วิธีเช็คสิทธิ์เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและคนพิการ ประจำเดือนตุลาคม

โดย MoneyGuru.co.th, ในหมวดหมู่ "ไลฟ์สไตล์"

October 1, 2020


สำหรับเบี้ยผู้สูงอายุและคนพิการในเดือน ตุลาคม นี้โดยรัฐบาลจะทำการโอเงินให้ใน วันศุกร์ที่ 9 ต.ค. 63 นี้ ไปดูกันว่ามีขั้นตอนอย่างไรบ้างสำหรับ วิธีเช็คสิทธิ์เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและคนพิการ ประจำเดือนตุลาคม โดยท่านสามารถทำได้ด้วยตัวเอง  โดยมีรายละเอียดตามขั้นตอนต่อไปนี้ หรือท่านที่ต้องการสอบถามข้อมูลโดยตรงติดต่อได้ที่ Call Center กรมบัญชีกลาง 02 270 6400 ในวัน เวลาทำการ


วิธีสมัครสินเชื่อเงินด่วนทันใจ อนุมัติไว จาก ธ.ก.ส. วงเงิน 50,000 บาท


วิธีเช็คสิทธิ์เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและคนพิการ ประจำเดือนตุลาคม

วิธีเช็คสิทธิ์เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและคนพิการ ประจำเดือนตุลาคม

กรมบัญชีกลางใส่ใจและพร้อมดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างทั่วถึง จึงเร่งดำเนินการและพร้อมจ่ายเงิน เบี้ยยังชีพคนพิการของ อปท. ตามกำหนดเดิมในวันที่ 9 ต.ค. 63 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำให้ สถ. ตรวจสอบงบประมาณให้ครอบคลุมจำนวนผู้มีสิทธิ และสอดคล้องกับปฏิทินการจ่ายฯ เพื่อให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินครบถ้วนตามกำหนดเวลา นอกจากนี้ทางโฆษกกรมบัญชีกลาง กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเงินเบี้ยความพิการ ในเดือนถัดไป ยังคงจ่ายในวันที่ 10 ตามระยะเวลาเดิม ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Call Center กรมบัญชีกลาง 02 270 6400 ในวัน เวลาทำการ

 

เช็คสิทธิ์เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

สำหรับผู้สูงอายุที่มีสัญชาติไทยและมีอายุตั้งแต่ 60 ปีเป็นต้นไป จะได้รับสวัสดิการ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ สำหรับยังชีพและแบ่งเบาค่าใช้จ่าย โดยเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจะได้ตามลำดับขั้นของอายุผู้สูงอายุ โดยปกติท่านจะได้รับเงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพในทุกวันที่ 1o ของเดือน ตามกำหนดเดิม ซึ่งจะได้รับอัตรา ได้แก่

  • อายุ 60-69 ปี ได้รับเงิน 600 บาท/เดือน
  • อายุ 70-79 ปี ได้รับเงิน 700 บาท/เดือน
  • อายุ 80-89 ปี ได้รับเงิน 800 บาท/เดือน
  • อายุ 90 ปีขึ้นไป ได้รับเงิน 1,000 บาท/เดือน

 

วิธีการขอรับสิทธิ์รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

การขอรับสิทธิ์นั้น ท่านที่ขอรับจะต้องไม่เคยได้รับสิทธิสวัสดิการอื่นๆ จากรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ เช่น เงินบำนาญ ท่านสามารถยืนคำขอรับสิทธิได้ด้วยตัวเองที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผู้สูงอายุมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ได้แก่ สำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร สำนักงานเทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล เป็นต้น โดยช่องทางในการรับเงินผู้สูงอายุนี้มีด้วยกัน 4 ช่องทาง ได้แก่

  • รับเป็นเงินสดด้วยตัวเอง
  • ให้ผู้แทนที่ได้รับมอบอำนาจรับแทน
  • โอนเข้าบัญชีของผู้สูงอายุ
  • โอนเข้าบัญชีธนาคารของผู้แทนที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้สูงอายุ

 

เปรียบเทียบสินเชื่อบุคคลmoneyguru

 

เช็คสิทธิ์เบี้ยความพิการ

เบี้ยความพิการ – คนพิการทุกคนที่มีสมุด/บัตรประจำตัวคนพิการมีสิทธิลงทะเบียนขอรับ เบี้ยความพิการ คนละ 500 บาท/เดือนได้ ซึ่งแต่เดิม เฉพาะคนพิการที่ไม่มีรายได้เท่านั้น จึงจะมีสิทธิได้รับ เบี้ยยังฃีพ เดือนละ 500 บาท นอกจากนั้น คนพิการที่สูงอายุ หรืออายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป มีสิทธิได้รับทั้ง เบี้ยความพิการ และ เบี้ยผู้สูงอายุ รวมเดือนละ 1,000 บาท

  • ผู้มีสิทธิที่มีข้อมูลจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 1,898,357 ราย
  • คนพิการที่ลงทะเบียนในกรุงเทพมหานคร 87,359 ราย
  • คนพิการที่ลงทะเบียนในเมืองพัทยา 1,286 ราย

สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ของกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ www.dep.go.th หรือโทร 0-2354-3388 ต่อ 307

 

ข้อมูลการจดทะเบียนคนพิการ

คนพิการที่ประสงค์จะจดทะเบียนคนพิการ เพื่อนำ “ สมุดประจำตัวคนพิการ ” ไปขอรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ตาม พระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ พ.ศ. 2534 ต้องดำเนินการ ดังนี้

สถานที่จดทะเบียน – คนพิการต้องไปจดทะเบียนคนพิการที่สถานที่ต่อไปนี้

  • สำนักงานคณะกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ กรมประชาสงเคราะห์ ถนนกรุงเกษม เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 628 2518 – 9
  • สำนักงานประชาสงเคราะห์จังหวัดที่ศาลากลางจังหวัด ซึ่งเป็นภูมิลำเนา หรือจังหวัดที่คนพิการอาศัยอยู่

 

เอกสารที่ใช้ในการจดทะเบียน

เอกสารที่คนพิการต้องนำไปยื่นที่สถานที่จดทะเบียน ได้แก่

  • เอกสารรับรองความพิการ – ขอได้จากสถานพยาบาลของรัฐ เช่น สถานีอนามัย โรงพยาบาลประจำอำเภอ โรงพยาบาลประจำจังหวัด และโรงพยาบาลจิตเวช เป็นต้น
  • ต้นฉบับ และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวข้าราชการ หรือบัตรประจำตัวต่างด้าว หรือเอกสารอื่นที่ราชการออกให้ ในกรณีเป็นเด็กที่ยังไม่มีบัตรประจำตัว ให้ใช้ใบสูติบัตรแทน
  • ต้นฉบับ และสำเนาทะเบียนบ้าน 1 ใบ
  • รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป
  • การจดทะเบียนแทน – ถ้าคนพิการไม่สามารถไปจดทะเบียนด้วยตนเอง ให้มอบผู้อื่นไปจดทะเบียนแทน โดยผู้จดทะเบียนแทน ต้องนำเอกสารสำหรับต่อไปนี้ไปสถานที่จดทะเบียน
  • เอกสารสำหรับจดทะเบียนของคนพิการในข้อ 2 ทั้งหมด

เอกสารของผู้จดทะเบียนแทน ได้แก่

  • ต้นฉบับ และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวข้าราชการ หรือบัตรประจำตัวต่างด้าว หรือเอกสารอื่นที่ราชการออกให้
  • ต้นฉบับ และสำเนาทะเบียนบ้าน 1 ใบ
  • ใบมอบอำนาจจากคนพิการ หรือหนังสือรับรองจากทางราชการ ซึ่งขอได้จากผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และนายอำเภอ เป็นต้น
  • คำสั่งศาลในกรณีที่ศาลสั่งให้คนพิการเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ หรือไร้ความสามารถ

คำสั่งศาลเรื่องการจัดตั้งผู้ปกครองคนพิการ ในกรณีที่คนพิการไม่มีบิดามารดา หรือบิดามารดาถูกถอนอำนาจปกครองคนพิการ

  • สมุดประจำตัวคนพิการ – คนพิการที่จดทะเบียนแล้ว จะได้รับสมุดประจำตัวคนพิการ ซึ่งต้องนำไปแสดงเพื่อขอรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ อนึ่ง สมุดประจำตัวคนพิการมีอายุ 5 ปี เมื่อหมดกำหนดต้องไปจดทะเบียนใหม่ ถ้าสมุดประจำตัวคนพิการสูญหาย ให้แจ้งความที่สถานีตำรวจ และนำใบแจ้งความไปขอยื่นจดทะเบียนใหม่

 

 

ในช่วงภาวะวิกฤตไวรัสโควิด-19แบบนี้  MoneyGuru ขอให้ทุกท่านรักษาสุขภาพและเป็นกำลังใจให้เราผ่านช่วงนี้ไปด้วยกัน ส่วนใครที่มองหาตัวช่วยเงินกู้สำหรับใช้ในการจับจ่ายใช้สอยที่ง่าย สะดวก และทำได้ที่บ้าน เรายังมีตัวช่วยสำหรับการ เปรียบเทียบสินเชื่อส่วนบุคคล หรือจะเป็นบัตรเครดิตอื่นๆ ให้เลือกใช้ เข้ามาเปรียบเทียบบัตรเครดิตได้ทุกวันที่ MoneyGuru สิคะ

 

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน