6 เคล็ดลับ ขับขี่ ให้ปลอดภัยใน หน้าฝน

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "ไลฟ์สไตล์"

September 17, 2015


TH_DrivingInRain_blog

บ้านเราช่วงนี้ฝนตกหนักแทบทุกวันนะครับ บางวันตกแทบไม่ลืมหูลืมตากันเลย ทำให้ การ ขับรถ ตอนฝนตก เป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับใครหลายคน โดยเฉพาะช่วงตอนกลางคืนแล้ว ฝนก็กระหน่ำตกด้วยแล้วนี่…ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย เพราะมันเป็นเรื่องยากอย่างยิ่งที่จะมองฝ่าสายฝนและความมืดออกไป อีกทั้งมันยังมีโอกาสสูงที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุอีกด้วยครับ
MoneyGuru.co.th จึงได้นำเคล็ดลับในการหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ ในขณะที่ ขับรถ ในช่วง หน้าฝน มาฝากกันครับ
1. จับพวงมาลัยรถไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง
2. เปิดไฟหน้ารถ
3. เว้นระยะห่างจากรถคันหน้า
4. ขับขี่รถด้วยความเร็วที่เหมาะสม
5. ใช้ยางเรเดียล
6. ระวังอาการเหินน้ำ
ซึ่งแต่ละข้อมีรายละเอียดดังนี้ครับ…

1. จับพวงมาลัยรถไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง

หากคุณกำลังขับรถในช่วงที่ฝนกำลังตกหนัก ข้อแรกที่คุณควรทำคือ จับพวงมาลัยรถไว้ด้วยมือทั้งสองข้างตลอดเวลาครับ รวมถึงให้มีสมาธิในการขับให้มากที่สุดด้วย อุปกรณ์ใดๆ ที่ทำให้เสียสมาธินั้นจงเอาออกให้ห่างจากตัวคุณไปเลย เช่น โทรศัพท์มือถือ (ควรปิดเสียง) ปิดวิทยุหรือเพลง เป็นต้น แล้วให้มุ่งสมาธิไปที่การขับขี่อย่างเดียว
นอกจากนี้ คุณควรทำให้แน่ใจว่ากระจกมองหน้า-หลัง และกระจกมองซ้าย-ขวา อยู่ในตำแหน่งที่คุณสามารถมองเห็นได้ถนัด เพื่อที่คุณจะได้ดูสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวรถว่ามีต้นไม้ เสาไฟฟ้า หรือสายไฟกำลังกีดขวางเส้นทางการจราจรอยู่หรือเปล่า

2. เปิดไฟหน้ารถ

หากคุณขับขี่ยามฝนตกหนัก สิ่งที่ควรทำอันดับต่อมาคือการเปิดไฟหน้ารถครับ (แม้จะเป็นช่วงกลางวันแสกๆ ก็ตาม) เพราะการเปิดไฟหน้ารถจะทำให้คุณมองเห็นถนนหนทางและสิ่งกีดขวางได้ง่ายขึ้น รวมถึงรถที่แล่นมาในฝั่งตรงข้ามก็จะเห็นรถคุณได้ชัดเจนอีกด้วยครับ

3. เว้นระยะห่างจากรถคันหน้า

ขั้นต่อมาที่ควรทำในการขับขี่ยามฝนตก คือ การเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าครับ ซึ่งโดยปกติแล้ว เราควรขับขี่ให้ห่างจากรถคันหน้าประมาณ 80-100 เมตร หรือประมาณ 2-3 ช่วงตัวรถ เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับรถคันข้างหน้า รถคันข้างหน้าอาจเบรกกะทันหันเพราะมีต้นไม้ล้ม หรือเจอเส้นทางที่ชำรุดเสียหายแล้วเบี่ยงหลบก็เป็นได้ ดังนั้น การเว้นระยะห่างจากรถคันข้างหน้า โดยเฉพาะในช่วงที่มีสภาพอากาศเลวร้าย จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการขับขี่ เพราะเราจะได้เบรกทัน และเป็นการลดอุบัติเหตุได้ครับ

4. ขับขี่รถด้วยความเร็วที่เหมาะสม

หากฝนกำลังตก การขับขี่รถด้วยความเร็วที่เหมาะสมก็เป็นสิ่งที่สมควรทำอย่างยิ่งครับ โดยความเร็วที่เหมาะสมคือ ความเร็วที่คุณสามารถมองเห็นทางได้ในระยะไกล และทำให้คุณขับไปได้สบายๆ รวมถึงความเร็วที่คุณคิดว่าสามารถเบรกทันหากเกิดเหตุที่ไม่คาดคิดครับ

5. ใช้ยางเรเดียล (Radial Tire)

การขับขี่รถยนต์ในขณะที่ฝนตก สามารถป้องกันได้หลายทาง ซึ่งหนึ่งในการป้องกันที่ดีที่สุดอีกอย่างหนึ่งคือ การมียางรถที่สามารถยึดเกาะถนนได้ดี และไม่ทำให้รถแฉลบไปมาหากขับบนถนนที่เปียก หรือขับขี่รถยนต์ลุยน้ำไปในที่ที่มีน้ำท่วมขัง ซึ่งยางดังกล่าว ก็คือ ยางเรเดียล นั่นเองครับ นอกจากนี้ ยางเรเดียลยังมีลูกดอกคดหยักเป็นรูปฟันปลา เพื่อช่วยซับน้ำที่ผิวถนนและปล่อยน้ำออกไปทางด้านหลังในขณะที่ล้อแล่นไปข้างหน้า หรือเมื่อแล่นไปบนถนนที่เปียกแฉะ ซึ่งยางที่ดีจะต้องเคลื่อนย้ายน้ำออกมากกว่า 5 ลิตร/วินาที เพื่อให้รถเกาะถนนได้ดีพอครับ

6. ระวังอาการเหินน้ำ

เมื่อฝนตกก็เป็นธรรมดานะครับที่เราจะต้องขับรถผ่านแอ่งน้ำ และในขณะที่ขับรถยนต์ผ่านแอ่งน้ำนั่นเอง อาจจะเกิดอาการเหินน้ำ (hydroplaning หรือ Aquaplaning) หรืออาการที่ยางของรถยนต์นั้น ไม่สัมผัสกับพื้นถนนได้ อันเนื่องมาจากมีน้ำหนุนอยู่ใต้พื้นยาง หรือว่าสัมผัสแล้ว แต่ไม่มากพอที่จะสร้างแรงเสียดทานที่จะทำให้ควบคุมรถได้นั่นเอง
ดังนั้น หากคุณเจออาการเหินน้ำ ขั้นแรก คุณต้องมีสติก่อนครับ และปล่อยให้รถไหลไปตรงๆ อย่าพยายามเลี้ยว หรือเร่งเครื่องโดยทันที ที่สำคัญ ห้ามใช้เบรกเด็ดขาดครับ เพราะทันทีที่คุณเหยียบเบรก ล้อจะล็อกทันที แล้วรถคุณจะหมุนคว้าง ซึ่งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุตามมาได้ครับ
การขับรถด้วยความระมัดระวังและมีสติอยู่เสมอ เป็นกฎขั้นแรกที่ผู้ขับขี่ทุกคนต้องพึงปฏิบัตินะครับ โดยเฉพาะต้องขับขี่ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาแทบทุกวันในช่วงนี้ ก็อย่าลืมเอาคำแนะนำของ MoneyGuru.co.th ไปใช้กันด้วยนะครับ จะได้ปลอดภัยกันถ้วนหน้าครับ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: wikihow, npc-se, kapook, luk888, racing-club

เปรียบเทียบเบี้ยประกันภัยรถยนต์ฟรี คลิกเลย

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน