กู้เงิน ทั้งที ต้องรู้อะไรบ้าง?

September 4, 2015


TH_BLOG_Loans

บ้างครั้ง เราก็ต้อง กู้เงิน เพื่อทำบางสิ่งบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นซื้อบ้าน ซื้อรถ ทำธุรกิจ ซึ่งหลายคนก็คงกำลังมีแผนจะกู้อยู่ใช่ไหมล่ะครับ แต่การจะ กู้เงิน หรือขอ สินเชื่อ นี้ต้องทำอะไรบ้างล่ะ? เรามาดูกันเลยครับ!

เอกสารที่ใช้ในการขอสินเชื่อ

การเตรียมเอกสารเพื่อสินเชื่อนั้น แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ
  1. เอกสารประจำตัว เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาบัตรข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่า หรือใบมรณบัตร
  2. เอกสารเกี่ยวกับรายได้ เช่น ใบรับรองเงินเดือน หรือหลักฐานการรับ/จ่ายเงินเดือนจากนายจ้าง สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร
  3. ผู้มีอาชีพอิสระนั้น กรณีเป็นสัญญาจ้าง อาจใช้สำเนาสัญญาว่าจ้างและหลักฐานการจ่ายเงินค่าจ้าง กรณีเป็นแพทย์ ทนายความ ผู้สอบบัญชี วิศวกร สถาปนิก ควรแสดงใบอนุญาตประกอบวิชาชีพด้วยบัญชีเงินฝาก พร้อมใบแจ้งยอดบัญชี หรือสเตทเมนต์ของบัญชีเงินฝากของตนเอง หรือของกิจการย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน

การค้ำประกันและหลักประกัน

การค้ำประกันและหลักประกัน เป็นปัจจัยหนึ่งที่ผู้ให้สินเชื่ออาจใช้ประกอบการพิจารณาให้สินเชื่อ เพื่อให้มั่นใจว่าหากผู้ขอสินเชื่อชำระหนี้ไม่ได้ สถาบันการเงินยังมีทางที่จะได้เงินคืน เช่น สามารถยึดหลักประกันมาขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ที่ค้างอยู่ หรือให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้แทน โดยหลักทรัพย์ที่นิยมนำมาเป็นหลักประกัน เช่น เงินฝาก พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงิน หุ้นกู้ และอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น

เกณฑ์ที่สถาบันการเงินใช้พิจารณาสินเชื่อ

ในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อจะขึ้นอยู่กับนโยบายและหลักเกณฑ์ของผู้ให้สินเชื่อแต่ละราย โดยทั่วไปแล้วมีปัจจัยหลักๆ ที่ใช้ประกอบการพิจารณา คือ นโยบายสินเชื่อของผู้ให้สินเชื่อ เช่น ผู้ให้สินเชื่อบางราย อาจกำหนดว่าผู้ยื่นขอสินเชื่อต้องไม่มีประวัติการค้างชำระในช่วง 12 เดือนย้อนหลัง หรืองดให้สินเชื่อแก่ลูกค้าใหม่ในกลุ่มอาชีพหรือกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูง

สิทธิของผู้ขอสินเชื่อ ในกรณีที่ไม่ได้รับอนุมัติจากสถาบันการเงิน

หากผู้ขอสินเชื่อถูกปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ผู้ขอสินเชื่อสามารถขอทราบเหตุผลของการไม่อนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงินเป็นลายลักษณ์อักษรได้ ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ขอสินเชื่อมีข้อมูลที่สามารถนำมาใช้ปรับปรุงศักยภาพ และสามารถขอสินเชื่อได้ใหม่ในอนาคต

การติดตามทวงถามหนี้

​​หากเราไม่ได้ชำระหนี้เมื่อถึงเวลาที่กำหนดไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ผู้ให้สินเชื่อก็อาจเริ่มติดต่อเรา เช่น โทรศัพท์มาหาเพื่อแจ้งให้ไปจ่ายเงิน หรือผู้ให้สินเชื่ออาจจ้างตัวแทนซึ่งเป็นบริษัทภายนอกให้ติดตามเก็บหนี้แทน

สิ่งที่ควรทำเมื่อเป็นผู้ค้ำประกัน

หากคุณเป็นผู้ค้ำประกันแล้ว คุณไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบที่จะเกิดตามมาได้หากลูกหนี้ผิดสัญญา ดังนั้น หากต้องเป็นผู้ค้ำประกันให้ผู้อื่นควรปฏิบัติดังนี้
     – อ่านเงื่อนไขในการค้ำประกันให้ละเอียด
     – ทำความเข้าใจเกี่ยวกับขอบเขตความรับผิดชอบในฐานะผู้ค้ำประกัน
     – ตรวจสอบความถูกต้องของวงเงินและประเภทของสินเชื่อที่ค้ำประกันที่ระบุในสัญญา
     – หากสงสัยอะไรรีบถามก่อนลงชื่อในสัญญา
การกู้เงินก็เป็นสิ่งหนึ่งที่หลายคนคิดหนักนะครับ เพราะนั่นหมายถึงการเป็นหนี้ตามมา ดังนั้น เราจึงต้องศึกษารายละเอียดให้ดีก่อนจะตัดสินใจกู้เงิน รวมถึงต้องมีวินัยทางการเงินที่มั่นคงด้วย จึงจะไม่มีหนี้สะสมตามมาจนทำให้เกิดปัญหาครับ

IG_TH_Loans

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: 1213, scbsme, oknation