เพราะอะไร “อาเซียน” ถึงเป็นแหล่งที่น่าลงทุนมากกว่าจีน?

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "News and Current Events"

September 25, 2014


เพราะอะไร “อาเซียน” จะเป็นแหล่งที่น่าลงทุนมากกว่าจีน?

ขอบคุณภาพจาก Outdoclub

 

AEC01

ในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา หากพูดถึงประเทศที่มีการลงทุนหลังไหลเข้าไปเป็นจำนวนมาก คงไม่มีใครไม่นึกถึง ประเทศจีน ยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจของเอเชีย และกำลังไล่ตามมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา อย่างที่เรียกว่ารดต้นคอกันเลยทีเดียว แต่กระนั้น หากมองใกล้เข้ามาในช่วงไม่ถึงสิบปี และในช่วงระยะเวลาอันใกล้ อีกภูมิภาคหนึ่งที่คนหันมาสนใจมากขึ้น ในการจะเข้ามาลงทุนก็คือ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือ อาเซียนนั่นเอง

ทั้งนี้ กลุ่มประเทศอาเซียน กำลังมุ่งหน้าไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนภายในสิ้นปี 2558 ซึ่งจะเป็นการรวมตัวกันเพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ดังที่เราเห็นตัวอย่างเกิดขึ้นในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป อาทิ การค้าเสรี การเคลื่อนย้ายแรงงาน และปัจจัยทา

เศรษฐกิจอย่างเสรี เป็นต้น แต่ในขณะเดียวกัน มองเห็นความผิดพลาดของสหภาพยุโรป และป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำรอย อาทิ การใช้สกุลเงิน และมีนโยบายการคลังร่วมกันมากเกินไป เป็นต้น

และนอกจากนี้การที่ประชากรทั้งหมดของกลุ่มประเทศอาเซียนมีร่วม 600 ล้านคน ทำให้ GDP รวมของกลุ่มประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 8 ของโลก ซึ่งนี่คือตัวเลขก่อนที่จะมีการรวมตัวเป็น AEC เสียอีก หากมีการรวมตัวกันจริง นักวิชาการมองว่าตัวเลข GDP จะต้องเพิ่มขึ้นอย่างเเน่นอน โดยในขณะนี้ อัตราการเจริญเติบโตของ GDP ของภูมิภาคนั้น อยู่ที่ร้อยละ 5 ต่อปี

อีกประเด็นหนึ่ง ที่หลายฝ่ายมองว่า กลุ่มประเทศอาเซียน ดูจะมีราศีมากกว่าในด้านการดึงดูดนักลงทุนมากกว่าประเทศจีนนั้น คือ ประชากรของกลุ่มประเทศอาเซียนนั้น ส่วนมากยังอยู่ในวัยทำงาน โดยสถิติชี้ว่า ร้อยละ 65 ของประชากรในกลุ่มประเทศอาเซียนนั้น อายุต่ำกว่า 35 ปี ซึ่งก็คือวัยแรงงาน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการพัฒนาประเทศทางด้านเศรษฐกิจ

ขณะที่ในประเทศจีน เนื่องด้วยนโยบายหลายๆ อย่าง เช่น ค่าครองชีพที่สูงขึ้น และการแข่งขันในสังคมที่สูงมากเกินไปทำให้คนจีนรุ่นใหม่อยากมีลูกน้อยลงกว่าแต่ก่อน และนโยบายลูกคนเดียวของจีน ที่ถึงจะเริ่มผ่อนคลายในรัฐบาลชุดปัจจุบันของนายสี จิ้น ผิง แต่ก็ยังไม่หายไปจากสังคมจีนเลยซะทีเดียว ทำให้ปัจจุบัน ชาวจีนเริ่มมีอายุมากขึ้น โดยมีสัดส่วนของวัยชรา ต่อวัยทำงานมากขึ้นๆ นั่นเอง อันจะเป็นปัญหาต่อการดำเนินเศรษฐกิจได้

ส่วนอีกประการหนึ่งที่หลายฝ่ายอาจสงสัย ว่าจะเป็นสิ่งที่กีดขวางการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการดึงดูดนักลงทุนหรือไม่ ก็คือ ปัญหาคอรัปชั่นของรัฐบาลและหน่วยงานราชการ ซึ่งในประเด็นนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากเวิร์ล แบงก์ ให้ข้อมูลว่า เมื่อพูดถึงการทำธุรกิจในประเทศระหว่างกลุ่มอาเซียน กับจีนนั้น ระดับการคอรัปชั่นในกลุ่มประเทศอาเซียนถือว่ามีน้อยกว่าในประเทศจีน และในช่วงเวลานี้ หลายๆ ประเทศ ก็เริ่มปรับแก้กฎหมาย เพื่อผ่อนคลายความเข้มงวดและดึงดูดนักลงทุนมากขึ้น อาทิ ลาว และเมียนมาร์ เป็นต้น

และประการสุดท้ายที่มีการกล่าวถึงคือ การดำเนินนโยบายต่างๆ ภายใต้กรอบกลุ่มประเทศอาเซียนนั้น ต้องเป็นแบบ Concensus หรือเป็นฉันทามติ นั่นหมายความว่า ถึงแม้ว่าการดำเนินนโยบายต่างๆ ต้องใช้เวลานานกว่าที่ทุกประเทศในกลุ่มจะเห็นพ้องต้องกันเป็นเสียงเดียว แต่ถ้าความเห็นตรงกันแล้วเมื่อไหร่ ทุกประเด็นนั้นๆ ก็จะเป็นรากฐานที่แข็งแรงในการพัฒนาต่อยอดต่อไปในประเด็นอื่นๆ ซึ่งปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ทำให้กลุ่มประเทศอาเซียนดูเหมือนว่าจะมีความน่าดึงดูดในการลงทุนมากกว่าจีนในอนาคตอันใกล้นี้

ติดตามบทความ หรือสอบถามปัญหาด้านการเงิน การลงทุนได้ที่ www.moneyguru.co.th หรือ info@moneyguru.co.th

 

 

 

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน