5 วิธี ป้องกัน การถูก Hacker ล้วงข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "News and Current Events,Thailand"

November 4, 2015


TH_HowToPreventHackers_blog

การทำธุรกรรมออนไลน์ในปัจจุบัน กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงนะคะ เพราะทั้งสะดวก และรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปธนาคารให้ยุ่งยาก แต่ข้อเสียของมันก็มี นั่นคือ ความเสี่ยงต่อการที่ข้อมูลทางการเงินของเรารั่วไหล และอาจตกไปอยู่ในมือของผู้ที่ไม่หวังดีได้
และเมื่อเร็ว ๆ นี้เอง ก็ได้มีข่าวออกมาว่า ธนาคารพาณิชย์บางแห่งได้รับ e-mail จากผู้ไม่ประสงค์ดีจากต่างประเทศ ที่ระบุว่า จะก่อกวนช่องทางเครือข่ายของธนาคารอีกด้วย แต่รายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น เรามาดูกันเลยค่ะ…
นางทองอุไร ลิ้มปิติ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า กรณีที่มีข่าวว่าธนาคารพาณิชย์บางแห่งได้รับ e-mail จากผู้ไม่ประสงค์ดีจากต่างประเทศ ที่ระบุว่าจะก่อกวนช่องทางเครือข่ายของธนาคาร จนทําให้ช่องทางการให้บริการ online เต็ม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตของธนาคารนั้น ล่าสุด ธปท. ขอเรียนว่า ในช่วงที่ผ่านมา ธปท. และธนาคารพาณิชย์ ได้ให้ความสําคัญต่อความเสี่ยงด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่ง โดยยึดหลักการรักษาความปลอดภัยและความถูกต้องของข้อมูลลูกค้า รวมถึงให้ระบบมีความพร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ การก่อกวนทางช่องทางอินเทอร์เน็ตจากผู้ไม่ประสงค์ดี มีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ซึ่งทาง ธปท. ได้รับรายงานจากธนาคารพาณิชย์มาโดยตลอด และได้แจ้งให้ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งเพิ่มความระมัดระวังและเตรียมการรับมือต่อสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น พร้อมกับติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดแล้ว รวมทั้ง ได้กําชับให้ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งจัดให้มีมาตรการรองรับจากกรณีข้างต้น เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับลูกค้าของธนาคาร
และเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการก่อกวนของผู้ที่ไม่ประสงค์ดี MoneyGuru.co.th จึงได้เอาเคล็ดลับในการป้องกันการก่อกวนบนช่องทางอินเทอร์เน็ต หรือ Hackers มาฝากกันค่ะ…

1. อย่าคลิกลิงก์ที่ไม่น่าไว้ใจ

บรรดาอาชญากรบนอินเทอร์เน็ตชอบนักแหละค่ะ ที่จะหลอกล่อให้ผู้ใช้คลิกเข้าไปในลิงก์ที่แนบมากับอีเมล์ต่าง ๆ หรือการทำอีเมล์ปลอมที่เหมือนกับอีเมล์จริงจนแทบแยกไม่ออกเลย ซึ่งพวกอีเมล์ปลอมที่บรรดาอาชญากรทำปลอมขึ้นมา ก็มาจากสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร ร้านค้าออนไลน์ หรือโฆษณาต่าง ๆ ที่เราเป็นสมาชิกอยู่นี่แหละค่ะ

2. อย่าตั้งรหัสผ่านที่ง่ายต่อการคาดเดา

เชื่อสิคะ ว่าสมัยนี้ ผู้คนมีการสมัครสมาชิกเว็บไซต์ต่าง ๆ มากมายเหลือเกิน เพราะเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในการใช้ชีวิตมากขึ้น อะไร ๆ ก็ต้องสมัครออนไลน์ทั้งนั้น รวมถึงการทำธุรกรรมบนอินเทอร์เน็ตด้วย ซึ่งการที่สมัครสมาชิกเยอะแยะเช่นนี้ ทำให้เราทั้งหลายชอบตั้งรหัสผ่าน หรือ Password กันแบบง่าย ๆ หรือตั้งรหัสผ่านซ้ำ ๆ กัน เพื่อให้ง่ายต่อการจำ แต่รู้ไหมคะ ว่าการทำเช่นนี้จะส่งผลให้พวกแฮกเกอร์สามารถเข้ามาล้วงเอาข้อมูลของคุณไปได้อย่างง่ายดายค่ะ ดังนั้น ทางที่ดี อย่าตั้งรหัสผ่านที่ง่ายต่อการคาดเดา หรือตั้งรหัสผ่านซ้ำ ๆ กันเป็นดีที่สุดค่ะ

3. ไม่กดรับเพื่อนที่ไม่รู้จักบนสื่อสังคมออนไลน์

หากคุณพบว่า มีคนที่คุณไม่เคยรู้จักเพิ่มเพื่อนในสื่อสังคมออนไลน์มา เช่น เฟสบุ๊ก LinkedIn Google+  ฯลฯ ให้คุณไม่ต้องกดเพิ่มเพื่อน หรือทางที่ดีควรบล็อคไปเลย เพราะผู้คนที่ขอเพิ่มเพื่อนเหล่านี้ อาจจะเป็นแฮกเกอร์ที่มาเอาข้อมูลส่วนตัวของคุณไปได้ค่ะ

4. ตั้งค่าความปลอดภัยบนมือถือ

การตั้งค่าความปลอดภัยบนมือถือ ซึ่งในปัจจุบันสามารถทำได้ง่าย ๆ เลยค่ะ ไม่ว่าคุณจะใช้โทรศัพท์ระบบ ios หรือ Android เพราะการตั้งค่านี้ จะสามารถช่วยให้ข้อมูลส่วนตัวของคุณไม่สูญหาย หรือตกไปอยู่ในมือของผู้ไม่ประสงค์ดีได้ค่ะ
  • สามารถดูวิธีการตั้งค่าความปลอดภัยของระบบ ios ได้ ที่นี่
  • สามารถดูวิธีการตั้งค่าความปลอดภัยของระบบ Android ได้ ที่นี่

5. ซื้อของออนไลน์กับเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือเท่านั้น

ก่อนจะตัดสินใจซื้อสินค้าออนไลน์ คุณควรให้แน่ใจก่อนว่า เว็บไซต์ที่คุณกำลังจะซื้อสินค้านั้นมีความน่าเชื่อถือ และมีระบบรักษาความปลอดภัยสูง เพราะหากเว็บไซต์นั้น ๆ ไม่มีความปลอดภัย แล้วคุณกรอกข้อมูลบัตรเครดิตลงไป มันก็ง่ายที่แฮกเกอร์จะสามารถล้วงเอาข้อมูลของคุณไปได้ค่ะ
นอกจากนี้ ยังมีวิธีการดูว่า เว็บไซต์นั้นมีความปลอดภัยหรือเปล่า ด้วยการดูที่ไอคอนรูปกุญแจล็อค ที่อยู่ตรงเว็บเบราว์เซอร์ของเว็บไซต์นั้น ๆ ถ้าคุณเห็นไอคอนรูปกุญแจล็อคในเบราว์เซอร์ของเว็บไซต์นั้น ๆ ให้คลิกที่ไอคอนเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อยืนยันถึงการเชื่อมต่อที่ปลอดภัย ถ้าคุณไม่เห็นไอคอนรูปกุญแจล็อค แสดงว่าหน้านั้นไม่ได้ถูกปกป้องโดย SSL หรือ Secure Sockets Layer ของ Google ค่ะ

[คุณสามารถอ่านเพิ่มเติมเรื่อง “ชำระเงินผ่านอินเทอร์เน็ต 5 สิ่งที่ไม่ควรทำ” ได้ตามลิงก์]

ป้องกันไว้ก่อน ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ย่อมเป็นสิ่งที่ดีกว่านะคะ โดยเฉพาะเรื่องข้อมูลทางการเงิน เพราะหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมา ก็เป็นเรานี่แหละค่ะที่เครียด และต้องมาเดือดร้อนตามเรื่องอีก ทั้งนี้ หากอยากติดตามสาระความรู้ดี ๆ แบบนี้อีก ก็สามารถคลิกเข้ามาได้เลยที่ บล็อก ของ MoneyGuru.co.th ค่ะ

ติดตามบทความจาก MoneyGuru.co.th

ข้อมูลอ้างอิงจาก: Manager, Theguardian, Support.google

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน