กู้เงิน ตอนไหน ไม่เป็นหนี้เกินจำเป็น

โดย Cate Suphastian, ในหมวดหมู่ "สินเชื่อส่วนบุคคล"

July 25, 2019


กู้เงิน

ถ้าพูดถึงคำว่า กู้เงิน ทุกคนคงคุ้นเคยกันดีใช่ไหมล่ะ ยอมรับกันมาซะดี ๆ แต่วันนี้ MoneyGuru.co.th ไม่ได้จะมาสอนคุณให้เป็นหนี้ เราจะมาแนะนำวิธีเป็นหนี้แบบไม่เกินเรื่องเกินราว จนใช้คืนไม่หวาดไม่ไหวต่างหาก จะเป็นยังไงไปดูกันเลย

ก่อนจะกู้อะไรก็ต้องถามตัวเองก่อนว่า 1. จะมีปัญญาใช้คืนไหม 2. มีความจำเป็นแค่ไหนถึงต้องกู้ อย่างหลังนี่แหละที่สำคัญ และคุณต้องตอบตัวเองให้ได้ด้วย ก่อนจะก๊อปปี้บัตรประชาชนไปยื่นเรื่อง กู้เงินนะเธอไม่ใช่เล่นขายของ ตัดสินใจผิดชีวิตเปลี่ยนนะจ๊ะ ถ้าเบี้ยวทีมีสิทธิขึ้นศาลไม่เหมือนการขอยืมเพื่อนตอนเงินไม่พอใช้ แถมยังมีดอกเบี้ยพ่วงมาอีก ดีไม่ดีจะกลายเป็นดอกทบต้นใช้หนี้กันสนุกสนานเลยทีเดียว

จำเป็นแค่ไหนถึงต้อง กู้เงิน

ถ้าถามว่าอะไรที่จำเป็น เห็นสมควรว่าต้องกู้ ก็คือกู้ซื้อของชิ้นใหญ่ ๆ อย่าง บ้าน, รถ หรือเป็นเงินทุนทำธุรกิจอะไรแบบนั้น เพราะธุรกิจยังไงมันก็สร้างรายได้ให้คุณในภายหลัง บ้านซื้อไปก็มีแต่จะมูลค่าเพิ่มขึ้น ถ้าขายต่อไปยังไงก็ไม่ขาดทุน ส่วนรถถ้าซื้อมาเพื่อที่จะเอาไว้ใช้ทำมาหากินอย่าง ขับ Grab หรือใช้ขนส่งสินค้าก็ถือว่าสมควรที่จะซื้อ เพราะมันมาช่วยเพิ่มเงินในกระเป๋าให้เราได้

หรือที่สำคัญที่สุด แต่เราไม่อยากให้มันเกิดขึ้นกับใคร คือกู้เงินไปรักษาตัวเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยหนัก รู้ ๆ กันอยู่ว่าเข้าโรงหมอโรงยาทีนึงถ้าจะใช้ประกันสังคม ต้องรอนานไปยันชาติหน้ากว่าจะได้รับการรักษา หรือถ้าไม่อยากรอก็ต้องรักษาแบบทั่วไป ค่าใช้จ่ายก็แพงหูฉี่ ควักเงินจ่ายทีน้ำตาแทบเล็ด บางคนไม่ได้ทำประกันอะไรเอาไว้สักอย่าง ถ้าถึงเวลานั้นจริง ๆ นี่แหละคือช่วงเวลาจำเป็นที่สุดที่ต้องกู้เงิน 

แต่ถ้าอยู่ ๆ หงุดหงิดเงินเดือนไม่พอใช้ คันมือคันไม้อยากได้เงินก้อนมาถลุงเล่น หน้ามืดกู้เงินไปโดยไม่ได้คิดหน้าคิดหลัง รับรองว่าต่อไปเงินเดือนจะยิ่งไม่พอใช้แน่นอน เชื่อเถอะค่ะคุณ

ถ้ากู้มาจะมีปัญญาใช้คืนไหม

สำคัญกว่าเรื่องจำเป็น ก็คงไม่พ้นตอนใช้หนี้ เพราะบอกเลยว่าถ้าเงินไม่พอใช้อย่าคิดไปกู้หนี้ ไม่ใช่หนทางที่ดีที่จะแก้เรื่องช็อตเงินนะจ๊ะ เพราะถ้าไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย รับรองว่าชีวิตไม่ได้สุขสบายเหมือนตอนได้เงินกู้มานอนกอดนะเธอ จะคิดกู้ทีต้องดูให้ดีว่ามีเงินเดือนเท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายประจำเท่าไหร่ เหลือกินใช้เท่าไหร่ เหลือสุดท้ายนั่นแหละคือเงินที่จะเอาไปผ่อนใช้หนี้ !! 

บางคนแค่เห็นโฆษณาว่า กู้สิได้กระเป๋าเดินทางไปใช้ฟรีนะ ก็ตาลุกวาวแล้วเพราะอยากได้ของฟรี อย่าลืมสิเป็นหนี้แลกของฟรีมันไม่คุ้มกันนะจ๊ะ ไหนจะมีโฆษณาว่าให้วงเงินสูงสุดเป็นล้าน แค่เห็นจำนวนเงินที่จะได้ก็คงจินตนาการกันไปแล้ว ว่าจะเอาไปใช้อะไรดี เดี๋ยวสิ เดี๋ยว เป็นหนี้นะไม่ใช่ถูกหวย จะได้รวยแล้วไม่ต้องใช้คืน ตื่นค่ะซิส ก่อนคิดเป็นหนี้ต้องดูให้ดีว่ามีปัญญาใช้คืนเขาหรือเปล่านะจ๊ะ

จ่ายมากกว่าขั้นต่ำ ปลดหนี้เร็วขึ้น

พอพูดถึงเรื่องใช้คืนก็เลยมาถึงเรื่องการปลดหนี้ เชื่อสิว่ามันไม่สนุกหรอก แต่ถ้าทำได้มันภูมิใจนะคุณขา อย่างแรกเลยที่คุณต้องมีคือวินัย เงินเดือนออกมาทีไร รู้ว่าเท่าไหร่ต้องไปใช้หนี้ เท่าไหร่ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายจิปาถะ เท่าไหร่ต้องเอาไว้กินใช้ ถ้าหากไม่สนใจรับรองว่าไปไม่รอดแน่นอน 

อย่างต่อมาคือการโปะหนี้ วงเงินผ่อนหนี้ขั้นต่ำเท่าไหร่จ่ายไปให้มากกว่า จะมากกว่า 100 หรือ 1,000 ก็แล้วแต่ตามกำลังศรัทธา ถือว่าดีทั้งนั้น เพราะอะไร ก็เพราะว่าการผ่อนจ่ายขั้นต่ำมันแทบไม่ต่างจากการต่อดอกตั๋วจำนำ ขั้นต่ำที่จ่ายไปมีแต่ดอกเบี้ยทั้งนั้น เงินต้นแทบจะไม่ได้ลดลงเลย เชื่อไหมว่าหนี้แค่ 20,000 บาท ถ้าจ่ายขั้นต่ำอย่างเดียวโดยไม่กู้หนี้ใหม่ ต้องผ่อนเกือบ 4 ปีกว่าจะหมด คุณพระคุณเจ้าพูดเหมือนโม้ แต่มันคือเรื่องจริง !!

แล้วทำไมการจ่ายมากกว่าขั้นต่ำมันถึงจะปลดหนี้ได้เร็วขึ้น ก็เพราะว่าดอกเบี้ยของสินเชื่อนั้นมันเป็นแบบลดต้นลดดอกไงล่ะ ดอกเบี้ยแต่ละงวดจะถูกคำนวณจากยอดเงินต้นที่เหลืออยู่ ถ้าเงินต้นลดลงมากเท่าไหร่ จำนวนดอกเบี้ยก็จะลดลงตามไปด้วยเท่านั้น ฉะนั้นอย่าลืมนะจ๊ะ ผ่อนหนี้ต้องจ่ายมากกว่าขั้นต่ำ ปลดหนี้เร็วแน่นอน

เลือกหนี้ให้เหมาะสม

การจะประสบความสำเร็จในการเป็นหนี้นั้น ไม่ใช่ว่าสักแต่กู้ไปอย่างเดียว แต่ต้องรู้จักวิธีเลือกเป็นหนี้ให้เหมาะกับสิ่งที่เราจะใช้จ่ายด้วย อย่างเช่น ถ้าอยากได้โทรศัพท์มือถือสักเครื่อง การกู้เงินก้อน 5 เท่าของรายได้ ก็ดูจะเกินเรื่องไปมาก เลือกใช้โปรบัตรเครดิตผ่อน 0% ดีกว่าไหม สบายใจกว่า ดอกเบี้ยก็ไม่ต้องเสีย แถมได้ผ่อนเหมือนกันด้วย และที่สำคัญสุดเลยคือเป็นหนี้เฉพาะที่ใช้ไป ไม่ต้องโดนถมด้วยภูเขาหนี้พร้อมดอก ตอนที่ต้องใช้เงินคืนเขาด้วยนะ จะเป็นราชาเงินผ่อนมันต้องวางแผนกันหน่อยสิ จริงไหม

ท้ายที่สุดสำหรับคำถามที่ว่า “กู้เงินตอนไหนไม่เป็นหนี้เกินจำเป็น” คำตอบก็คือ ตอนที่คุณรู้จักการเงินของตัวเองดี มีวินัยวางแผนได้แบบชิล ๆ เมื่อนั้นแหละ คุณจะมีบัตรเครดิตไว้ใช้สักสิบใบ หรือไปกู้เงินสดมาใช้จ่ายเล่นก็ไม่ผิด เพราะชีวิตคุณไม่มีทางตกเป็นทาสของหนี้สินแน่นอน  

แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่คิดสนใจเรื่องการเงิน ไม่เคยวางแผนอะไรสักอย่าง มีเงินเท่าไหร่ก็ใช้หมด ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวัน ๆ หนึ่งใช้เงินไปเท่าไหร่ หมดเงินไปกับอะไรบ้าง คงต้องตอบแบบไม่รักษาน้ำใจกันเลยว่า ไม่ต้องกู้จะดีที่สุด เพราะ ‘ความไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ’ ประโยคนี้ยังใช้ได้จริงอยู่ทุกยุคทุกสมัย แต่มันน่าเสียใจตรงที่ คนเราทุกคนจะรู้ซึ้งถึงความหมาย มันต้องเจอกับตัวก่อนน่ะสิ เข้ากับสุภาษิตไทยอีกหนึ่งประโยคที่ว่า ‘ไม่เห็นโลกศพไม่หลั่งน้ำตา’ นั่นแหละ

รับจดหมายข่าว