วิธีแก้ปัญหาให้คนที่เสียเครดิต สามารถกู้ซื้อบ้านได้

February 10, 2021


วันนี้เรามีไอเดีย วิธีแก้ปัญหาให้คนที่เสียเครดิต สามารถกู้ซื้อบ้านได้ โดยเรื่องราวในครั้งนี้อาจจะเป็นเรื่องราวที่อาจจะ เก่าไปหน่อยแต่ว่ามันสามารถเป็นแนวทางที่สามารถช่วยคนที่ ต้องการกู้เงินเพื่อทำการซื้อบ้านได้ โดยเป็นเรื่องราวจาก คุณ สมาชิกหมายเลข 1600078 สมาชิกจากเว็บไซต์ pantip.com โดยเจ้าตัวได้เอาความรู้มาแชร์หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่จะ กู้ซื้อบ้าน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเราไปชมกันเลย


วิธีสมัครสินเชื่อกู้ง่ายจากซิตี้แบงก์ ดอกเบี้ยต่ำ ไม่ต้องค้ำ


วิธีแก้ปัญหาให้คนที่เสียเครดิต สามารถกู้ซื้อบ้านได้

วิธีแก้ปัญหาให้คนที่เสียเครดิต สามารถกู้ซื้อบ้านได้

สวัสดีค่ะ ขอแชร์ข้อมูลการยื่นกู้ซื้อบ้านค่ะ เพราะก่อนหน้านี้ เราหาข้อมูลแล้วเจอแต่ข้อมูลเก่าๆ ว่าเสียเครดิตแล้วกู้ซื้อบ้านไม่ได้ พอดีไปเจอข่าวของ ธอส. ที่ปล่อยสินเชื่อให้คนที่เคยเสียเครดิตแต่ปิดหมดแล้ว (แต่ก็ยังมีบางคนกู้ไม่ได้ บางคนกู้ได้) เราเองก็ไม่ค่อยมั่นใจ เลยสอบถามเซลล์ขายบ้าน เค้าแจ้งว่าถ้าปิดหมด สามารถกู้ ธอส. ได้ และเราก็กู้ได้จริงๆค่ะ ตอนนี้เข้าอยู่เรียบร้อยแล้วค่ะ

สรุปให้คร่าวๆนะคะ รายละเอียดจะอยู่ในสปอยด้านล่าง

  • เรายื่นกู้หลังจากปิดหนี้ประมาณ 1 เดือน
    ระยะเวลา
  • นับตั้งแต่ไปจอง ก็ประมาณ 2 เดือน
  • เวลาในการยื่นกู้จริงๆ (นับเฉพาะจากวันที่เอกสารทุกอย่างพร้อมจนถึงวันโอน 20-30/6/2559 = ประมาณ 10 วัน **ส่วนใหญ่เสียเวลาไปกับการรอ ตอนแรกรอโฉนด ประมาณ 1 สัปดาห์ (โครงการใหม่มาก ยังแยกโฉนดไม่เสร็จ) / แล้วก็เจ้าหน้าที่ ธอส. ลาอีก 2 สัปดาห์ ต้องรอเค้ามาทำต่อ หัวหน้าเค้าบอกว่าคนอื่นทำแทนไม่ได้ / และรอสถานะบัญชีเปลี่ยน
  • รายได้หักทุกอย่างเหลือ 16,890 ไม่มีสวัสดิการ (โบนัส, เบี้ยเลี้ยง และอะไรที่ได้ไม่แน่นอน ธอส. เค้าไม่นำมาคำนวณให้นะคะ)
  • ยอดอนุมัติ = 1,444,000 (อนุมัติค่าบ้าน 1,424,000 + กู้เพิ่มค่าประกัน 20,000 // ค่าประกันที่เป็นเศษหลักพันเค้าไม่ให้กู้ ต้องหามาเพิ่มเอง)
  • หักประกันอัคคีภัย ประมาณ 2,700 คุ้มครอง 3 ปี บังคับทำ ต้องจ่ายทุกๆ 3 ปี
  • ประกันชีวิต 20,890 ไม่บังคับ แต่เราทำ คุ้มครอง 15 ปี
  • เหลือเงินที่ธนาคารจะจ่ายค่าบ้านให้เรา = 1,420,483 (บ้านราคา 1,499,000 ต้องหาเงินดาวน์ไปจ่ายโครงการเพิ่ม)
  • ยื่นกู้ปกติ ได้ประมาณ 1.2 ล้าน
  • ยื่นกู้โดยเข้าโครงการรัฐ ได้ประมาณ 1.6 ล้าน ***ไม่ว่าจะยื่นกู้แบบไหน ก็ได้ไม่เกิน 95% ของราคาซื้อขาย และเราไม่สามารถกู้ตกแต่งเพิ่มได้

เปรียบเทียบสินเชื่อบุคคลmoneyguru

แนวทางแก้ปัญหาให้คนที่เสียเครดิต สามารถกู้ซื้อบ้านได้

เริ่มแรกเราเลือกกู้แบบเข้าโครงการรัฐ (ข้อเสียคือ ดอกเบี้ยที่แท้จริงไม่ได้ถูกกว่าธนาคารอื่นๆเลย แถมติด 5 ปี ถึงจะขอลดดอกเบี้ยได้) เราต้องหาเงินเพิ่มอีกประมาณ 107,000 เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย (เงินดาวน์, ค่ามิเตอร์, ค่าจำนอง, ค่าธรรมเนียมธนาคาร, อื่นๆ) ทางโครงการออกค่าโอนให้ และฟรีค่าส่วนกลาง 3 ปี ไม่งั้นจะต้องเสียเยอะกว่านี้อีกค่ะ

คนรู้จัก ยื่นกู้เกินจากราคาซื้อขายจริง ซื้อจริง 1.5 ล้าน แต่ยื่นกู้ 1.7 ล้าน ธนาคารอนุมัติ 90% ได้เงินเกินมาอีก แถมโครงการก็ฟรีโอน ฟรีค่ามิเตอร์ ธนาคารที่เค้าเลือกก็ ฟรีค่าธรรมเนียม ฟรีประกันอัคคีภัย ทำให้ไม่ต้องหาเงินเพิ่ม แต่ยอดกู้ก็รวมไปในราคาบ้าน ทำให้ยอดหนี้สูง)และตอนนั้นเป็นหนี้บัตรเครดิต ซึ่งเป็นหนี้เสีย ทั้งหมด 4 ใบ (ทุกใบค้างไม่ถึง 1 ปี) ได้แก่

  • ใบที่ 1 ชำระปิดหนี้ วันที่ 30/11/2558 (ยอดหนี้เต็ม = 29,305)
  • ใบที่ 2 ชำระปิดหนี้ วันที่ 04/12/2558 (ยอดหนี้เต็ม = 36,140)
  • ใบที่ 3 ชำระปิดหนี้ วันที่ 31/12/2558 (ยอดหนี้เต็ม = 19,670)
  • ใบที่ 4 ชำระปิดหนี้ วันที่ 13/05/2559 (ยอดหนี้เต็ม = 89,621)

เริ่มจาก วันที่ 28/4/2559 โครงการติดต่อและวางเงินจองบ้าน ผ่านไป 15 วัน เราทำการ เคลียร์หนี้บัตรใบสุดท้าย

วันที่  16/5/2559 ยื่นเอกสารกู้ซื้อบ้าน + หลักฐานการชำระเงินและใบปิดหนี้ของบัตรที่ปิดใบสุดท้าย (บัตรอื่นที่ปิดก่อนหน้านี้ ธนาคารไม่ขอใบปิดหนี้ เพราะสถานะบัญชีเปลี่ยนเป็น “ปิดบัญชี” แล้ว) พร้อมผลบูโร (ไปเช็คบูโรด้วยตัวเอง เลยแนบเอกสารไปด้วย เพื่อให้ ธอส. ประเมินวงเงินได้เร็วขึ้น) ตอนเย็น ธอส. โทรมาแจ้งว่ากู้ได้ 1.2 ล้าน หรือไม่ก็ต้องเข้าโครงการรัฐ จะกู้ได้เยอะขึ้น

วันที่ 19/5/2559 ธอส. แจ้งว่า ยอดหนี้ใบล่าสุดที่ปิด เป็นยอดหนี้ที่สูง เกิน 3 เท่าของเงินเดือน หัวหน้าจึงขอให้รอสถานะใน NCB เปลี่ยนเป็น “ปิดบัญชี” ก่อน เพื่อป้องกันการถูกตีกลับจากผู้อนุมัติ (ถ้ายอดหนี้ไม่เกิน 3 เท่าของเงินเดือน อาจจะใช้ใบปิดหนี้แนบทำเรื่องได้เลย แต่ก็ต้องดูอย่างอื่นประกอบด้วย)

วันที่ 23/5/2559 แจ้งขอแก้ไขข้อมูล NCB เพื่อให้สถานะบัญชีเปลี่ยนเป็น “ปิดบัญชี” เร็วๆ แต่ทาง NCB แจ้งว่า จะถึงรอบที่ธนาคารส่งข้อมูลให้ NCB แล้ว ควรรอดูข้อมูลที่ธนาคารส่งเข้ามาก่อน ถ้าธนาคารยังไม่เปลี่ยนข้อมูลเป็น “ปิดบัญชี” ค่อยส่งเรื่องแก้ไขเข้ามาใหม่ โทรเช็คจากธนาคารและ NCB หลายครั้ง เพราะให้ข้อมูลไม่ตรงกัน เรื่องการส่งข้อมูล สรุป ธนาคารจะส่งข้อมูลของเดือนที่ผ่านมา ภายในวันที่ 5 ของเดือนถัดไป แต่ทาง NCB ไม่ได้ Update ข้อมูลให้ทันที แต่ทยอยจะ Update ข้อมูลให้ แปลว่า ข้อมูลของเรา ที่จ่ายปิดหนี้วันที่ 13/5/2559 ก็อยู่ในช่วงวันที่ 1-31/5/2559 ธนาคารจะส่งข้อมูลให้ NCB ภายในวันที่ 5/6/2559 แต่ไม่รู้ว่า NCB จะ Update ข้อมูลให้เราวันไหน เราก็แจ้ง ธอส. และได้แต่รอไปก่อน

วันที่ 14/6/2559 ธอส. เช็คผลบูโรให้เราอีกครั้ง แต่ข้อมูลยังไม่เปลี่ยน

วันที่ 18/6/2559 เราไปเช็คบูโรเอง เพราะคิดเอาเองว่า ของเราน่าจะ Update ประมาณวันที่ 16 (เราเคยไปเช็ควันที่ 16/5/2559 แล้วข้อมูลของเดือน 4 ขึ้นแล้ว ผลคือ ข้อมูลเปลี่ยนแล้วจริงๆ

วันที่ 20/6/2559 โทรแจ้ง ธอส. เค้าก็เรียกข้อมูล NCB ให้เราอีกครั้ง และวันนี้เอกสารเราพร้อมทุกอย่าง รวมถึงสถานะบัญชีเคลียร์หนี้หมด ธอส.ทำเรื่องให้

วันที่ 24/6/2559 ผลการอนุมัติผ่านเรียบร้อย ได้ 95% ของราคาซื้อขาย

วันที่ 27/6/2559 เข้าไปเซ็นสัญญากู้ที่สาขา และจ่ายค่าธรรมเนียมยื่นกู้ที่สาขาเลย 0.1% ของราคา = 1,440 บาท

วันที่ 30/6/2559 โอนบ้าน (สามาถโอนได้ตั้งแต่ 28/6/2559 แต่เราไม่สะดวก เลยนัดโอนสิ้นเดือน)


moneyguruwebboard


สรุป ค่าใช้จ่ายวันโอน บ้าน

  • เงินดาวน์ (ถ้ากู้ได้เกินก็ไม่ต้องเสีย และอาจจะมีเงินเหลือไปจ่ายส่วนอื่นด้วย)
  • ค่ามิเตอร์น้ำ-ไฟ 10,570
  • ค่าส่วนกลาง (ของเราฟรี ได้ใบเสร็จจากโครงการ ไม่ต้องจ่ายเงิน แต่บางโครงการต้องจ่ายล่วงหน้าเลย)
  • ค่าจำนอง 1% ของราคา (บางธนาคารฟรี หรือ บางโครงการออกให้ลูกค้า)
  • ค่าโอน 2% ของราคา (ปกติผู้ซื้อ-ผู้ขายจะออกคนละครึ่ง แต่บางโครงการออกให้ลูกค้า ของเราโครงการก็ออกให้)
  • ค่าธรรมเนียมอื่นๆอีกเล็กน้อย ไม่กี่ร้อยบาท เช่น ค่าคำขอ ค่าพยาน ค่าอากร (บางธนาคารฟรี หรือ บางโครงการออกให้ลูกค้า)
  • ค่าเจ้าหน้าที่นิติกรรม 1,000 บาท (ธอส. จ้าง outsource มาทำเรื่องให้เราที่กรมที่ดิน แต่เราต้องจ่ายเอง ธนาคารอื่นไม่รู้เสียแบบไหม)

พิเศษสำหรับท่านไหนที่ยังไม่มีบัตรกดเงินสด สามารถเข้ามาดูบัตรกดเงินสดที่เหมาะกับคุณได้ที่นี่ เพราะ MoneyGuru ได้รวบรวมผลิตภัณฑ์ทางการเงินไว้ให้พร้อมสรรพ นอกจากนี้ยังมีสินเชื่อส่วนบุคคล บัตรเครดิต และประกันรถยนต์ดีๆ มาเปรียบเทียบเพื่อให้ได้คำตอบที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน

เปรียบเทียบบัตรเครดิต

พิเศษ…!! ทำประกันรถชั้น 1 รับส่วนลดเบี้ยประกันทันที 10% ❗ เพียงแค่ท่านลงทะเบียนซื้อประกันกับ MoneyGuru ที่ลิงค์นี้ : http://bit.ly/3p4wf1l เนื่องจากในทุกวันนี้ การใช้รถใช้ถนนมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ตลอดเวลา ดังนั้นนอกจากผู้ใช้รถทุกคนต้องไม่ประมาทและควรระมัดระวังในการขับขี่แล้ว การทำประกันภัยรถนั้นก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยให้ท่านเพิ่มความอุ่นใจในการใช้รถใช้ถนนมากขึ้น ดังนั้นทาง www.moneyguru.co.th ต้องการที่จะช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าใช้จ่ายจากการจ่ายเบี้ยประกันด้วยการ ลดราคาเบี้ยประกันทันที่ 10% รับมือพิษเศรษฐกิจในเวลานี้

ทำประกันรถยนต์รับส่วนลดเบี้ยประกัน ทันที 10%

ไม่พลาดทุกเรื่องราวข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @MoneyGuruThailand

ขอขอบคุณข้อมูลจากคุณ สมาชิกหมายเลข 1600078 สมาชิกจากเว็บไซต์ pantip.com

;

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน