5 อันดับสุดยอด รถยนต์ อีโค่คาร์ ในไทย

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "ไลฟ์สไตล์"

July 14, 2015


5 อันดับสุดยอดรถยนต์อีโค่คาร์ในไทย
สมัยนี้น้ำมันแพง ใครๆ ก็ไม่อยากใช้รถยนต์ที่จะสูบเลือดสูบเนื้อเพราะค่าน้ำมันใช่มั้ยครับ ดังนั้น อีกทางเลือกของรถยนต์ปัจจุบันก็คือ การเลือกซื้อรถยนต์แบบอีโค่คาร์ (Eco Car) นั่นเองครับ ตอนนี้ อีโค่คาร์ยังเป็นกลุ่มที่มาแรงแซงทางโค้ง ทั้งค่ายรถยนต์เล็กใหญ่ต่างก็เร่งผลิตออกมาตีตลาดกัน หากคุณยังเลือกไม่ถูก เรามีตัวช่วยครับ ว่าแล้วก็มาดู 5 อันดับ รถยนต์ อีโค่คาร์ ยอดฮิตในประเทศไทยกันดีกว่าครับ

1. Suzuki Swift

รถยนต์ Suzuki Swift มีรูปทรงสวยงาม โฉบเฉี่ยว มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.25 ลิตร 4 สูบ พร้อม 91 แรงม้า ระบบวาล์วแปรผันไอดีและไอเสียผ่านมาตรฐานมลพิษระดับยูโร 4 เป็นหนึ่งในอีโค่คาร์ที่จิ๋วแต่แจ๋วเรื่องความเร็ว คือ 0-100 กิโลเมตรภายในเวลาประมาณ 14 วินาที ท็อปสปีดอยู่ระหว่าง 170-180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (ตัวเลขนี้มาตรฐานจากผู้ผลิตนะครับเชื่อใจได้ ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ด้วยตัวเองนะคร้าบ)
ความประหยัดก็เป็นไปตามมาตรฐานอีโค่คาร์คือ 20 กม./ลิตรที่ความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม. และ 17-18 กม./ลิตร ที่ความเร็วระหว่าง 100-120 กม./ชม.ครับ
ช่วงล่างรถคันนี้ขับนุ่มทั้งในเมือง ทั้งนอกเมืองครับ ขับซิ่งทางหลวงโล่งๆ ก็ให้ความรู้สึกเหมือนขับรถสปอร์ตเลยครับ นิ่มได้ใจ
สรุปว่า เจ้า Suzuki Swift ทั้งประหยัด สวยได้ใจ มีสมรรถนะดีสำหรับอีโค่คาร์ เสนอราคาอยู่ที่ประมาณ 559,000 บาทครับ

2. Nissan March

อีโค่คาร์อีกคัน และเป็นคันแรกที่ออกตีตลาดเมืองไทย พร้อมนำเอาพระเอกขวัญใจสาวๆ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ จนปัจจุบันเรียกได้ว่าเป็นรถยนต์ติดตลาดคนไทยไปแล้ว
Nissan March มาพร้อมกับเครื่อง 1.2 ลิตร 3 สูบ พร้อมม้าอีก 79 แรง โดยสามารถทำความเร็วจาก 0-100 กม.ได้ที่ 12 วินาที อย่าหลงคิดว่าอืดนะครับ ของเค้าดีจริงนะจะบอกให้ ช่วงล่างนุ่ม แต่อาจจะโหลงเหลง ดังนั้น ขอแนะนำให้เปลี่ยนยางให้มีหน้ากว้างขึ้นอีกนิด จะได้ติดถนนขึ้นอีกหน่อยครับ อัตราการใช้น้ำมันอยู่ที่ 18 กม./ลิตร ที่ความเร็ว 110 กม./ชม. ส่วนท็อปสปีดอยู่ที่ประมาณ 160-170 กม./ชม.ครับ
มีระบบ Idle Stop ที่เหมาะกับบรรยากาศรถติดอย่างบ้านเราอย่างมากครับ เป็นระบบที่สามารถทำให้เครื่องดับเองอัตโนมัติ เมื่อจะออกรถ รถยนต์ก็จะติดเครื่องให้ใหม่ ออกแบบมาเพื่อช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันโดยเปล่าประโยชน์ สมเป็นอีโค่คาร์จริงๆ ครับ ซึ่งเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่มีระบบนี้นำมาใช้สำหรับรถยนต์เครื่องเบนซินล้วนๆ (ไม่นับรถยนต์ Hybrid นะครับ) กับค่าตัวที่ 375,000 บาท เป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลยนะครับเนี่ย

3. Mitsubishi Mirage

รถ Mitsubishi Mirage เป็นอีโค่คาร์อีกหนึ่งรุ่นที่ค่ายมิตซูบิชิส่งลงเวทีด้วยน้ำหนักที่เบากว่าเจ้าอื่น (830-870 กก. เปรียบเทียบกับเจ้าอื่นๆ ที่น้ำหนักประมาณ 900-975 กก.) นับเป็นอีโค่คาร์ที่น้ำหนักเบาที่สุดในตลาดอีโค่คาร์ เพื่อช่วยประหยัดน้ำมัน และเพิ่มอัตราเร่งสูงสุด มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร เครื่อง 3 สูบ และม้า 78 ตัว (แรงม้าต่ำที่สุดในตลาดอีโค่คาร์ แต่อย่าเพิ่งคิดว่าม้าน้อยแล้วพลังจะด้อยนะครับ)
แม้ว่าแรงม้าอาจจะน้อย แต่มีแรงบิดที่กว่า 4,000 รอบ/นาที แต่เพราะน้ำหนักที่น้อยกว่า ทำให้มีอัตราเร่ง 0-100 กม. อยู่ที่ 13.90 วินาที ความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม.ด้วย โดยเครื่องมีอัตรากินน้ำมันที่ 20.85 กม/ลิตร ที่ความเร็ว 100-110 กม./ชม. เรียกได้ว่าเป็นอีโค่คาร์ที่ประหยัดจริง โดยมีตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงตามมาตรฐานของสหประชาชาติ UNECE ที่กำหนด 22 กม./ลิตร!
Mirage มีราคาอยู่ที่ 546,000 บาท หากคุณไม่รีบไม่ร้อนยิ่งดีครับ เพราะจะมีเวลาในการส่งมอบรถ ค่าขายต่อ ค่าอะไหล่ไม่สูงเท่าไหร่ แต่ก็เรียกว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดอีโค่คาร์ที่น่าเล่นทีเดียวครับ

4. Honda Brio

เป็นรถที่เรียกได้ว่า มาช้าดีกว่าไม่มาครับ ทั้งมรสุมสีนามิที่ญี่ปุ่น มาเจอน้ำท่วมใหญ่ในประเทศไทย ก็ยังอุตส่าห์ข้ามน้ำข้ามโคลนมาถึงเมืองไทยจนได้ พร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว 1198 ซีซี และ 90 แรงม้า พร้อมคันเร่งไฟฟ้าเหมือน Honda Jazz ที่เร่งได้เงียบซะจนคุณแทบไม่รู้สึกนั่นเองครับ
ความเร็วสูงสุดกำหนดอยู่ที่ประมาณ 140-145 กม./ชม. เพราะทางโรงงานได้ล็อกมาให้วิ่งได้แค่นี้ เนื่องจากเป็นรถยนต์ที่เน้นใช้ในเมือง และเพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่นั่นเองครับ ใครชอบขับรถแบบไปเรื่อยๆ ชิลๆ คันนี้ก็เหมาะเลยครับ ยิ่งใช้ขับในเมืองยิ่งเริ่ด เพราะว่ามุดได้ทุกซอกทุกมุม คล่องตัว พวงมาลัยมีการตอบสนองดีมากๆ ครับ ที่สำคัญ รูปทรงล้ำยุคตามสไตล์ฮอนด้า ราคาค่าตัวอยู่ที่ 508,500 บาท

5. Toyota Aygo

แม้ว่าตอนนี้ อีโค่คาร์รุ่นนี้ยังไม่มีตัวตนให้เห็นในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุผลอะไรก็ตาม เมื่อไหร่ที่ Toyota พร้อมส่งนักชกรุ่นนี้ขึ้นสังเวียน คิดว่าบ้านเราคงมีแฟนๆ รอรับเพียบแน่นอนครับ
Aygo เป็นอีโค่คาร์รุ่นเล็ก รูปทรงทันสมัย มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 1 ลิตร (1000 ซีซี) พร้อม 67 แรงม้า หรือ หากคุณไม่ชอบใจ ยังสามารถเลือกรุ่นที่มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1.4 ลิตร 53 แรงม้าได้อีกด้วยนะครับ สามารถทำท็อปสปีดได้ถึง 157 กม./ชม.เร่ง 0-100 กม.ได้ภายใน 14 วินาที พร้อมระบบเกียร์ธรรมดาแบบ Multi-Mode Manual Transmission (MMT) อีกด้วย ทำให้เลือกได้ระหว่างใช้เกียร์ธรรมดาหรือเกียร์แบบอัตโนมัตินั่นเองครับ ขนาดเล็ก แต่สรรพคุณไม่เล็กตามนี่ ก็น่าสนใจนะครับ
โครงสร้างตัวถัง Minimal Intrusion Cabin System (MICS) ที่ปลอดภัยไว้ใจได้ สามารถซับแรงกระแทกได้ทุกทิศทาง ปกป้องห้องโดยสารได้อย่างดี มีการการันตีผ่านการทดสอบการชนของ Euro NCAP ระดับ 4 ดาวมาแล้ว ส่วนราคาค่าตัวน้อง Aygo น่าจะอยู่ที่ประมาณ สามแสนกว่าๆ ครับ ตอนนี้ราคายังไม่แน่ชัดเท่าไหร่ เอาไว้ชัวร์แล้วมาอัพเดทกันอีกครั้งนะครับ
เห็นไหมครับ ว่ามีตัวเลือกดีๆ ให้เลือกได้หลายตัวเลยทีเดียวครับ ทีนี้ คุณจะชอบม้าเยอะ ม้าน้อย เร็ว แรงแค่ไหน คล่องตัวแค่ไหนก็อยู่ที่ใจรักแล้วนะครับ แต่จะเลือกรถยนต์ดีๆ อย่าลืมเลือกประกันรถยนต์ดีๆ ด้วยนะครับ เปรียบเทียบประกันรถยนต์ พร้อมขอคำปรึกษา ขอใบเสนอราคาได้ที่ MoneyGuru.co.th ครับ

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน