มัดรวมมาให้แล้ว อัพเดทมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้จาก Covid-19 ทุกธนาคาร

March 19, 2020


มาตรการธนาคารช่วยโควิด

ช่วงสถานการณ์โควิต-19 ที่ไม่น่าไว้ใจแบบนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อการเงินในกระเป๋าแน่นอน เพราะภาคธุรกิจโดยรวมก็สะดุด ในขณะที่บางคนรายได้น้อยลงเพราะไม่ได้มีการจ้างงาน ดังนั้นธนาคารแห่งประเทศไทยจึงมีนโยบายให้ธนาคารพาณิชย์ทั้งหลายออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือและเยียวยาลูกหนี้ในช่วงที่โควิด-19 ยังระบาดและภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ บทความนี้มัดรวมมาให้แล้ว อัพเดทมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้จากสถาการณ์โรค Covid-19 จากทุกธนาคาร 


วิธีรับเงิน 5,000 บาท แบบออนไลน์ กรณี ลูกจ้างรายวัน ลูกจ้างชั่วคราว และอาชีพอิสระที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม

รวมมาตรการ พักชำระหนี้สินเชื่อรถยนต์ ฝ่าวิกฤต โควิด-19


มัดรวมมาให้แล้ว อัพเดทมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้จาก Covid-19 ทุกธนาคาร

มาตรการธนาคารช่วยโควิด

 

มาตรการธนาคาร เยียวยาโควิด-19 อัพพเดทล่าสุดจาก 9 ธนาคาร 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ.2563 ที่ผ่านมา หลายธนาคารทั้งธนาคารสังกัดรัฐบาลและธนาคารพาณิชย์ภาคเอกชนได้ออกมาตรการเยียวยาลูกหนี้เพิ่มเติม ซึ่งหลักๆ แล้วก็จะเป็นการพักต้นลดดอกเบี้ย เน้นกลุ่มลูกหนี้รายย่อย และผู้้ประกอบการขนาดเล็ก เพื่อจะช่วยให้ประชาชนมีสภาพคล่องทางการเงินในช่วงโควิดระบาดแบบนี้

ธนาคารรัฐ

ธนาคารออมสิน

– มาตรการช่วยเหลือสำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัส Covid-19 โดยธนาคารฯ จะดำเนินการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้โดยอัตโนมัติเป็นเวลา 3 เดือน ให้กับลูกค้าเงินกู้ทุกรายที่มีสถานะชำระปกติจนถึงที่มีหนี้ค้างชำระไม่เกิน 3 เดือน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563 สำหรับลูกค้าสินเชื่อบุคคล สินเชื่อเคหะที่มีเงินต้นคงเหลือไม่เกิน 3 ล้านบาท และสินเชื่อSMEs ที่มีเงินต้นคงเหลือไม่เกิน 20 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ถึง วันที่ 30 มิถุนายน 2563

– สำหรับลูกค้าที่ถือบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด ธนาคารออมสินช่วยลดอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำในปี 2563 ถึงปี 2564 จากเดิม 10% ของยอดเงินที่เรียกเก็บ เหลือ 5% ของยอดเงินที่เรียกเก็บ จากนั้นในปี 2565 ให้ชำระในอัตรา 8% ของยอดเงินที่เรียกเก็บ และปี 2566 อัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำอยู่ที่ 10% ของยอดเงินที่เรียกเก็บ

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

– มาตรการพักชำระเงินต้นระยะเวลา 3 เดือน และจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือน สำหรับลูกค้าที่มี วงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท (ไม่จำกรอบวงเงินสินเชื่อ) มีสถานะบัญชีปกติ ไม่อยู่ในสถานะกฎหมาย สามารถ ลงทะเบียนได้ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2563

– มาตรการพักชำระเงินต้นระยะเวลา 1 ปี และจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือน (ไม่จำกัดกรอบวงเงิน สินเชื่อ) เมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่พักชำระเงินต้นแล้ว สามารถแจ้งความประสงค์ขยายระยะเวลาการผ่อนชำระเพิ่มได้นานสูงสุดอีก 10 ปี ซึ่งการขยายระยะเวลาจะทำให้เงินงวดรายเดือนของลูกค้าลดลงอีกด้วย สามารถลงทะเบียน ได้ภายในวันที่ 30 เมษายน 2563

– มาตรการพักชำระเงินต้นระยะเวลา 6 เดือน พร้อมลดดอกเบี้ยเหลือ 3.90% ต่อปี และจ่ายเฉพาะ ดอกเบี้ยรายเดือน กรอบวงเงินสินเชื่อ 50,000 ล้านบาท

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.)

– มาตรการพักชำระเงินหนี้เงินต้นให้แก่ลูกค้าเงินกู้ทุกรายที่มีสถานะชำระปกติจนถึงที่มีหนี้ค้างชำระไม่เกิน 3 เดือน ณ วันที่ 1 มีนาคม 2563 เป็นเวลา 3 เดือน นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 เป็นต้นไป คงเหลือชำระเฉพาะดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือนเท่านั้น ซึ่งลูกค้าที่เข้าเกณฑ์ดังกล่าวจะได้รับสิทธิโดยอัตโนมัติทันที

– มาตรการลดอัตราดอกเบี้ยลง 1% เป็นเวลา 1 ปี สำหรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว ประกอบด้วยธุรกิจโรงแรม ธุรกิจห้องพัก ธุรกิจสปา ธุรกิจร้านอาหาร/ภัตตาคาร ธุรกิจนำเที่ยว มัคคุเทศก์ และบริการขนส่งนักท่องเที่ยว ที่ได้รับผลกระทบทางตรงใน 22 จังหวัดหลักตามข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

ธนาคารกรุงไทย

– มาตรการพักชำระหนี้ให้ลูกค้ารายย่อยและลูกค้าธุรกิจที่มีสถานะชำระปกติ ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยนาน 3 เดือน ทั้งลูกค้าสินเชื่อบุคคล ได้แก่ สินเชื่อ Smart Money และสินเชื่ออเนกประสงค์ 5 Plus และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท รวมทั้งสินเชื่อธุรกิจ ที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 20 ล้านบาท โดยสามารถยื่นความประสงค์เข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2563

– มาตรการพักชำระเงินต้น 12 เดือนให้กับลูกค้ารายย่อย พักชำระเงินต้น 12 เดือน ขยายระยะเวลาชำระหนี้ตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) และสินเชื่อ Trade Finance ออกไปอีก 6 เดือน สำหรับลูกค้าธุรกิจที่มีรายได้ลดลง

– สินเชื่อกรุงไทยต้ายภัยโควิด-19 ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 2% ต่อปี คงที่ 2 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุด 20 ล้านบาท ฟรีค่าธรรมเนียม บสย. ค้ำประกัน 4 ปี ทำธุรกรรมโอน รับ จ่าย ไม่คิดค่าธรรมเนียมนาน 1 ปี กับลูกค้าธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เช่น ธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว โรงแรม รถเช่า ร้านขายของฝาก ของที่ระลึก

ธนาคารเอกชน

ธนาคารกรุงเทพ

– มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้บัตรเครดิต ปรับลดอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำมาอยู่ที่ 5% (จากเดิม 10%) มีผลตั้งแต่รอบบิลของวันที่ 1 เมษายน 2563 เป็นต้นไป ต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ปี

– กลุ่มลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ที่มีอาชีพหรือทำงานในธุรกิจโรงแรม การท่องเที่ยว สายการบิน และอาชีพในธุรกิจเกี่ยวเนื่อง หรือลูกค้าที่มีรายได้น้อยกว่า 30,000 บาท/เดือน สามารถขอรับความช่วยเหลือปรับอัตราดอกเบี้ยเป็นกรณีพิเศษ เป็นคงเหลือที่ 12%

– สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ ประเภทเงินกู้ (Installment Loan) สามารถลงทะเบียนขอรับการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ได้เป็นระยะเวลา 3 เดือน แจ้งความประสงค์เป็นรายบุคคลมายังช่องทางของธนาคาร

– สินเชื่อที่อยู่อาศัย วงเงินขณะอนุมัติไม่เกิน 3 ล้านบาท สามารถลงทะเบียนขอรับการพักชำระเงินต้น (จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย) ได้เป็นระยะเวลา 3 เดือน

– สินเชื่อธุรกิจ SME วงเงินขณะอนุมัติไม่เกิน 20 ล้านบาท สามารถขอพักชำระเงินต้น (จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย) ได้เป็นระยะเวลา 3 เดือน

ธนาคารกสิกรไทย

– ลดอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำบัตรเครดิตกสิกรไทย เหลือ 5% จากเดิม 10% ในช่วงปี 2563-2564 เหลือ 8% ในปี 2565 และปรับเป็น 10% ตามเดิมอีกครั้งในปี 2566 ซึ่งจะมีผลกับลูกค้าบัตรเครดิตของธนาคารโดยอัตโนมัติ ไม่จำเป็นต้องติดต่อมายังธนาคารแต่อย่างใด

– พักชำระเงินต้น จ่ายแต่ดอกเบี้ย สำหรับลูกค้าบัตรเครดิตกสิกรไทย และบัตรเงินด่วน XPress Cash จนถึงเดือนธันวาคม 2563

– สินเชื่อบ้านกสิกรไทย ให้พักชำระเงินต้น จ่ายแต่ดอกเบี้ยระยะเวลาสูงสุด 12 เดือน หรือลดยอดผ่อนต่องวด 50% สูงสุด 12 เดือน

– สินเชื่อธุรกิจ K SME สามารถพักชำระเงินต้น โดยจ่ายแต่ดอกเบี้ย ได้ในระยะเวลา 1 ปี และขอวงเงินสินเชื่อเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ซึ่งมี 2 โครงการให้เลือกได้แก่

– โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ มีวงเงินกู้สูงสุด 20 ล้านบาท ระยะเวลา 5 ปี ในช่วง 2 ปีแรกรับอัตราดอกเบี้ยคงที่ 2% และจ่ายแต่ดอกเบี้ย

– โครงการ SME สร้างไทย (บสย. เป็นผู้ค้ำประกัน) มีวงเงินกูสูงสุด 30 ล้านบาท ระยะเวลาผ่อนชำระคืนสูงสุด 7 ปี

– สินเชื่อรถยนต์ K Leasing สามารถพักชำระเงินต้น และดอกเบี้ยได้ 3 รอบบัญชี

ธนาคารไทยพาณิชย์

– สินเชื่อบัตรเครดิตธนาคารไทยพาณิชย์ ปรับลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำจาก 10 เหลือ 5% ในปี 2563-2564 เหลือ8% ในปี 2565 และ 10% ในปี 2666

– สินเชื่อรถยนต์ พักชำระค่างวด 6 เดือน

– บัตรเครดิตไทยพาณิชย์ทุกประเภท และสินเชื่อหมุนเวียน Speedy Cash พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 6 เดือน

– สินเชื่อบุคคล Speedy Loan พักชำระเงินต้นสูงสุด 6 เดือน

– สินเชื่อบ้าน พักชำระเงินต้นสูงสุด 6 เดือน

– สินเชื่อผู้ประกอบการรายย่อย ยอดขายไม่เกิน 75 ล้านบาท พักชำระเงินต้นสูงสุด 6 เดือน และขอสินเชื่อเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ อัตราดอกเบี้ย 2% นาน 2 ปี ระยะเวลาการกู้สูงสุด 10 ปี วงเงินกู้สูงสุด 20 ล้านบาท

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

– สินเชื่อบ้าน สินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อเพื่อธุรกิจรายย่อย ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ที่ไม่เป็นสินเชื่อค้างชำระเกิน 90 วัน ไม่เคยปรับปรุงโครงสร้างหนี้ หรือ ไม่เป็นสินเชื่อที่อยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2563 พักชำระหนี้เงินต้น สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน ปรับลดจำนวนเงินผ่อนชำระค่างวด สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน พักชำระหนี้เงินผ่อนชำระค่างวด สูงสุดไม่เกิน 6 เดือน

– ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ ธนาคารจะพิจารณามาตรการช่วยเหลือตามผลกระทบที่ลูกค้าได้รับ แล้วแต่กรณี

– สินเชื่อยานยนต์ กรุงศรี ออโต้ พักชำระค่างวดสูงสุดระยะเวลา 5 เดือน สำหรับรถจักรยานยนต์ และสูงสุดระยะเวลา 6 เดือน สำหรับรถยนต์ และปรับลดจำนวนเงินผ่อนชำระค่างวดลง

– สินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิตในเครือกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ลดอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำต่อเดือน สำหรับผลิตภัณฑ์สินเชื่อส่วนบุคคลจากเดิม 5% เหลือ 3% (เฉพาะสินเชื่อแบบชำระขั้นต่ำ) ตามรอบบัญชีตั้งแต่ 18 มีนาคม 2563 ถึง 31 ธันวาคม 2564 สำหรับลูกค้าทุกราย สำหรับผลิตภัณฑ์บัตรเครดิตจากเดิม 10% เหลือ 5% ตามรอบบัญชีตั้งแต่ 1 เมษายน 2563 ถึง 31 ธันวาคม 2564 สำหรับลูกค้าทุกราย

ธนาคารทีเอ็มบีและธนชาต

– มาตรการบัตรเครดิต ลดอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำเหลือ 5% จากเดิม 10% ในช่วงปี 2563-2564 เหลือ 8% ในปี 2565 และปรับเป็น 10% ตามเดิมอีกครั้งในปี 2566 ซึ่งจะมีผลกับลูกค้าบัตรเครดิตของธนาคารโดยอัตโนมัติ ไม่จำเป็นต้องติดต่อมายังธนาคารแต่อย่างใด และบัตรกดเงินสดเหลือ 3%

– สินเชื่อรถยนต์ ธนชาต Drive พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 6 เดือน

– สินเชื่อบ้านและสินเชื่อบุคคล พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 เดือน

– สินเชื่อเอสเอ็มอี เงินกู้ระยะยาวพักเงินต้น 6 เดือน ลดอัตราดอกเบี้ย O/D 1.5% ระยะเวลา 3 เดือน และพักชำระค่าธรรมเนียมประกัน บสย. 12 เดือน

– ลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ เงินกู้ระยะยาวพักชำระเงินต้นและขยายเวลาผ่อนชำระสูงสุด 6 เดือน เงินกู้ระยะสั้น ขยายเวลาชำระเงินต้น 3 เดือน และเพิ่มวงเงินสินเชื่อ

มัดรวมมาให้แล้ว อัพเดทมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้จาก Covid-19 ทุกธนาคาร

ธนาคารไทยพาณิชย์

ล่าสุด ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ขอแจ้งปรับลดอัตราผ่อนชําระคืนขั้นตํ่า ให้ลูกค้าบัตรเครดิต SCB ทุกราย โดยไม่ต้องติดต่อแจ้งความจํานงกับทางธนาคาร  เพื่อให้ความช่วยเหลือ และแบ่งเบาภาระของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ธนาคารจะทําการปรับลดอัตราผ่อนชำระคืนขั้นตํ่าให้ลูกค้าบัตรเครดิต SCB ทุกท่านโดยอัตโนมัติ จากเดิม 10% เป็น
– 5% ในปีพ.ศ. 2563-2564
– 8% ในปีพ.ศ. 2565
– 10% ในปีพ.ศ. 2566

ทั้งนี้การปรับลดอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำนี้จะเริ่มมีผลตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2563 เป็นต้นไป โดยลูกค้าบัตรเครดิต SCB ทุกท่าน ไม่ต้องติดต่อแจ้งความจำนงเป็นรายบุคคลมาที่ธนาคารฯ แต่อย่างใดค่ะ

ทั้งนี้ สําหรับมาตรการความช่วยเหลือของผลิตภัณฑ์อื่นๆ คือสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถ และ SME สามารถคลิกดูได้ที่ https://www.scb.co.th/…/…/news/mar-2563/nws-support-npl.html

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้สร้างวิกฤติด้านการท่องเที่ยวให้กับผู้ประกอบการไทยทั้งผู้ประกอบการโรงแรม ที่พัก และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลกระทบโดยตรงจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง รวมถึงนักท่องเที่ยวไทยชะลอการเดินทางท่องเที่ยวเช่นกัน ในขณะที่ผู้ประกอบการยังคงต้องแบกรับภาระต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง ส่งผลต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ธนาคารได้ออก 3 มาตรการช่วยเหลือ “ช่วยพัก ช่วยขาย ช่วยลดต้นทุน” กล่าวคือ

  1. ช่วยพัก ธนาคารไทยพาณิชย์ได้ออกมาตรการช่วยเหลือทางการเงินโดยพักชำระเงินต้นให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบเป็นระยะเวลาสูงสุด 12 เดือน เพื่อแบ่งเบาภาระในเบื้องต้นให้กับผู้ประกอบการแล้ว
  2. ช่วยขาย ด้วยเข้าใจในปัญหาที่ผู้ประกอบการกำลังเผชิญซึ่งอาจกระทบกับสภาพคล่องของธุรกิจ ธนาคารจึงจับมือกับพันธมิตร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) และสมาคมโรงแรมไทย (THA) จัดงาน “SCB เที่ยวไทย ไปด้วยกัน” เพื่อช่วยกระตุ้นบรรยากาศการท่องเที่ยวในประเทศ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการกว่า 50 ราย ที่ได้รับผลกระทบเสนอขายแพ็กเกจ มอบส่วนลดสูงสุดถึง 60% สำหรับโรงแรม ที่พัก โปรแกรมท่องเที่ยว ร้านอาหาร ให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยโดยตรง พร้อมแคมเปญพิเศษจากธนาคาร สำหรับผู้ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของ SCB ใช้คะแนนเท่ายอดซื้อแลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 15% ซึ่งสามารถเห็นผลด้านยอดขายและรายได้ทันที พร้อมกันนี้ยังได้วางแผนที่จะต่อยอดกิจกรรมนี้เพื่อเพิ่มโอกาสทางการขายด้วยการจัด Roadshow สัญจรไปยังสำนักงานองค์กรพันธมิตรต่างๆ ซึ่งมีทั้งกลุ่มพนักงานและลูกค้าที่พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการโรงแรมและแหล่งท่องเที่ยวไทยก้าวผ่านวิกฤติในครั้งนี้ไปด้วยกัน และธนาคารพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือทางการตลาดอื่นๆ เช่น การทำโปรโมชั่นพิเศษร่วมกันกับลูกค้า รวมถึงการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ของธนาคารช่วยลูกค้าโฆษณาและประชาสัมพันธ์เพื่อเพิ่มยอดขายได้ในอีกทางหนึ่ง
  3. ช่วยลดต้นทุน ธนาคารพยายามใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางธุรกิจที่วางไว้มาช่วยลูกค้าให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะการเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรด้านต่างๆ เพื่อช่วยธุรกิจลดต้นทุนในระยะยาวผ่านการทำ Business Matching เปิดเวทีให้ผู้ประกอบการโรงแรมและท่องเที่ยวจับคู่เจรจาธุรกิจกับกลุ่มคู่ค้าทางธุรกิจ อาทิ Online Travel Agents ชั้นนำที่จะช่วยเปิดประตูให้ผู้ประกอบการไทยได้เข้าถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มอื่นๆ ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ เพื่อชดเชยนักท่องเที่ยวจีน รวมทั้งคู่ค้าผู้พัฒนาเทคโนโลยีในการบริหารจัดการธุรกิจซึ่งมีประสิทธิภาพ อาทิ ระบบบริหารจัดการห้องพัก ระบบประหยัดพลังงาน ระบบบัญชี เป็นต้น

ธนาคารกรุงไทย

ธนาคารกรุงไทยได้เพิ่มมาตรการช่วยเหลือเพื่อแบ่งเบาภาระลูกค้าอย่างทั่วถึง มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างหนี้และเสริมสภาพคล่อง

ลูกค้ารายย่อยที่กู้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อบุคคล ธนาคารพักชำระเงินต้นสูงสุด 12 เดือน นอกจากนี้ ยังสามารถขอวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมจากสินเชื่อ Home for Cash โดยใช้หลักประกันเดียวกับสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่มีกับธนาคาร

สำหรับกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว โรงแรม การส่งออกสินค้าไปยังจีนและประกอบธุรกิจอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบ ธนาคารได้ออกมาตรการช่วยเหลือทั้งลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กโดยได้พักชำระหนี้และขยายระยะเวลาชำระหนี้ให้กับลูกค้าเอสเอ็มอีขนาดกลาง เป็นกรณีเร่งด่วนไปแล้วกว่า 200 ราย วงเงินประมาณ 10,000 ล้านบาท

 

8 ข้อต้องรู้ นายจ้างมีสิทธิขอลดเงินเดือนหรือไม่ ในช่วงวิกฤตไวรัสโควิด-19 ระบาด

 

ธนาคารยูโอบี

ตั้งแต่เมษายน 2563 ธนาคารยูโอบีปรับลดอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำ 10% เป็น 5% สำหรับลูกค้าบัตรเครดิต และ 5% เป็น 2.5% สำหรับลูกค้าแคชพลัสทุกท่านที่มีสถานะปกติ โดยไม่ต้องติดต่อธนาคาร

ยูโอบีขอแจ้งปรับลดอัตราผ่อนชําระคืนขั้นตํ่าให้ลูกค้าบัตรเครดิตยูโอบี และแคชพลัสทุกท่าน โดยไม่ต้องติดต่อธนาคาร เพื่อช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระของลูกค้าที่อาจได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ธนาคารจะทำการปรับลดอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำให้ลูกค้าทุกท่านดังนี้

ลูกค้าบัตรเครดิตยูโอบี
– ปรับอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำเป็น 5% จนถึงสิ้นปี 2564
– ปรับอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำเป็น 8% ในปี 2565
– ปรับอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำเป็น 10% ในปี 2566

ลูกค้ายูโอบีแคชพลัส
– ปรับอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำเป็น 2.5% จนถึงสิ้นปี 2565
– ปรับอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำเป็น 5% ในปี 2566

ทั้งนี้ การปรับลดอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำนี้จะเริ่มมีผลตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 เป็นต้นไป โดยลูกค้าบัตรเครดิตยูโอบี และยูโอบีแคชพลัสทุกท่านไม่ต้องแจ้งความประสงค์มาที่ธนาคารแต่อย่างใด

25 มีนาคม 2563

ธนาคารมีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจและลูกค้ารายบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนอันส่งผลกระทบต่อลูกค้า โดยมีมาตรการผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ ขยายเวลาการชำระหนี้ ลดอัตราการผ่อนชำระหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำและสินเชื่อบุคคล นานสูงสุด 12 เดือน 

​ธนาคารกสิกรไทย

KBank ลดดอกเบี้ยลงอีก❗️ช่วยลูกค้าสู้วิกฤต

ธนาคารกสิกรไทยลดดอกเบี้ยเงินกู้ เพื่อช่วยลูกค้าลดภาระค่าใช้จ่าย ทั้งลูกค้าผู้ประกอบการ และลูกค้าบุคคล ดังนี้

  • MOR ลดลง 0.25% เหลือ 6.62%
  • MRR ลดลง 0.12% เหลือ 6.50%

โดยจะผลทันทีตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป สำหรับลูกค้าสินเชื่อที่อัตราดอกเบี้ยในสัญญาเงินกู้ อิงอัตรา MOR หรือ MRR มีผลอัตโนมัติ ลูกค้าไม่ต้องลงทะเบียนใดๆค่ะ

ยอดผ่อนต่อเดือน
– กรณีลูกค้าชำระเงินต้น และดอกเบี้ย ยอดผ่อนต่อเดือนจะเท่าเดิม โดยธนาคารจะหักดอกเบี้ยน้อยลง และนำส่วนที่เหลือมาชำระเป็นเงินต้นมากขึ้น
– กรณีลูกค้าชำระเฉพาะดอกเบี้ย ยอดผ่อนต่อเดือนจะน้อยลง ตามอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง

รายละเอียด 🖊 https://kbank.co/2QGQYJm

ลูกค้าธุรกิจ

  • สินเชื่อเพื่อธุรกิจ (ประเภทเงินกู้) : ผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ยสูงสุด 12 เดือน
  • วงเงินหมุนเวียน (ประเภทตั๋ว) : ขยายตั๋วได้ไม่เกิน 12 เดือน   
  • สินเชื่อเช่าซื้อเครื่องจักร : ผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ยสูงสุด 12 เดือน

ลูกค้ารายย่อย

  • สินเชื่อบ้านกสิกรไทย และ สินเชื่อที่อยู่อาศัยอื่นที่มีหลักประกัน : ผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ยสูงสุด 12 เดือน
  • สินเชื่อบัตรเครดิต และ สินเชื่อส่วนบุคคล : ผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ย ถึงรอบบัญชีเดือนธันวาคม 2563
  • สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ : ผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ยสูงสุด 12 เดือน

ธนาคารออมสิน 

ออมสิน ลดดอกเบี้ยสอดคล้อง กนง.

ธนาคารออมสิน ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ถือบัตรเครดิต และสินเชื่อบัตรเงินสด ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและวิกฤตไวรัส COVID-19

ออมสินช่วยคุณได้ ผ่อนหนักเป็นเบา กับ มาตรการช่วยเหลือผู้ถือบัตรเครดิต และสินเชื่อบัตรเงินสด (ลูกค้าที่ยังไม่เป็นหนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน) ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและวิกฤตไวรัส COVID-19 

ธนาคารกรุงเทพ

ธนาคารกรุงเทพ ลดดอกเบี้ยเงินกู้ทั้ง 3 ประเภท 0.125-0.25%

ช่วยแบ่งเบาภาระลูกค้า และลดต้นทุนทางการเงินรับมือโควิด 19


ธนาคารกรุงเทพ ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทั้ง 3 ประเภท เอ็มแอลอาร์ 0.125% เอ็มโออาร์ 0.25% และเอ็มอาร์อาร์ 0.125% เพื่อช่วยเหลือลูกค้าผู้ประกอบการลดต้นทุนทางการเงินรับมือโรคโควิด 19 และหวังช่วยกระตุ้นให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยภาพรวม โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2563

นายสุวรรณ แทนสถิตย์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อเอ็มแอลอาร์ (MLR) หรืออัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (Minimum Loan Rate) ลง 0.125% อัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อเอ็มโออาร์ (MOR) หรืออัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (Minimum Overdraft Rate) ลง 0.25% และอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อเอ็มอาร์อาร์ (MRR) หรืออัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate) ลง 0.125% โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2563

สำหรับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ เป็นการตอบสนองทิศทางดอกเบี้ยนโยบายและให้ความช่วยเหลือลูกค้าผู้ประกอบการในเรื่องการลดต้นทุนด้านอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของต้นทุนการดำเนินธุรกิจเพื่อเสริมศักยภาพในการรับมือกับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19

สำหรับลูกค้าสินเชื่อบัตรเครดิต ธนาคารช่วยเหลือในการปรับเงื่อนไขผ่อนผันให้ไม่ต้องผ่อนชำระหนี้ตามยอดเรียกเก็บไม่เกิน 3 รอบบัญชี ปรับลดอัตราผ่อนชำระหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำให้ต่ำกว่า 10% ของยอดคงค้าง และปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงจากอัตราปกติ 50% ไม่เกินเดือนธันวาคม 2564 และยกเว้นดอกเบี้ยจากหนี้ที่ค้างชำระ ซึ่งเกิดจากปัญหาสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สำหรับลูกค้าสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อบุคคลอื่นๆ ธนาคารได้ขยายระยะเวลาการชำระหนี้ตามความเหมาะสม ผ่อนผันให้ปลอดการชำระเงินต้นสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน ปรับยอดผ่อนชำระรายเดือนลงสูงสุด 40% สูงสุดไม่เกิน 24 เดือน ปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้ระยะเวลาหนึ่งตามความเหมาะสมเป็นรายกรณี และยกเว้นดอกเบี้ยผิดนัด ซึ่งเกิดจากปัญหาสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย SME Bank

สำหรับลูกค้าที่เข้าร่วมมาตรการ “พัก-ขยาย-เติม” สามารถเลือกใช้สิทธิ์ต่างๆ ได้ ประกอบด้วย

1.มาตรการ “พัก” ชำระหนี้เงินต้น สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทางตรง นานสูงสุด 12 เดือน และลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทางอ้อม นานสูงสุด 6 เดือน เพื่อช่วยลดภาระการชำระหนี้และมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ โดยเริ่มพักชำระนับจากเดือนถัดไปที่ได้รับการอนุมัติพักชำระหนี้เงินต้น

2.มาตรการ “ขยาย” เวลาชำระหนี้ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ธุรกิจ และสำหรับลูกค้าที่ใช้ บสย.ค้ำประกันเดิม (โครงการค้ำประกันสินเชื่อ Portfolio Guarantee Scheme (PGS) ระยะที่ 5-7 ของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ทำหน้าที่เป็นหลักทรัพย์ช่วยค้ำประกันให้ผู้ประกอบการ SMEs ทุกกลุ่มเข้าถึงสินเชื่อได้คล่องตัวขึ้น) สามารถขยายระยะเวลาค้ำประกันออกไปได้อีก 5 ปี โดยลูกค้าไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใด ๆ

3.มาตรการ “เติม” ทุนดอกเบี้ยถูกเสริมสภาพคล่อง เพื่อให้ลูกค้ามีเงินทุนไปใช้หมุนเวียนในธุรกิจ คิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษ นิติบุคคล 3%ต่อปี ใน 3 ปีแรก วงเงิน 1 ล้านบาทต่อราย และบุคคลธรรมดา 5%ต่อปี ใน 3 ปีแรก วงเงิน 5 แสนบาทต่อราย ระยะเวลาผ่อนนานสูงสุด 7 ปี

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) 

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.100% – 0.350% ต่อปี เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยของสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้กับลูกค้าประชาชน ประกอบด้วย อัตราดอกเบี้ย MRR ลดลงเหลือ 6.275% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ย MOR ลดลงเหลือ 6.150% ต่อปีโดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า เพื่อสนับสนุนการประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งพบว่าปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา(COVID-19) ได้มีผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจไทยมากขึ้น ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” จึงประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.100% – 0.350% ต่อปี เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้กับลูกค้าของ ธอส. และสนับสนุนให้เกิดการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ประกอบด้วย อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ลดลง 0.100% ต่อปี จาก 6.375% ต่อปี ลดลงเหลือ 6.275% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินกู้เบิกเกินบัญชี (MOR) ลดลง 0.350% ต่อปี จาก 6.500% ต่อปี ลดลงเหลือ 6.150% ต่อปี ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) คงไว้ที่ 5.875 % ต่อปี กำหนดให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยของ ธอส. ยังคงเป็นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัยที่ต่ำที่สุดในระบบสถาบันการเงินในปัจจุบัน สอบถามรายละเอียดหรือติดตามข้อมูลข่าวสารของธนาคารเพิ่มเติมได้ที่ www.ghbank.co.th หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) โทร 0-2645-9000

ธอส.ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบโควิด-19 ให้ชำระเฉพาะดอกเบี้ย กรอบวงเงินสินเชื่อลูกค้าธนาคาร 10,000 ล้านบาโดยจัดทำมาตรการช่วยเหลือลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 กรอบวงเงินสินเชื่อลูกค้า 10,000 ล้านบาท สำหรับลูกค้าทุกวัตถุประสงค์การกู้ ทั้งที่ยังมีสถานะผ่อนชำระปกติ และมีสถานะค้างชำระเงินงวดตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 แต่รายได้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 สามารถขอลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เหลือ 1.00% ต่อปี พร้อมลดเงินงวดผ่อนชำระไม่เกิน 4 เดือน และให้ชำระเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือน

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) 

ธ.ก.ส. ได้ออกมาตรการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการภาคเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ทั้งทางตรงและทางอ้อม อาทิ สงครามการค้า ภัยแล้ง น้ำท่วม ราคาผลผลิตตกต่ำ และการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประกอบด้วยการขยายระยะเวลาชำระหนี้ ลดอัตราดอกเบี้ย ปลอดชำระต้นเงินใน 3 ปีแรก พร้อมเติมสินเชื่อใหม่โดยคิดอัตราดอกเบี้ยที่ผ่อนปรน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูการประกอบอาชีพและการดำเนินธุรกิจ ระยะเวลาดำเนินมาตรการ 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 2564 ตามนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย

ธนาคารอิสลามแห่งปรเทศไทย

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ออกมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกค้ารับผลกระทบจากโควิด-19 ให้ลูกค้าด้วยการพักชำระหนี้เงินต้นและชำระเฉพาะกำไรนาน 12 เดือน พร้อมยกเว้นค่าชดเชยผิดนัดฯ พิจารณาวงเงินทุนหมุนเวียนเพิ่ม ส่วนลูกค้าที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจะรับพิจาณาช่วยเหลือเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ 

  • พักชำระหนี้เงินต้นและชำระเฉพาะกำไรนานสูงสุด 12 เดือน
  • ขยายระยะเวลาสินเชื่อออกไปตามระยะเวลาพักชำระหนี้เงินต้น
  • ยกเว้นค่าชดเชยผิดนัดการชำระหนี้ที่เกิดขึ้น

ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย)

สำหรับลูกค้าองค์กรระดับใหญ่ ธนาคารจะพิจารณามาตรการการให้ความช่วยเหลือตามระดับผลกระทบเป็นรายกรณี ดังนี้

  • พักชำระหนี้เงินต้น และ/หรือปรับลดดอกเบี้ยเป็นระยะเวลาสูงสุด 12 เดือน
  • ผ่อนปรนเงื่อนไขสำหรับวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนเป็นระยะเวลาสูงสุด 6 เดือน

ธนาคารเกียรตินาคิน 

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ธนาคารได้ออกมาตรการช่วยเหลือ ซึ่งประกอบด้วย การพักชำระหนี้เงินต้น ตั้งแต่ 9 – 18 เดือนโดยไม่ถือเป็นการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ สำหรับลูกค้าสินเชื่อธุรกิจโรงแรมที่ถือว่าเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงทั้งหมด 

  • ลูกหนี้รายย่อย
  • พักชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 6 เดือน
  • ส่วนลดดอกเบี้ย
  • ขยายระยะเวลาชำระหนี้ 

ธนาคารทหารไทยและธนาคารธนชาต

ธนาคารทีเอ็มบีและธนาคารธนชาตมีความห่วงใยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งกลุ่มที่ได้รับเชื้อ หรือกิจการได้รับผลกระทบ ยอดขายลดลง จึงร่วมกันออกมาตรการ “ตั้งหลัก” เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับลูกค้าทั้งรายใหญ่และรายย่อยซึ่งมีที่อยู่ปัจจุบัน ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ที่อยู่สถานที่ทำงาน หรืออย่างใดอย่างหนึ่งอยู่ในเขตจังหวัดกรุงเทพฯ ภูเก็ต ชลบุรี กระบี่ สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ และพังงา ครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตฝ่าวิกฤติครั้งนี้ต่อไปได้ ดังนี้

ผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อย – สินเชื่อบ้าน ลูกค้าทั้ง 2 ธนาคาร ขอพักชำระหนี้ได้นานสูงสุด 3 รอบบัญชี หากอยู่จังหวัดอื่นให้อยู่ในดุลยพินิจของธนาคาร และเมื่อครบกำหนดให้กลับมาชำระหนี้ตามปกติ

สินเชื่อรถยนต์ ธนชาตDRIVE ลูกค้าที่ค้างชำระหนี้ไม่เกิน 60 วัน ขอพักชำระหนี้ได้เพิ่มสูงสุด 60 วัน และขยายเวลาผ่อนชำระได้ไม่เกิน 96 งวด โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด และเมื่อครบกำหนดให้กลับมาชำระหนี้ตามปกติ

บัตรเครดิต- บัตรกดเงินสด ลูกค้าบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดทีเอ็มบี ขอพักชำระหนี้ได้นานสูงสุด 3 รอบบัญชี โดยดอกเบี้ยยังเดินปกติ แต่ไม่ถูกบันทึกเป็นการผิดนัดชำระหนี้ และเมื่อครบกำหนดให้กลับมาชำระหนี้ตามปกติ ด้านลูกค้าธนชาตสำหรับบัตรเครดิตขอลดยอดชำระขั้นต่ำได้จาก 10% เหลือ 5% นานสูงสุด 3 รอบบัญชี ส่วนลูกค้าบัตรกดเงินสดขอลดยอดชำระขั้นต่ำได้จาก 3% เหลือ 1 % นานสูงสุด 3 รอบบัญชี และเมื่อครบกำหนดให้กลับมาชำระหนี้ตามปกติ

สินเชื่อบุคคล ลูกค้าทั้ง 2 ธนาคารที่ได้รับผลกระทบขอพักชำระหนี้ได้นานสูงสุด 3 รอบบัญชี และเมื่อครบกำหนดให้กลับมาชำระหนี้ตามปกติ โดยขยายระยะเวลาการชำระหนี้ให้เพิ่มขึ้นอีก 3 รอบบัญชี หรือจนกว่าจะชำระหนี้ครบถ้วน

ผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อธุรกิจลูกค้ากลุ่ม SME ทั้ง 2 ธนาคาร ที่ประกอบธุรกิจบริการท่องเที่ยว ร้านอาหาร โรงแรมที่พัก ร้านค้าปลีกสำหรับนักท่องเที่ยว, ธุรกิจผลิตภัณฑ์การเกษตร, ธุรกิจขนส่ง, เช่ารถ หรือธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงลูกค้าสินเชื่อผู้ประกอบการวิชาชีพแพทย์ของธนชาต กรณีมีวงเงินกู้ระยะยาว (Term Loan) ขอพักชำระเงินต้นได้สูงสุด 6 เดือน และสามารถขยายเวลาผ่อนชำระออกไปได้อีก 6 เดือน กรณีมีวงเงินกู้เบิกเกินบัญชี (O/D) ลูกค้าทั้ง 2 ธนาคาร ขอลดอัตราดอกเบี้ยลง 1.50% จากสัญญาสินเชื่อปัจจุบัน เป็นระยะเวลา 3 เดือน สำหรับลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ กรณีมีวงเงินกู้ระยะยาว (Term Loan) ขอพักชำระเงินต้นได้สูงสุด 6 เดือนและขอขยายเวลาการผ่อนชำระออกไปได้อีก 6 เดือน สูงสุดได้ถึง 2 ครั้ง รวม 12 เดือน (ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของธนาคาร)

ธนาคารทิสโก้ 

ลูกหนี้ธุรกิจ

  • พิจารณาแนวทางให้ความช่วยเหลือเป็นรายกรณี

ลูกหนี้รายย่อย

  • ผ่อนปรนการชำระเงินต้นชั่วคราวไม่เกิน 6 เดือน
  • ลดภาระการผ่อนชำระ
  • ขยายระยะเวลาการชำระหนี้
  • ลดค่าธรรมเนียม

ธนาคารไทยเตรดิต

ธนาคารไทยเตรดิตออกมาตรการช่วยเหลือสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ แต่หลักประกันมีมูลค่าไม่เพียงพอต่อวงเงินที่ต้องการ ธนาคารให้วงเงินสูงสุด 2 เท่าของมูลค่าหลักประกัน สำหรับผู้ประกอบการที่มีหลักประกันมูลค่าเพียงพอและต้องการจ่ายดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำลง ธนาคารมอบข้อเสนอ กล้าให้เต็มร้อย วงเงิน 100% ของมูลค่าหลักประกัน พร้อมดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน และรับดอกเบี้ยต่ำเพียง 3% ต่อปี ในเดือนที่4-24”

สำหรับลูกค้าสินเชื่อของธนาคาร ทั้งผู้ประกอบการกลุ่มไมโครเอสเอ็มอีและกลุ่มไมโครไฟแนนซ์ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ภัยแล้ง และปัจจัยอื่นๆ ธนาคารมีมาตรการช่วยเหลือด้วยการพักชำระหนี้เงินต้น (Grace Period) พร้อมขยายเวลาการผ่อนชำระ สูงสุด 24 เดือน (โดยพิจารณาเป็นรายกรณี) เพื่อแบ่งเบาการผ่อนชำระค่างวดให้สอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าในปัจจุบัน

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

ธนาคารพร้อมให้ความช่วยเหลือลูกค้าอย่างใกล้ชิด โดยพิจารณาตามสภาพการณ์ของธุรกิจและความเดือดร้อน เพื่อร่วมกันหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบแต่ละราย

สำหรับมาตรการบรรเทาผลกระทบจาก COVID-19 ประกอบด้วย

  • ลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อบุคคล พักชำระหนี้เงินต้น สูงสุดไม่เกิน 6 เดือน ปรับลดจำนวนเงินผ่อนชำระค่างวด
  • ลูกค้าสินเชื่อเพื่อธุรกิจรายย่อย พักชำระหนี้เงินต้น สูงสุดไม่เกิน 6 เดือน ปรับลดจำนวนเงินผ่อนชำระค่างวด (แล้วแต่กรณี)
  • ลูกค้าสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ พักชำระหนี้ สูงสุดไม่เกิน 6 เดือน ปรับลดจำนวนเงินผ่อนชำระค่างวด
  • ลูกค้ากรุงศรี คอนซูมเมอร์ (สำหรับผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19)พักชำระหนี้ สูงสุดไม่เกิน 3 เดือน

หลังจากนั้น สำหรับลูกค้าบัตรเครดิต ลดอัตราการผ่อนชำระจาก 10% เป็น 5% และสำหรับลูกค้าสินเชื่อส่วนบุคคล ลดอัตราการผ่อนชำระจาก 5% เป็น 3% หรือปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนเป็นรายกรณี

ธนาคารไอซีบีซี (ไทย)

ผ่อนปรนการชำระหนี้เงินต้นชั่วคราวเป็นระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน ทั้งลูกค้าธุรกิจและลูกค้าบุคคลธรรมดา*

  • เพิ่มวงเงินสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือการดำเนินธุรกิจของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ*
  • ผ่อนปรนอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำสำหรับลูกค้าบัตรเครดิตที่ได้รับผลกระทบ*

หมายเหตุ *ธนาคารจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกค้าปัจจุบันของธนาคารเป็นรายกรณี  

ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์​

​ลูกหนี้ธุรกิจ 

  • ผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระ เช่น ปลอดเงินต้นสูงสุด 12 เดือน และ ขยายระยะเวลาเงินกู้ เพื่อให้ภาระการผ่อนชำระลดลงหลังหมดช่วงปลอดเงินต้น
  • สนับสนุนสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนเพิ่ม
  • ลดดอกเบี้ยให้ลูกค้าในช่วงที่มีปัญหา สูงสุดไม่้เกิน 12 เดือน โดยพิจารณาเป็นรายๆไป
  • ช่วยเหลืออื่นๆ ตามที่เห็นสมควรโดยพิจารณาเป็นรายๆ ไป

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK)

EXIM BANK ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้า ทั้งด้านสินเชื่อและด้านรับประกันการส่งออก เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอาจเกิดขึ้นในระยะ 6 เดือนข้างหน้า ประกอบด้วย

1.มาตรการสนับสนุนด้านสินเชื่อ ลูกค้าสินเชื่อทั้งระยะยาวและระยะสั้น สามารถขอพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยได้สูงสุด 6 เดือน รวมทั้งขยายระยะเวลาให้ต่ออายุตั๋วสัญญาใช้เงินเกินเทอมที่ธนาคารอนุมัติ รวมกับอายุตั๋วเดิมแล้วไม่เกิน 360 วัน กรณีลูกค้าที่มีการค้ำประกันสินเชื่อโดยบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) PGS ระยะที่ 5-7 สามารถขอขยายระยะเวลาผ่อนชำระเงินกู้ออกไปได้อีกสูงสุด 5 ปี โดยไม่คิดค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อของ บสย. ในส่วนที่ขยายออกไป 5 ปี นับจากวันที่หมดระยะเวลาการค้ำประกันที่มีกับโครงการเดิม ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบสามารถขอรับบริการภายใต้มาตรการสนับสนุนด้านสินเชื่อได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 31 ธันวาคม 2563

2.มาตรการสนับสนุนด้านรับประกันการส่งออก สำหรับลูกค้าประกันการส่งออกของ EXIM BANK ที่มีการส่งออกไปแล้ว หรือได้รับคำสั่งซื้อแล้วและกำลังเตรียมการส่งออก ประกอบด้วย 1) การขยายระยะเวลาการชำระเงินที่ EXIM BANK ให้ความคุ้มครองสูงสุดรวมกันไม่เกิน 270 วัน (กรณีไม่เกิน 180 วัน ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) 2) การเพิ่มความคุ้มครองให้กับสินค้าที่เน่าเสียง่ายจากการที่ผู้ซื้อในจีนไม่รับมอบสินค้าเป็นกรณีพิเศษ ในอัตรา 50% ของมูลค่าใบกำกับสินค้า และ 3) การลดระยะเวลาการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน โดย EXIM BANK จะชดเชยให้ทันที โดยไม่ต้องขายหรือทำลายสินค้าก่อน ลูกค้าและผู้ส่งออกที่สนใจขอรับบริการภายใต้มาตรการสนับสนุนด้านรับประกันการส่งออกได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 31 กรกฎาคม 2563

บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)

มาตรการพักการชำระค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อเป็นระยะเวลา 12 เดือนสำหรับลูกค้า SMEs เดิม ของ บสย. ในกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ได้แก่ ธุรกิจบริการท่องเที่ยว ร้านอาหาร โรงแรมที่พัก หรือธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และเป็นลูกค้า บสย. ที่ถึงกำหนดชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อ ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ – 31 กรกฎาคม 2563

มาตรการขยายระยะเวลาการค้ำประกันโครงการค้ำประกัน PGS 5-7 ขยายระยะเวลาการค้ำประกันนานสูงสุด 5 ปี และไม่คิดค่าธรรมเนียมในช่วงเวลาต่อขยาย

มาตรการ “ต่อเติม เสริมทุน SMEs สร้างไทย” สำหรับลูกค้า SMEs ที่ต้องการสินเชือ่ใหม่และได้รับการผ่อนปรับเงื่อนไขชำระหนี้ ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 2 ปี วงเงินค้ำประกันสูงสุด 30 ลบ.ต่อราย สินเชื่อใหม่ได้รับการค้ำประกันความเสียหาย เพิ่มขึ้นเป็น 40% ของสถาบันการเงิน

​ธนาคารซิตี้แบงก์ เอ็น.เอ

ลูกหนี้รายย่อย (บัตรเครดิตซิตี้ บัญชีซิตี้ เรดดี้เครดิต และสินเชื่อบุคคลซิตี้)

  • ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ
  • ผ่อนผันยกเว้นดอกเบี้ยและค่าติดตามทวงถามหนี้จากหนี้ที่ค้างชำระ
  • ผ่อนผันลดอัตราดอกเบี้ยลงจากอัตราปกติและลดจำนวนเงินขั้นต่ำที่ต้องชำระ (กรณีมีความประสงค์ที่จะปิดสินเชื่อบัตรเครดิตซิตี้ หรือสินเชื่อซิตี้ เรดดี้เครดิต)

หมายเหตุ: เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารและบริษัทในเครือกำหนด

ลูกหนี้ธุรกิจขนาดใหญ่ ลูกหนี้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

  • พิจารณาขยายระยะเวลาการชำระหนี้ของสินเชื่อคงค้างเป็นรายกรณี
  • พิจารณาเพิ่ม credit facilities เพื่อช่วยเหลือสภาพคล่องเป็นรายกรณีตามนโยบายของธนาคาร

บัตรเครดิตซิตี้ และ บัญชีซิตี้ เรดดี้เครดิต

เบอร์ติดต่อสอบถาม  1588

สินเชื่อบุคคลซิตี้

เบอร์ติดต่อสอบถาม 02-232-4224

Citi Service

เบอร์ติดต่อสอบถาม 02-232-4200

​ธนาคารดอยซ์แบงก์

Deutsche Bank AG, Bangkok Branch is open to look into requests from clients in order to support them in the currently more volatile environment (e.g. re additional funding requirements, amendment of terms & conditions). Considering such requests is integral part of our strategy to put the client’s needs at the centre for our decisions.

​Please kindly contact your responsible relationship managers for more details. dbbk.mnccoverage@list.db.com 

ธนาคารเจพีมอร์แกน เชส

ธนาคารมีแนวทางการให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบโดยจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือเป็นรายกรณี

เบอร์ติดต่อสอบถามคือ 02 684 2000

​ธนาคารมิซูโฮ จำกัด

​ธนาคารจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกค้าปัจจุบันของธนาคารเป็นรายกรณี

​โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ของท่าน หรือ Call Center 0 2002 0222

 

ล่าสุดแถลงข่าวมาตรการรองรับสถานการณ์ COVID-19 โดยกระทรวงการคลัง แบงก์ชาติ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19 ที่ทวีความรุนแรงขึ้น สร้างความกังวลให้แก่ตลาดเงินและตลาดทุนทั่วโลก ราคาสินทรัพย์ผันผวนสูง นักลงทุนในหลายประเทศเทขายสินทรัพย์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง กระทบสภาพคล่องของตลาดการเงิน ส่งผลให้ตลาดการเงินไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ภาครัฐในหลายประเทศจึงได้ออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินอย่างต่อเนื่อง กระทรวงการคลัง แบงก์ชาติ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และเห็นควรออกมาตรการสนับสนุนเสถียรภาพตลาดการเงินไทย ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้ปัญหาการขาดสภาพคล่องในตลาดการเงินขยายผลต่อไป

มาตรการธนาคารช่วยโควิด

มาตรการธนาคารช่วยโควิด

มาตรการธนาคารช่วยโควิด

มาตรการธนาคารช่วยโควิด

 

ลูกหนี้ทั้งหลายฟังทางนี้! มาตรการเยียวยา “โควิด-19” จากแบงค์ชาติ BY โหนกระแส (Hone-Krasae) Official

Youtube โหนกระแส (Hone-Krasae) Official

 

 

ทั้งหมดนี้ก็เป็นมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของแต่ละธนาคาร หากใครต้องการความช่วยเหลือทางการเงินสามารถติดต่อโดยตรงที่ธนาคารทุกแห่งได้เลย 

ที่มา ธนาคารแห่งประเทศไทย, กรุงเทพธุรกิจ, ประชาชาติธุรกิจ

 

ด่วน…!! ซื้อประกันไวรัสโคโรน่า(COVID-19) เริ่มต้น 450 บาท รับผลประโยชน์สูงสุดถึงหลักล้าน*!!  กับ MoneyGuru เพื่อความรวดเร็วในการติดต่อกลับของเจ้าหน้าที่กรุณาเพิ่มเพื่อนบน LINE OA ของ MoneyGuru โดยคลิ๊กที่ Link นี้ค่ะ https://lin.ee/dONZR7L กรุณากรอกข้อมูลของท่านเพื่อรับข้อมูลการประกันภัยส่วนบุคคลครองการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Coronavirus (2019-nCoV)) จากบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เราจะทำการติดต่อกลับท่านโดยเร็วที่สุด ขอขอบคุณที่ให้ความไว้วางใจ MoneyGuru  หากท่านมีปัญหาจากการกรอกข้อมูลหรือไม่ได้รับการติดต่อกลับ กรุณาส่ง capture screen หน้าจอที่ท่านกรอกข้อมูลจากทางเว็บกลับมาทาง LINE ของเราอีกครั้งหนึ่งที่ @moneygururhailand 

* หมายเหตุผลประโยชน์เป็นไปตามเงื่อนไขในแต่ละแผนที่บริษัทประกันภัยได้กำหนด

วิธีป้องกันไวรัสโควิช-19

ช่วงเวลาแบบนี้จะออกไปช้อปปิ้งหรือทานอาหารอร่อยนอกบ้านก็ดูจะเสี่ยงไปน่อย MoneyGuru เป็นห่วงสุขภาพของทุกท่านจึงมีตัวช่วยให้การจับจ่ายใช้สอยมีสภาพคล่องได้อย่างเต็มที่ จะซื้อของออนไลน์หรือจะสั่งอาหารมาส่งที่บ้านก็สะดวกแถมไม่เสี่ยงโรคถ้ามีบัตรเครดิต สามารถเปรียบเทียบบัตรเครดิตที่ใช่และเลือกบัตรเครดิตที่เหมาะที่สุด จะช่วยให้การใช้จ่ายของคุณสะดวกแถมไม่ต้องเสี่ยงติดเชื้อด้วย 

เปรียบเทียบบัตรเครดิต

 

 

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน