5 คำถามที่ควรถามก่อนจ้างนักออกแบบภายในมา ตกแต่งบ้าน ให้

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "สินเชื่อส่วนบุคคล,ไลฟ์สไตล์"

June 20, 2018


ตกแต่งบ้าน
หากเรากำลังวางแผนที่จะเริ่มตกแต่งบ้านหรือคอนโดใหม่ แต่ติดปัญหาที่ว่าเราไม่เคยจ้างหรือทำงานกับนักออกแบบภายในที่ไหนมาก่อน วันนี้ทาง MoneyGuru.co.th จึงมีคำแนะนำเกี่ยวกับ 5 คำถามที่ควรถามก่อนจ้างนักออกแบบภายในมาตกแต่งบ้านให้ มาฝากกัน เพื่อเป็นแนวทางให้ใครหลายๆคนที่กำลังวางแผนที่จะเริ่ม ตกแต่งบ้าน หรือคอนโดใหม่กัน จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียดายเงินหรือค่าใช้จ่ายที่เราจะต้องเสียไปกันครับ มาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

5 คำถามที่ควรถามก่อนจ้างนักออกแบบภายในมา ตกแต่งบ้าน ให้

1. นักออกแบบภายในสามารถทำงานภายในงบประมาณที่เราตั้งไว้ได้หรือไม่?

มันอาจจะดูชัดเจนในการถามคำถามนี้ก่อน แต่เชื่อเถอะว่า เราควรที่จะต้องแจ้งเกี่ยวกับงบประมาณของเราให้กับนักออกแบบภายในได้รับรู้ เพื่อที่ว่าจะได้ไม่ประสบปัญหาต่างๆ ระหว่างผู้ว่าจ้าง นักออกแบบภายใน และตัวบ้านหรือคอนโด ในภายหลัง
นักออกแบบที่ดีไม่ควรที่จะรู้สึกกดดันในงบประมาณที่เราได้กำหนดไว้ แต่จะตั้งใจทำงานให้เหมาะสมกับงบประมาณที่เรากำหนดไว้ได้ และระลึกเสมอถึงสิ่งที่เราควรได้รับและไม่เกินงบประมาณที่เราได้กำหนดไว้ ดังนั้นเราและนักออกแบบภายในควรที่จะมีการพูดคุยเกี่ยวกับคุณภาพของชิ้นงาน ที่เราควรได้รับตามราคาที่ตกลงกันไว้ อย่าคาดหวังว่าจะมีห้องที่เต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ตลอดชีพในราคาที่เราได้ต่อรอง ถึงแม้ว่าอาจจะเป็นไปได้ที่เราลงทุนงบประมาณของเราให้น้อยลง และเพิ่มคุณภาพของชิ้นงานให้สูงขึ้นก็ตาม

2. ใช้ระยะเวลานานแค่ไหนในการทำผลงานให้เสร็จสมบูรณ์

หากเราไม่คุ้นเคยกับการออกแบบภายในด้วยตัวเราเอง ก็อาจจะเป็นการยากที่จะประเมินระยะเวลาที่จะใช้ในการตกแต่งบ้านของเรา ดังนั้นเมื่อเรามีโอกาสได้พูดคุยเกี่ยวกับขอบเขตการตกแต่งบ้านของเรากับนักออกแบบ เราก็ควรจะสอบถามเรื่องระยะเวลาในการดำเนินการเรื่องของการตกแต่งบ้านของเราด้วยว่า จะต้องใช้ระยะเวลานานเท่าใด ให้ทางนักออกแบบได้ลองประเมินระยะเวลาในการทำงานให้สำเร็จให้เรารู้ ซึ่งเมื่อเรารู้ระยะเวลาแล้วเราจะได้ประเมินได้ว่าระยะเวลาที่ทางนักออกแบบว่ามานั้น เราสามารถรับได้หรือไม่? โดยขอแนะนำว่าควรพิจารณาระยะเวลาให้ดี พยายามให้เวลาเพียงพอต่อการทำงาน อย่าได้เร่งรีบที่จะทำให้เสร็จไวๆ เพราะบางครั้งอาจจะเกิดความเสียหายขึ้นได้

3. สามารถอธิบายเกี่ยวกับสไตล์ประจำตัวของนักออกแบบภายในได้

เราทุกคนล้วนมีสไตล์ประจำตัวที่แตกต่างกัน นักออกแบบภายในก็เช่นเดียวกัน ที่แต่ละคนนั้นก็มักจะมีสไตล์ประจำตัวที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งส่วนนี้เราควรที่จะสอบถามสไตล์ประจำตัวของนักออกแบบด้วย เพื่อที่จะได้เลือกสไตล์ของงานให้เหมาะสมกับการตกแต่งบ้านที่เราวางแผนไว้ รวมถึงเราควรที่จะบอกถึงความต้องการของเราให้นักออกแบบได้ทราบอีกด้วย เพื่อที่จะได้รู้ว่านักออกแบบนั้นจะสามารถทำได้ตามที่เราหวังไว้หรือไม่ แนะนำว่าอย่าลืมข้อนี้เป็นอันขาด เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดปัญหาการไม่ถูกใจ และแก้งานใหม่ อันอาจจะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ได้ครับ

4. นักออกแบบภายในคิดค่าออกแบบภายในให้ทั้งหมดเท่าไหร่

ข้อนี้ไม่ควรลืมที่จะสอบถามในตอนที่พูดคุยเรื่องงบประมาณการตกแต่งบ้านที่เราตั้งไว้ เพราะว่านักออกแบบแต่ละคนนั้นคิดค่าออกแบบแตกต่างกันไป รวมถึงสิ่งที่เราต้องรู้อีกอย่างก็คือ เราจะได้รับอะไรบ้างสำหรับจำนวนเงินเท่านี้ และหลังจากเราได้รู้ค่าออกแบบจากทางนักออกแบบแล้ว เราก็อาจจะลองค้นหาหรือสอบถามประวัติ รวมถึงประสบการณ์จากคนอื่นๆ ที่เคยว่าจ้างนักออกแบบภายในคนนี้ให้ออกแบบให้ เพื่อที่จะใช้ในการประกอบตัดสินใจเลือกว่าจ้างนั่นเอง

5. นักออกแบบมีประสบการณ์ในการออกแบบ “เต็มรูปแบบ” ในระดับใด หรือมีประสบการณ์มากน้อยแค่ไหน

หลายคนอาจจะเลือกจ้างนักศึกษาสถาปัตกรรมที่เพิ่งเรียนจบมาจากมหาวิทยาลัย หรือที่เราเรียกกันว่า “เด็กจบใหม่” มาเป็นผู้ออกแบบบ้านให้ ซึ่งข้อดีคือเราอาจได้ไอเดียจากเด็กรุ่นใหม่ที่แตกต่างกันออกไป แต่ในเรื่องประสบการณ์คุมงานหรือตรวจงานก่อสร้างอาจจะไม่มี ดีไม่ดีอาจจะทำให้ระยะเวลาในโครงการของเรายืดยาวออกไปอีกจนเลยกำหนด และมิหนำซ้ำอาจทำงานให้เราไม่เรียบร้อย จนอาจจะถึงขั้นต้องแก้งานใหม่ และอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีกด้วย ฉะนั้นเราควรหาผู้รับเหมาที่มีความรู้ความสามารถ หรือสถาปนิกที่มีความรู้มาข่วยดูแลอีกขั้นหนึ่ง เพื่อลดความเสี่ยงที่จะทำให้งานไม่ถูกต้อง รวมถึงทำงานให้เสร็จตามกำหนดเวลาครับ
(ขอบคุณข้อมูลจาก: dsignsomething , graymalin)
อ่านบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม: “แต่งบ้าน” ให้สวยอย่างไร ด้วยงบจำกัด?
อ่านบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม: บ้าน คอนโดฯ จะ ซื้อหรือเช่า ดีกว่ากัน
การตกแต่งบ้านในแต่ละครั้งนั้นใช้เงินค่อนข้างมากเลยทีเดียว ดังนั้นเราจึงควรศึกษารายละเอียดต่างๆ ให้ดี ก่อนการตัดสินใจลงมือทำ เพื่อที่จะได้ลดโอกาสที่จะเกิดปัญหาต่างๆ ทำให้ค่าใช้จ่ายในการตกแต่งบ้านไม่บานปลายครับ

เคล็ดลับการเงิน