสิ้นปี 2565
– ปรับอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำเป็น 5% ในปี 2566

ทั้งนี้ การปรับลดอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำนี้จะเริ่มมีผลตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 เป็นต้นไป โดยลูกค้าบัตรเครดิตยูโอบี และยูโอบีแคชพลัสทุกท่านไม่ต้องแจ้งความประสงค์มาที่ธนาคารแต่อย่างใด

25 มีนาคม 2563

ธนาคารมีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจและลูกค้ารายบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนอันส่งผลกระทบต่อลูกค้า โดยมีมาตรการผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ ขยายเวลาการชำระหนี้ ลดอัตราการผ่อนชำระหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำและสินเชื่อบุคคล นานสูงสุด 12 เดือน

​ธนาคารกสิกรไทย

นาคารขอแจ้งมาตรการพิเศษด้านสินเชื่อ เพื่อช่วยลูกค้ารายย่อยและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจและสถานการณ์ COVID-19 โดยครอบคลุมผลิตภัณฑ์สินเชื่อ 6 ประเภทค่ะ

  • บัตรเครดิตกสิกรไทย
  • บัตรเงินด่วน Xpress Cash
  • สินเชื่อเงินด่วน Xpress Loan
  • สินเชื่อบ้านกสิกรไทย
  • สินเชื่อธุรกิจ K SME
  • สินเชื่อรถ KLeasing

ลูกค้าที่สนใจลงทะเบียนได้ที่ K-Contact Center 02-8888888 และ K-BIZ Contact Center 02-8888822 ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2563 ค่ะ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  https://kbank.co/2JhkQbp

KBank ลดดอกเบี้ยลงอีก ช่วยลูกค้าสู้วิกฤต

ธนาคารกสิกรไทยลดดอกเบี้ยเงินกู้ เพื่อช่วยลูกค้าลดภาระค่าใช้จ่าย ทั้งลูกค้าผู้ประกอบการ และลูกค้าบุคคล ดังนี้

  • MOR ลดลง 0.25% เหลือ 6.62%
  • MRR ลดลง 0.12% เหลือ 6.50%

โดยจะผลทันทีตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป สำหรับลูกค้าสินเชื่อที่อัตราดอกเบี้ยในสัญญาเงินกู้ อิงอัตรา MOR หรือ MRR มีผลอัตโนมัติ ลูกค้าไม่ต้องลงทะเบียนใดๆค่ะ

ยอดผ่อนต่อเดือน
– กรณีลูกค้าชำระเงินต้น และดอกเบี้ย ยอดผ่อนต่อเดือนจะเท่าเดิม โดยธนาคารจะหักดอกเบี้ยน้อยลง และนำส่วนที่เหลือมาชำระเป็นเงินต้นมากขึ้น
– กรณีลูกค้าชำระเฉพาะดอกเบี้ย ยอดผ่อนต่อเดือนจะน้อยลง ตามอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง

รายละเอียด 🖊 https://kbank.co/2QGQYJm

ลูกค้าธุรกิจ

  • สินเชื่อเพื่อธุรกิจ (ประเภทเงินกู้) : ผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ยสูงสุด 12 เดือน
  • วงเงินหมุนเวียน (ประเภทตั๋ว) : ขยายตั๋วได้ไม่เกิน 12 เดือน
  • สินเชื่อเช่าซื้อเครื่องจักร : ผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ยสูงสุด 12 เดือน

ลูกค้ารายย่อย

  • สินเชื่อบ้านกสิกรไทย และ สินเชื่อที่อยู่อาศัยอื่นที่มีหลักประกัน : ผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ยสูงสุด 12 เดือน
  • สินเชื่อบัตรเครดิต และ สินเชื่อส่วนบุคคล : ผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ย ถึงรอบบัญชีเดือนธันวาคม 2563
  • สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ : ผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ยสูงสุด 12 เดือน

ธนาคารออมสิน 

ออมสิน ลดดอกเบี้ยสอดคล้อง กนง.

ธนาคารออมสิน ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ถือบัตรเครดิต และสินเชื่อบัตรเงินสด ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและวิกฤตไวรัส COVID-19

ออมสินช่วยคุณได้ ผ่อนหนักเป็นเบา กับ มาตรการช่วยเหลือผู้ถือบัตรเครดิต และสินเชื่อบัตรเงินสด (ลูกค้าที่ยังไม่เป็นหนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน) ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและวิกฤตไวรัส COVID-19

ธนาคารกรุงเทพ

ธนาคารกรุงเทพ ลดดอกเบี้ยเงินกู้ทั้ง 3 ประเภท 0.125-0.25%

ช่วยแบ่งเบาภาระลูกค้า และลดต้นทุนทางการเงินรับมือโควิด 19


ธนาคารกรุงเทพ ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทั้ง 3 ประเภท เอ็มแอลอาร์ 0.125% เอ็มโออาร์ 0.25% และเอ็มอาร์อาร์ 0.125% เพื่อช่วยเหลือลูกค้าผู้ประกอบการลดต้นทุนทางการเงินรับมือโรคโควิด 19 และหวังช่วยกระตุ้นให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยภาพรวม โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2563

นายสุวรรณ แทนสถิตย์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อเอ็มแอลอาร์ (MLR) หรืออัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (Minimum Loan Rate) ลง 0.125% อัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อเอ็มโออาร์ (MOR) หรืออัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (Minimum Overdraft Rate) ลง 0.25% และอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อเอ็มอาร์อาร์ (MRR) หรืออัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate) ลง 0.125% โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2563

สำหรับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ เป็นการตอบสนองทิศทางดอกเบี้ยนโยบายและให้ความช่วยเหลือลูกค้าผู้ประกอบการในเรื่องการลดต้นทุนด้านอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของต้นทุนการดำเนินธุรกิจเพื่อเสริมศักยภาพในการรับมือกับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19

สำหรับลูกค้าสินเชื่อบัตรเครดิต ธนาคารช่วยเหลือในการปรับเงื่อนไขผ่อนผันให้ไม่ต้องผ่อนชำระหนี้ตามยอดเรียกเก็บไม่เกิน 3 รอบบัญชี ปรับลดอัตราผ่อนชำระหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำให้ต่ำกว่า 10% ของยอดคงค้าง และปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงจากอัตราปกติ 50% ไม่เกินเดือนธันวาคม 2564 และยกเว้นดอกเบี้ยจากหนี้ที่ค้างชำระ ซึ่งเกิดจากปัญหาสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สำหรับลูกค้าสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อบุคคลอื่นๆ ธนาคารได้ขยายระยะเวลาการชำระหนี้ตามความเหมาะสม ผ่อนผันให้ปลอดการชำระเงินต้นสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน ปรับยอดผ่อนชำระรายเดือนลงสูงสุด 40% สูงสุดไม่เกิน 24 เดือน ปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้ระยะเวลาหนึ่งตามความเหมาะสมเป็นรายกรณี และยกเว้นดอกเบี้ยผิดนัด ซึ่งเกิดจากปัญหาสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ

  

ธนาคารทหารไทยและธนาคารธนชาต

เพื่อช่วยให้คุณ “ตั้งหลัก” ได้ในสถานการณ์ปัจจุบัน
ธนาคารทีเอ็มบี และ ธนาคารธนชาต พร้อมช่วยแบ่งเบาภาระของลูกค้า

โดยปรับลดอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำ ให้กับลูกค้าบัตรเครดิตทั้งสองธนาคาร บัตรกดเงินสด Ready Cash(ทีเอ็มบี) และบัตรกดเงินสด FLASH Plus (ธนชาต) โดยอัตโนมัติ และไม่จำเป็นต้องติดต่อแจ้งความจำนงกับทางธนาคาร

มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 63 – 31 ธ.ค. 64

ลูกค้าบัตรเครดิตทีเอ็มบี และ บัตรเครดิตธนชาต
ลดอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำ จาก 10% เป็น 5%

ลูกค้าบัตรกดเงินสด Ready Cash
ลดอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำ จาก 5% เป็น 3%

ลูกค้าบัตรกดเงินสด FLASH Plus
อัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำคงเดิม 3%

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

ประกาศมาตรการช่วยเหลือลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) สำหรับลูกค้าสินเชื่อธนาคารกรุงศรี (สินเชื่อบ้าน สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อเพื่อธุรกิจรายย่อย) สินเชื่อยานยนต์ กรุงศรี ออโต้ และบัตรฯ ในเครือกรุงศรี คอนซูมเมอร์ค่ะ
รายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://bit.ly/2xsFsKO

ธนาคารพร้อมให้ความช่วยเหลือลูกค้าอย่างใกล้ชิด โดยพิจารณาตามสภาพการณ์ของธุรกิจและความเดือดร้อน เพื่อร่วมกันหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบแต่ละราย

สำหรับมาตรการบรรเทาผลกระทบจาก COVID-19 ประกอบด้วย

  • ลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อบุคคล พักชำระหนี้เงินต้น สูงสุดไม่เกิน 6 เดือน ปรับลดจำนวนเงินผ่อนชำระค่างวด
  • ลูกค้าสินเชื่อเพื่อธุรกิจรายย่อย พักชำระหนี้เงินต้น สูงสุดไม่เกิน 6 เดือน ปรับลดจำนวนเงินผ่อนชำระค่างวด (แล้วแต่กรณี)
  • ลูกค้าสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ พักชำระหนี้ สูงสุดไม่เกิน 6 เดือน ปรับลดจำนวนเงินผ่อนชำระค่างวด
  • ลูกค้ากรุงศรี คอนซูมเมอร์ (สำหรับผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19)พักชำระหนี้ สูงสุดไม่เกิน 3 เดือน

หลังจากนั้น สำหรับลูกค้าบัตรเครดิต ลดอัตราการผ่อนชำระจาก 10% เป็น 5% และสำหรับลูกค้าสินเชื่อส่วนบุคคล ลดอัตราการผ่อนชำระจาก 5% เป็น 3% หรือปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนเป็นรายกรณี

ตอนนี้หลายธนาคารได้ออกมาตรการช่วยลุกหนี้ช่วงโควิดกันหลายธนาคาร ทุกท่านลองตรวจสอบเงื่อนไขของแต่ละธนาคารดู ซึ่งทุกแห่งต่างขานรับนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยที่จะช่วยเหลือประชาชนด้านการเงิน ซึ่งใครเป็นลุกค้าธนาคารไหน แนะนำว่าติดต่อไปที่ธนาคารโดยตรงได้เลย ทางสถาบันการเงินยินดีช่วยเหลือลูกหนี้ในช่วงนี้แน่นอน

มัดรวมมาให้แล้ว อัพเดทมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้จาก Covid-19 ทุกธนาคาร

 

ด่วน…!! ซื้อประกันไวรัสโคโรน่า(COVID-19) เริ่มต้น 450 บาท รับผลประโยชน์สูงสุดถึงหลักล้าน*!!  กับ MoneyGuru เพื่อความรวดเร็วในการติดต่อกลับของเจ้าหน้าที่กรุณาเพิ่มเพื่อนบน LINE OA ของ MoneyGuru โดยคลิ๊กที่ Link นี้ค่ะ https://lin.ee/dONZR7L กรุณากรอกข้อมูลของท่านเพื่อรับข้อมูลการประกันภัยส่วนบุคคลครองการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Coronavirus (2019-nCoV)) จากบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เราจะทำการติดต่อกลับท่านโดยเร็วที่สุด ขอขอบคุณที่ให้ความไว้วางใจ MoneyGuru  หากท่านมีปัญหาจากการกรอกข้อมูลหรือไม่ได้รับการติดต่อกลับ กรุณาส่ง capture screen หน้าจอที่ท่านกรอกข้อมูลจากทางเว็บกลับมาทาง LINE ของเราอีกครั้งหนึ่งที่ @moneygururhailand 

* หมายเหตุผลประโยชน์เป็นไปตามเงื่อนไขในแต่ละแผนที่บริษัทประกันภัยได้กำหนด

วิธีป้องกันไวรัสโควิช-19

ช่วงเวลาแบบนี้จะออกไปช้อปปิ้งหรือทานอาหารอร่อยนอกบ้านก็ดูจะเสี่ยงไปน่อย MoneyGuru เป็นห่วงสุขภาพของทุกท่านจึงมีตัวช่วยให้การจับจ่ายใช้สอยมีสภาพคล่องได้อย่างเต็มที่ จะซื้อของออนไลน์หรือจะสั่งอาหารมาส่งที่บ้านก็สะดวกแถมไม่เสี่ยงโรคถ้ามีบัตรเครดิต สามารถเปรียบเทียบบัตรเครดิตที่ใช่และเลือกบัตรเครดิตที่เหมาะที่สุด จะช่วยให้การใช้จ่ายของคุณสะดวกแถมไม่ต้องเสี่ยงติดเชื้อด้วย

เปรียบเทียบบัตรเครดิต

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน