Gen-Y กับ Gen-Z: รุ่นไหนน่าจะกลายเป็นเจ้าของธุรกิจมากกว่ากัน?

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "เคล็ดลับการเงิน,ไลฟ์สไตล์"

September 21, 2015


TH_GenZorGenY_blog

หลายคนเคยได้ยินมาว่า Gen-Y หรือผู้ที่เกิดระหว่างปีค.ศ. 1982 – 1993 เป็นรุ่นที่ส่วนใหญ่จะเติบโตมาเป็นผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจ แต่ทราบไหมครับ ว่ารุ่นต่อไป คือ รุ่น Gen-Z หรือผู้ที่เกิดระหว่างปี ค.ศ. 1994 – 2010 จะมีความทะเยอทะยานในการเป็นเจ้าของธุรกิจมากกว่า โดยกลุ่ม Gen-Z เหล่านี้ ก็คือ กลุ่มบรรดานักศึกษา นักเรียนมัธยม หรือต่ำกว่า ในขณะนี้นั่นเองครับ
เหตุที่ Gen-Z มีความทะเยอะทะยานมากกว่า ก็เนื่องมาจาก การที่พวกเขาเติบโตมาพร้อมกับอินเทอร์เน็ต และเทคโนโลยี พวกเขาจะเข้าใจและศึกษาความรู้ต่างๆ ด้วยตนเองเสียส่วนใหญ่ พวกเขาจึงชอบการทำงานด้วยตัวเองเสียมากกว่า ในขณะที่ Gen-Y จะรู้จักและเข้าถึงเทคโนโลยีเพียงบางส่วนเท่านั้น ทำให้ Gen-Y เป็นรุ่นที่มีความหลากหลายทางด้านอาชีพครับ
ทั้งนี้ มีการสำรวจ ชื่อว่า ‘High School Careers’ ที่ทำการสำรวจโดยเว็บไซต์ Internships.com ได้ออกสำรวจนักเรียนและนักศึกษาจำนวน 4,769 คน เป็นนักเรียนระดับมัธยม 172 คน และนักศึกษาจำนวน 4,597 คน พบว่าร้อยละ 72 อยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง
และนี่คือเหตุผลบางส่วนที่ว่า ทำไม Gen-Z อาจกลายเป็นผู้ประกอบการมากกว่า Gen-Y เราลองมาดูเหตุผลที่เหลือพร้อมๆ กันครับ…
ข้อ 1 Gen-Z มีการเข้าถึงทรัพยากรมากกว่า Gen-Y
ข้อ 2 Gen-Z มักถูกกดดันจากพ่อแม่
ข้อ 3 Gen-Z ได้รับการให้คำปรึกษามากกว่า Gen-Y
ข้อ 4 Gen-Z มีการเข้าถึงโปรแกรมสนับสนุนให้เป็นผู้ประกอบการที่หลากหลาย
โดยแต่ละหัวข้อมีรายละเอียดดังนี้…

1. Gen-Z มีการเข้าถึงทรัพยากรมากกว่า Gen-Y

Gen-Z เป็นรุ่นที่โชคดีกว่ารุ่นไหนๆ เพราะพวกเขาเติบโตมาพร้อมกับอินเทอร์เน็ต พวกเขารู้จักเว็บไซต์ที่สามารถสอนทักษะใหม่ๆ ที่ช่วยให้พวกเขากลายเป็นผู้ประกอบการที่ดีได้ ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเราก็ได้เห็นหลักสูตรออนไลน์ระยะสั้น ที่เปิดสอนการเป็นผู้ประกอบการให้แก่บรรดา Gen-Z มากมายอีกด้วย
นอกจากนี้ การที่มีเทคโนโลยีอยู่รอบด้าน ทั้งโทรศัพท์ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ ทำให้ Gen-Z สามารถเข้าถึงคำแนะนำ และเรียนรู้การบริหารธุรกิจจากผู้ประกอบการทั่วโลกได้อย่างง่ายดาย รวมถึงสามารถรู้จักกับวิธีการลงทุนได้ตั้งแต่วัยรุ่นครับ

2. Gen-Z มักถูกกดดันจากพ่อแม่

จากผลการสำรวจข้างต้นพบว่า 55% ของเด็กนักเรียนมัธยม บอกว่า พ่อแม่ของพวกเขาจะสร้างแรงกดดันในการทำงาน โดยให้พวกเขาหางานทำตั้งแต่ยังเรียนมัธยม และสอนให้เห็นความสำคัญในอาชีพที่พวกเขาทำ นอกจากนี้ การสำรวจยังพบว่า พ่อแม่ผู้ปกครองมีส่วนร่วมอย่างมากในการตัดสินใจเลือกอาชีพของเด็กๆ แต่ไม่ได้ช่วยในเรื่องของการจัดการ ความรับผิดชอบ หรือสานต่อในงานนั้นๆ เด็กๆ จะต้องจัดการด้วยตัวเอง ส่งผลให้พวกเขามีอิสระทางความคิด และมีประสบการณ์ในการเป็นผู้ประกอบการครับ

3. Gen-Z ได้รับการให้คำปรึกษามากกว่า Gen-Y

Gen-Z สามารถเข้าถึงอาจารย์ผู้สอน หรือนักธุรกิจที่ตัวเองชื่นชอบได้หลายช่องทาง พวกเขาสามารถอ่านบล็อก ทวีตโต้ตอบกัน หรือแม้แต่กระทั่งส่งอีเมล์เพื่อขอคำปรึกษาได้โดยตรง ทำให้พวกเขาได้รับการให้คำปรึกษาที่รวดเร็ว และเป็นกันเอง เพราะการสื่อสารที่สะดวกสบาย และรวดเร็วเช่นนี้ ส่งผลให้พวกเขากลายมาเป็นเจ้าของธุรกิจที่ดีได้

4. Gen-Z มีการเข้าถึงโปรแกรมสนับสนุนให้เป็นผู้ประกอบการที่หลากหลาย

Gen-Z ยังมีการเข้าถึงโปรแกรม หรือคอร์สเรียนในการสนับสนุนให้เป็นผู้ประกอบการที่หลากหลาย ซึ่งประเทศไทยเราก็มีเยอะมากนะครับ ส่วนใหญ่จะอยู่ตามมหาวิทยาลัยต่างๆ และพวกเขายังสามารถติดต่อกับ Gen-Z อื่นๆ ทั่วโลกได้ด้วยเครือข่ายอินเทอร์เน็ต การเข้าถึงนี้เอง ที่เป็นการเปิดโอกาสให้พวกเขาสามารถทำงานกับคนในประเทศอื่นๆ ทั่วโลกได้จากที่บ้านของตัวเอง
ก็เป็นเรื่องที่ดีมากเลยนะครับ ที่คนรุ่นหลังจะหันมาสนใจในการทำธุรกิจ แถมพวกเขายังได้รับความรู้และประสบการณ์ตั้งแต่อายุยังน้อยด้วย หากใครมีลูกมีหลานก็อย่าลืมส่งเสริมพวกเขาในด้านนี้ด้วยนะครับ แต่อย่ากดดันจนเกินไป เพราะอาจทำให้พวกเขาเครียดได้ครับ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก:entrepreneur, forbes, economicdevelopment

เปรียบเทียบเบี้ยประกันภัยรถยนต์ฟรี คลิกเลย

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน