3 นิสัยที่ดึงดูดให้ เงินออกจากกระเป๋า

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "ไลฟ์สไตล์"

January 26, 2018


เงินออกจากกระเป๋า
หลายๆ คนที่ชอบบ่นว่าไม่มีเงินในกระเป๋าเลย หรือรู้สึกว่ารายได้ที่ได้รับมานั้นไม่เพียงพอต่อรายจ่ายเลย หรือเงินไม่มีเหลือในกระเป๋าแบบนี้จะมีเงินเก็บได้อย่างไร ปัญหาเหล่านี้จริงๆ แล้วสามารถแก้ไขได้ไม่ยากหากว่าเรานั้นรู้จักมีนิสัยในการใช้เงินที่ดี และ ลด ละ เลิกนิสัยการเงินที่แย่ๆ ออกไป และวันนี้ MoneyGuru.co.th ก็มี 3 นิสัยที่ดึงดูดให้ เงินออกจากกระเป๋า มาเตือนกัน หากว่าใครกำลังมีนิสัยเหล่านี้อยู่ให้รีบแก้ไขทันทีก่อนที่จะไม่มีเงินเหลือในกระเป๋ากันนะ

3 นิสัยที่ดึงดูดให้ เงินออกจากกระเป๋า

1.ใช้เงินแบบเดือนชนเดือน

– ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในวิธีการใช้เงินยอดนิยมของมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายเลยทีเดียวกับการใช้เงินแบบเดือนชนเดือนนี้ หรือก็คือมีเท่าไหร่ก็ใช้เท่านั้นไม่ได้มีการวางแผนเก็บออมไว้เลย  แบบนี้หากว่ามีเหตุฉุกเฉินอะไรเกิดขึ้นมารับรองว่าได้รู้จักกับหนี้อย่างแน่นอน
ดังนั้นหากว่าเราจะเปลี่ยนจากการใช้เงินแบบเดือนชนเดือนนี้ มาเป็นการใช้เงินแบบมีการวางแผนก็ย่อมจะดีกว่า โดยในแต่ละเดือนนั้นอาจจะมีการแบ่งสัดส่วนของเงินออกเป็นส่วนต่างๆ เช่น เงินเก็บ เงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เงินสำรองกรณีฉุกเฉิน  เป็นต้น ซึ่งพอเราแยกออกมาแล้ว ก็ให้เราใช้เงินในส่วนต่างๆ ไม่เกินที่วางแผนไว้เท่านั้น เพียงเท่านี้เราก็จะสามารถเริ่มมีเงินเก็บได้แล้ว แถมต่อให้เราใช้ส่วนที่ต้องใช้จ่ายในชีวิตประจำวันในเดือนนั้นๆ จนหมด เราก็ยังพอมีเงินสำรองเหลืออีกด้วย เวลาเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นจะได้ไม่ต้องเดือดร้อนและเป็นหนี้

2.ใช้จ่ายเกินกว่ารายรับที่ได้มา

– นี่คือนิสัยที่สำคัญเป็นอย่างมากที่จะดูดเงินออกจากกระเป๋าเราไปอย่างรวดเร็ว เพราะว่าการใช้เงินเกินจากรายรับที่เราได้มานี้จะส่งผลให้เราเป็นหนี้ได้อย่างไม่ยาก และเมื่อเป็นหนี้ขึ้นมาเมื่อไหร่รับรองได้ว่าเงินหมดกระเป๋าอย่างแน่นอน
ด้วยที่ว่าในยุคปัจจุบันนั้นการสื่อสารมีความรวดเร็วและเปิดกว้างขึ้น รวมถึงมีสื่อโซเชียลต่างๆ ที่สามารถอัพเดทข่าวสารหรืออัพเดทไลฟ์สไตล์การชีวิตของเราให้คนอื่นๆ ดูได้ และนี่จึงทำให้เรานั้นสามารถเห็นไลฟ์สไตล์หรูหราและการใช้จ่ายที่ฟุ้งเฟ้อของคนอื่นได้ไม่ยาก และจากการที่พบเห็นบ่อยๆ นี้ก็อาจทำให้เกิดเป็นแรงกระตุ้นที่ทำให้เราอยากจะได้ อยากที่จะมี อยากที่จะใช้ชีวิตแบบนั้นบ้าง จนทำให้เราเผลอลืมตัวไปใช้เงินแบบนั้นบ้าง โดยสถานะการเงินของเราอาจจะไม่ค่อยซัพพอร์ทไลฟ์สไตล์แบบนั้นสักเท่าไหร่ ก็อาจจะส่งผลให้เงินของเราหมดกระเป๋าได้ง่ายๆ  ดังนั้นเราควรที่จะควบคุมตัวเองให้ดีให้รู้ตัวในการใช้งานอยู่เสมอว่าแค่ไหนคือขอบเขตที่เราจ่ายไหวโดยไม่เดือดร้อน เพื่อที่จะได้ไม่ลำบากตัวเองและยังมีเงินเหลือในกระเป๋าอีกด้วย

3.ช้อปปิ้งแหลกกับของลดราคา

– ไม่แปลกที่ว่าใครๆ ก็ชอบของลดราคากันทั้งนั้น แต่ถึงชอบอย่างไรก็อย่าลืมดูความจำเป็นก่อนการซื้อทุกครั้งด้วยนะ ไม่อย่างนั้นรับรองได้เลยว่า เงินบินออกจากกระเป๋าหมดแน่นอน
ต่อให้เป็นของที่ลดราคามาขนาดไหนก็ตาม หากเรามีการซื้อในจำนวนเยอะๆ เมื่อรวมเงินที่เราต้องจ่ายออกมาแล้วก็อาจจะเป็นเงินก้อนใหญ่ชนิดที่เราคิดไม่ถึงขึ้นมาก็ได้ ดังนั้นเมื่อเห็นป้ายลดราคาเมื่อใดก็ต้องหัดหักห้ามใจตัวเองหน่อยนะ ไม่ใช่ว่าเจอป้ายลดราคาที่ไหนเป็นได้ของติดไม้ติดมือกลับบ้านมาทุกที และหากว่าเราสังเกตดีๆ แล้วนั้น การลดราคาสินค้านั้นก็จะมีมาแทบจะตลอดทั้งปี เนื่องจากการลดราคาเป็นกลยุทธ์การตลาดที่สามารถกระตุ้นความสนใจของเราได้เป็นอย่างดี จึงไม่แปลกที่จะมีโปรโมชั่นลดราคาออกมาเรื่อยๆ เพื่อดึงดูดให้เราสนใจและซื้อสินค้านั่นเอง
และด้วยที่ว่าเทคโนโลยีก้าวหน้าไปมาก การช้อปปิ้งก็ไม่ได้มีความจำเป็นต้องออกนอกบ้านแล้ว หากแต่อยู่ในบ้านก็สามารถช้อปปิ้งผ่านโทรศัพท์มือถือได้เช่นกัน ด้วยการเข้าถึงง่ายนี่เองที่เราต้องระวังให้ดี ก่อนจะซื้ออะไรต้องนึกถึงความจำเป็นและต้องไม่ลืมที่จะเปรียบเทียบราคาและหาข้อมูลก่อนเสมอ เพื่อที่เราจะได้คุ้มค่าที่สุดกับการใช้จ่ายของเรา
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : อยากมีเงินเพิ่ม ไม่ยาก แค่เปลี่ยนนิสัยบางอย่างของคุณ
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : 4 เคล็ดลับ ลดค่าใช้จ่ายในบ้าน ให้เหลือเงินในกระเป๋ามากขึ้น
หากว่าเราอยากมีเงินเหลือในกระเป๋ามากๆ นั้น ต้องอย่าลืมที่จะห่างไกลจากนิสัยการเงินที่เรานำมากล่าวถึงในวันนี้ หรือหากว่าใครกำลังมีนิสัยที่กล่าวมาอยู่ก็ให้รีบแก้ไขนะครับ เพื่อที่เราจะได้มีเงินเหลือในกระเป๋าเยอะๆ และเหลือเงินเก็บไว้ใช้ในยามจำเป็น โดยที่เราไม่ต้องลำบากไปขอยืมคนอื่นครับ

เคล็ดลับการเงิน

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน