ไฟฉุกเฉิน ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย และไม่ผิดกฎหมาย

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "ไลฟ์สไตล์"

July 18, 2017


ไฟฉุกเฉินในการใช้รถยนต์ไฟฉุกเฉิน หรือที่คนชอบเรียกว่าไฟผ่าหมากนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่รถทุกคันจะต้องมี หลาย ๆ ท่านยังคงใช้สัญญาณไฟฉุกเฉินแบบผิด ๆ กันอยู่ทั่วไป ซึ่งนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังสามารถก่อให้เกิดอุบัติเหตุกับผู้ร่วมท้องถนนได้ และอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้เลยทีเดียว MoneyGuru.co.th จึงขอนำเสนอการใช้สัญญาณไฟฉุกเฉินอย่างถูกต้อง เหมาะสม และไม่ผิดกฎหมาย ให้แก่คุณผู้อ่านทุกท่านในวันนี้

ไฟฉุกเฉิน คืออะไร?

ไฟฉุกเฉิน หรือ Emergency Light ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าใช้เฉพาะในกรณีฉุกเฉิน ตาม พ.ร.บ. จราจร มาตรา ๙ และกฎกระทรวงข้อ ๑๑ กำหนดให้ใช้ไฟฉุกเฉพาะกรณีรถเสียจอดอยู่กับที่เท่านั้น แต่กลับมีผู้คนมากมายใช้สัญญาณไฟชนิดนี้แบบผิด ๆ กันอยู่ให้เห็นจนชินตา และทำให้คนอื่นพาลเข้าใจผิดตาม ๆ กันไปว่านั่นคือสิ่งที่ถูกต้อง

สถานการณ์ที่คนชอบใช้ไฟฉุกเฉินแบบผิด ๆ

1. ใช้ไฟฉุกเฉินขณะข้ามสี่แยก มีผู้ใช้รถใช้ถนนหลายคน เปิดไฟฉุกเฉินขณะกำลังต้องการพุ่งตรงข้ามทางสี่แยกไป (แต่แปลกใจทำไมจะเลี้ยวหรือเปลี่ยนช่องเดินรถ ถึงไม่ค่อยเปิดไฟเลี้ยวกันนะ) ซึ่งเป็นวิธีที่ผิดอย่างมาก เพราะรถยนต์ที่อยู่ทางฝั่งขวาหรือซ้าย อาจเข้าใจผิดว่าคุณเปิดไฟเลี้ยว จึงไม่ชะลอความเร็วให้รถของคุณผ่านไปก่อน ส่งผลให้เกิดอบุัติเหตุตามมาได้
สิ่งที่ควรทำ หยุดรถก่อนถึงแยก และมองซ้ายขวาให้แน่ใจว่าปลอดภัย ก่อนออกตัวโดยที่ไม่ต้องเปิดไฟเลี้ยว ก็จะทำให้ผู้อื่นรู้ได้ทันทีว่าคุณกำลังจะวิ่งตัดผ่านหน้าพวกเขาไป
2. เปิดไฟฉุกเฉินตอนฝนตกหนัก หลายท่านอ้างว่า การเปิดไฟฉุกเฉินขณะขับรถฝ่าฝนตกหนัก จะช่วยทำให้รถรอบข้างมองเห็นรถของคุณ และช่วยลดอุบัติเหตุได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเปิดไฟฉุกเฉินนั้นกลับเป็นอันตรายมากกว่า เพราะจะทำให้รถที่อยู่เลนข้างเคียง เกิดความเข้าใจผิดว่าคุณกำลังจะเลี้ยวหรือเปลี่ยนเลน อาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ อีกทั้ง ยังเป็นการรบกวนสายตาของผู้ใช้รถท่านอื่น ๆ เกินความจำเป็นด้วย นอกจากนี้ รถคันอื่น ๆ อาจจะเข้าใจผิดว่ารถของคุณกำลังจอดเสียอยู่ ส่งผลให้ต้องเบี่ยงเลนหรือหยุดรถ ทำให้รถติดไปตาม ๆ กัน
สิ่งที่ควรทำ ใช้ความเร็วให้ต่ำขณะขับรถฝ่าฝนตกหนัก เปิดไฟหน้ารถ พยายามอย่าเปลี่ยนเลนโดยไม่จำเป็น ไม่ขับรถให้ชิดคันหน้ามากเกินไป หากทัศนวิสัยแย่มากจริง ๆ และทำให้คุณมองไม่เห็นไฟท้ายของรถยนต์คันหน้าในระยะ 50-100 เมตร ควรเปิดไฟตัดหมอกด้านหน้าและหลัง เพื่อให้รถคันอื่นสามารถมองเห็นคุณได้อย่างชัดเจนในระยะที่ไกลมากขึ้น โดยเมื่อทัศนวิสัยเริ่มดีขึ้น ควรปิดไฟตัดหมอกทันทีเพื่อไม่ให้แสงไปรบกวนรถคันอื่น
การใช้ไฟฉุกเฉินที่ผิดดังเช่นที่เรานำเสนอข้างต้นนั้น คุณผู้อ่านหลาย ๆ ท่านอาจจะได้รับการสอนต่อ ๆ กันมาแบบนี้ เพราะคิดว่าเป็นวิธีที่ปลอดภัย แต่ในความเป็นจริงกลายเป็นตัวการที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ดังนั้น ไม่ควรใช้ไฟฉุกเฉินพร่ำเพรื่อนะคะ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและผู้ใช้รถใช้ถนนท่านอื่น ๆ ค่ะ แต่หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจริง ๆ การมีประกันภัยรถยนต์เอาไว้รับรองว่าอุ่นใจกว่าแน่นอน เพราะช่วยลดภาระและความเสี่ยงทางการเงินให้กับคุณได้ หากคุณผู้อ่านกำลังมองหาประกันภัยรถยนต์ เปรียบเทียบราคาเบี้ยได้เลย แค่คลิกที่ ประกันรถยนต์ ฟรี ใบเสนอราคา
เปรียบเทียบประกันรถยนต์

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน