รวมมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้จากไวรัสโควิด19 รอบ 2

โดย MoneyGuru.co.th, ในหมวดหมู่ "สินเชื่อส่วนบุคคล"

June 19, 2020


ข่าวดี ธนาคารแห่งประเทศไทย  ปรับลดเพดานดอกเบี้ย บัตรเครดิต-สินเชื่อส่วนบุคคล พร้อมมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะ 2  เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับผลกระทบจาก  ไวรัสโควิด-19 โดยเราได้มัด รวมมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้จากไวรัสโควิด19 รอบ 2  โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้จากไวรัสโควิด19 รอบ 2

มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้จากไวรัสโควิด19-รอบ-2

เมื่อเร็วๆนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ได้หารือกับผู้ให้บริการทางการเงิน ทั้ง สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ สมาคมและชมรมของผู้ให้บริการทางการเงินรวม 9 แห่ง เพื่อทำการออกมาตรการเพิ่มเติมระยะที่ 2 เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19  โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

 

  • 1) ปรับลดเพดานดอกเบี้ยเป็นการทั่วไป ร้อยละ 2 – 4 ต่อปี

มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้จากไวรัสโควิด19-รอบ-2

สำหรับบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ (มีผลตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2563)

 

  • 2) เพิ่มวงเงินบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับประเภทวงเงินหมุนเวียนหรือที่ผ่อนชำระเป็นงวด

มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้จากไวรัสโควิด19-รอบ-2

สำหรับลูกหนี้ที่มีความจำเป็นต้องใช้วงเงินเพิ่มเติม และมีพฤติกรรมการชำระหนี้ที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ำกว่า 30,000 บาท ขยายวงเงินจากเดิม 1.5 เท่า เป็น 2 เท่าของรายได้เฉลี่ยต่อเดือน เป็นการชั่วคราวถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 (มีผลตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2563)

วิธีกู้ซื้อบ้านสำหรับคนเงินเดือน-15000-ซื้อบ้านราคา-3-ล้าน

  • 3) มาตรการขั้นต่ำเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะที่ 2 (มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563)

โดยจะขยายขอบเขตและระยะเวลาการให้ความช่วยเหลือแก่ลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับผลกระทบจาก โควิด-19 และไม่เป็น NPLs ณ วันที่ 1 มีนาคม 2563 โดยผู้ให้บริการทางการเงินต้องจัดให้มีทางเลือกความช่วยเหลือขั้นต่ำให้ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบได้เลือกตามประเภทสินเชื่อ เช่น การผ่อนชำระขั้นต่ำ การเปลี่ยนสินเชื่อระยะสั้นเป็นระยะยาว การลดค่างวด การเลื่อนชำระค่างวดหรือเงินต้น เป็นต้น และกำหนดให้ผู้ให้บริการทางการเงินต้องอำนวยความสะดวก รวมทั้งให้ข้อมูลที่ครบถ้วนเพียงพอต่อการตัดสินใจของลูกหนี้ เช่น เปรียบเทียบภาระหนี้เดิมและหนี้ใหม่ จำนวนหนี้และจำนวนงวดที่เพิ่มขึ้น และดอกเบี้ยที่ลูกหนี้ต้องจ่ายเพิ่มจากการขอเลื่อนชำระหนี้ (รายละเอียดตามตารางแนบ) การช่วยเหลือตามมาตรการขั้นต่ำข้างต้นจะไม่ถือว่าเป็นการผิดนัดชำระหนี้ จึงไม่สามารถเรียกเก็บเบี้ยปรับ หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ และในกรณีที่ลูกหนี้ประสงค์จะชำระหนี้ก่อนกำหนด จะต้องไม่มีการคิดค่าเบี้ยปรับ (prepayment fee) ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่ต้องการความช่วยเหลือสามารถแจ้งความประสงค์ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของผู้ให้บริการทางการเงิน เช่น แอปพลิเคชัน เว็บไซต์ Call Center หรือส่งข้อความ SMS ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 จนถึง 31 ธันวาคม 2563

 

  • 4) การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ผู้ให้บริการทางการเงินต้องเร่งปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้แก่ลูกหนี้

โดยคำนึงถึงความสามารถในการชำระหนี้ เพื่อช่วยบรรเทาภาระให้ลูกหนี้ เช่น โดยการขยายระยะเวลาการชำระหนี้ เปลี่ยนสินเชื่อจากระยะสั้นเป็นระยะยาว เลื่อนการชำระค่างวด ลดดอกเบี้ย และกรณีลูกหนี้ี่ได้รับผลกระทบจนเป็น NPLs ขอให้พิจารณาชะลอการยึดทรัพย์

 

มาตรการการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ขั้นต่ำ ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 และยังไม่เป็น NPLs

มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้จากไวรัสโควิด19-รอบ-2

1. บัตรเครดิต

  • เปลี่ยนเป็นสินเชื่อที่มีระยะเวลา (term loan) 48 งวด หรือขยายระยะเวลาตามความสามารถในการชำระหนี้ โดยคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 12 ต่อปี ทั้งนี้ การใช้วงเงินที่เหลืออยู่ให้ผู้ให้บริการทางการเงินพิจารณาตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ แต่เมื่อรวมกับยอดคงเหลือเดิมแล้วต้องไม่เกินวงเงินที่เคยอนุมัติ **หมายเหตุ ยังคงลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำ ร้อยละ 5 ในปี 2563 – 2564 ร้อยละ 8 ในปี 2565 และร้อยละ 10 ในปี 2566

2. สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มีลักษณะวงเงินหมุนเวียน (revolving loan) เช่น บัตรกดเงินสด

  • ลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำ ตามความสามารถในการชำระหนี้ หรือ
  • เปลี่ยนเป็นสินเชื่อที่มีระยะเวลา (term loan) 48 งวด หรือขยายระยะเวลาตามความสามารถในการชำระหนี้ โดยคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 22 ต่อปี ทั้งนี้ การใช้วงเงินที่เหลืออยู่ให้ผู้ให้บริการทางการเงินพิจารณาตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ แต่เมื่อรวมกับยอดคงเหลือเดิมแล้วต้องไม่เกินวงเงินที่เคยอนุมัติ

3. สินเชื่อส่วนบุคคลที่ผ่อนชำระเป็นงวด (installment loan) และสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ

  • ลดค่างวด อย่างน้อยร้อยละ 30 ของค่างวดเดิม โดยคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 22 ต่อปี

4. สินเชื่อเช่าซื้อ (ไม่จำกัดวงเงิน)

  • เลื่อนชำระค่างวด (เงินต้นและดอกเบี้ย) 3 เดือน
  • ลดค่างวด โดยขยายระยะเวลาการชำระหนี้

5. สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หรือสินเชื่อที่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน (ไม่จำกัดวงเงิน)

  • เลื่อนชำระค่างวด (เงินต้นและดอกเบี้ย) 3 เดือน
  • เลื่อนชำระเงินต้น 3 เดือน และพิจารณาลดดอกเบี้ยให้ตามความเหมาะสมของลูกหนี้แต่ละราย
  • ลดค่างวด โดยขยายระยะเวลาการชำระหนี้

 

โดยทาง ธนาคารแห่งประเทศไทย เชื่อมั่นว่ามาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยเพิ่มเติมระยะที่ 2 นี้ จะทำให้ลูกหนี้ได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมอย่างทันท่วงที ลดภาระหนี้และโอกาสการผิดนัดชำระหนี้ ขณะที่ผู้ให้บริการทางการเงินสามารถบริหารจัดการความเสี่ยง และมีวิธีปฏิบัติต่อลูกหนี้ในแนวทางเดียวกัน ทั้งนี้ ธปท. จะติดตามการดำเนินการอย่างใกล้ชิด”

 

ใครที่ยังไม่มีบัตรเครดิต MoneyGuru ขอแนะนำให้ท่านมีไว้สักใบ แต่ก่อนตัดสินใจเลือกใบไหนควรเข้ามาเปรียบเทียบบัตรเครดิตเพื่อค้นหาบัตรเครดิตที่ใช่สำหรับคุณ โดยสามารถค้นหาได้ที่นี่เลย

เปรียบเทียบบัตรเครดิตครบทุกธนาคาร

 

ที่มา ธนาคารแห่งประเทศไทย

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน