ต้องการเงินด่วน กู้สินเชื่อหรือบัตรกดเงินสด ดีกว่ากัน

November 27, 2017


ต้องการเงินด่วน
หากคุณกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาในชีวิต และ ต้องการเงินด่วน ในการจัดการปัญหาเหล่านั้น แต่อุปสรรคคือ คุณไม่มีเงินก้อนหรือเงินเก็บเอาไว้เลยนี่สิ  ท้ายที่สุดแล้วอาจจะทำให้คุณนึกถึงสินเชื่อส่วนบุคคล และ บัตรกดเงินสด ขึ้นมา อย่างไรก็ตาม ทั้งสองสิ่งนี้นั้นมีข้อดีข้อเสีย รูปแบบในการใช้ รวมถึงสถานการณ์ที่ใช้ก็แตกต่างกันด้วย วันนี้ MoneyGuru.co.th จะพาไปดูความแตกต่างของสินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรกดเงินสดกันค่ะ ว่าคุณควรจะเลือกใช้สิ่งไหนดีกว่า ในขณะที่คุณ ต้องการเงินด่วน

สินเชื่อส่วนบุคคล

สินเชื่อส่วนบุคคล เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้เงินก้อนใหญ่ในกรณีที่เร่งด่วน เช่น สำหรับค่ารักษาพยาบาล หรือการซ่อมแซมรถยนต์ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สำคัญและมักต้องใช้เงินจำนวนมาก สำหรับการคำนวณดอกเบี้ยนั้น ขึ้นอยู่กับปริมาณเงินที่ใช้ ซึ่งถ้าคุณยิ่งใช้มาก อัตราดอกเบี้ยก็จะยิ่งต่ำลง และมีระยะเวลาในการผ่อนชำระที่ยาวนานถึง 12 – 60 เดือน ทั้งนี้ หากคุณต้องการใช้เงินก้อนใหญ่มาก ควรเลือกใช้สินเชื่อส่วนบุคคลจะเหมาะกว่าบัตรกดเงินสดและบัตรเครดิตนะคะ เนื่องจากว่าคุณจะทราบระยะเวลาในการผ่อนชำระ และจำนวนเงินในการผ่อนชำระแต่ละงวดที่แน่นอน ซึ่งถ้าคุณยิ่งกู้มาก อัตราดอกเบี้ยก็จะยิ่งลดลง และโดยส่วนใหญ่ จะคำนวณดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกด้วย ถ้ามีเงินก้อนก็สามารถนำเงินมาโปะได้ ลดดอกเบี้ยไปได้เยอะ แต่ทางที่ดี คุณไม่ควรเสียดอกเบี้ยเลยจะดีที่สุดค่ะ  เพราะฉะนั้น คุณควรมีเงินสำรองฉุกเฉินเอาไว้ เพื่อที่จะช่วยให้คุณไม่ต้องเสียดอกเบี้ยในอัตราที่สูงให้กับสินเชื่อส่วนบุคคล
บทความที่น่าสนใจ: สินเชื่อส่วนบุคคล ดีกว่าบัตรเครดิตอย่างไร

บัตรกดเงินสด

บัตรกดเงินสด คือบัตรที่สามารถกดเงินสดออกมาได้ โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมในการกด อย่างไรก็ตามกรณีที่คุณไม่ใช้บริการ ก็จะไม่มีค่าธรรมเนียมใด ๆ เกิดขึ้นทั้งสิ้น ซึ่งเหมาะกับกรณีฉุกเฉินที่คุณต้องการเงินก้อนเร่งด่วนทันที แต่การใช้บัตรกดเงินสดนั้น คุณจำเป็นจะต้องมีความสามารถในการชำระหนี้ได้อย่างรวดเร็วนะคะ เพราะลักษณะของบัตรกดเงินสดจะเป็นการนำเงินในอนาคตมาใช้ในปัจจุบัน และคิดคำนวณดอกเบี้ยเป็นรายวัน  ซึ่งจะมีอัตราดอกเบี้ยที่แพงที่สุดในหมู่สินเชื่อส่วนบุคคลเลยทีเดียว เนื่องจากได้เงินสดมาใช้จ่ายล่วงหน้าโดยไม่มีทรัพย์สินใด ๆ มาค้ำประกันนั่นเอง โดยทั่วไปบัตรกดเงินสดจะมีอัตราดอกเบี้ยสูงสุดอยู่ที่ไม่เกิน 28% ต่อปี (ขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินของผู้ออกบัตร)
ทั้งนี้การคิดดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสด จะคิดเป็นแบบรายวัน นับตั้งแต่วันที่กดเงินออกมาใช้จ่าย เช่น กดเงินสดวันที่ 1 มิถุนายน จำนวน 10,000 บาท และคุณจ่ายคืนวันที่ 16 กรกฎาคม รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 45 วัน นับตั้งแต่ 1 มิถุนายน – 16 กรกฎาคม เท่ากับว่าต้องจ่ายดอกเบี้ยจำนวน 345.21 บาท (10,000 บาท คูณ 28% หาร 365 วัน และคูณ 45 วัน) รวมเงินต้น 10,000 บาท เท่ากับต้องจ่ายชำระคืนจำนวน 10,345.21 บาท (10,000 บาท บวก 345.21 บาท) ดังนั้น หากมีเงินก้อนที่จะชำระคืน ต้องรีบชำระคืนโดยเร็ว มิเช่นนั้น ดอกเบี้ยจะงอกเงยไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นดอกเบี้ยทบเงินต้นได้เลยนะคะ
บทความที่น่าสนใจ: จะกู้เงินที ต้องรู้อะไรบ้าง
โดยสรุปแล้วก็คือ หากคุณต้องการเงินด่วนฉุกเฉินในจำนวนที่ไม่มากนัก สามารถชำระหนี้ได้หมดในระยะอันรวดเร็ว บัตรกดเงินสดทันใจนั้นดูจะตอบโจทย์ของคุณมากกว่า แต่หากต้องการเงินก้อนใหญ่ในกรณีเร่งด่วน ซึ่งจำเป็นต้องใช้เวลาในการผ่อนชำระที่ยาวนาน คุณควรเลือกใช้สินเชื่อส่วนบุคคลจะดีกว่า แต่ทางที่ดีที่สุด อย่างที่เราเคยแนะนำคุณผู้อ่านเสมอมา คือการเก็บเงินสำรองฉุกเฉินไว้ไม่น้อยกว่า 3 – 6 เดือน เมื่อเทียบกับรายได้ต่อเดือนของคุณ ววิธีนี้ คุณจะมีเงินเอาไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน และไม่ต้องไปกู้เงินให้เสียดอกเบี้ยแสนแพงด้วยนะคะ
หากคุณสนใจ ข้อมูลทางการเงินและประกันรถยนต์ สามารถกด Subscribe เพื่อรับสาระความรู้แบบนี้จาก MoneyGuru.co.th ได้เลย เราจะส่งตรงถึงอีเมลของคุณทุก ๆ สัปดาห์เลยค่ะ

เคล็ดลับการเงิน