เคล็ดลับดูแลรถ หลังจากขับรถฝ่าฝนตก

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "ไลฟ์สไตล์"

May 16, 2017


เคล็ดลับดูแลรถ

ช่วงนี้ฝกตกกระหน่ำแทบจะทุกวัน ทำให้คุณผู้อ่านบางท่านจำเป็นจะต้องขับรถฝ่าฝนกันอยู่บ่อย ๆ ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่า น้ำฝนนี่แหละเป็นตัวการสำคัญที่ทำร้ายสีรถยนต์ของคุณ ดังนั้น หลังจากขับรถฝ่าฝนมาก็ต้องดูแลรถยนต์กันเสียหน่อย เพื่อให้สีของรถยนต์ยังคงความสวยสดใสไปให้นานที่สุด แล้ว เคล็ดลับดูแลรถ หลังฝนตกจะต้องทำอย่างไรบ้าง? ตาม MoneyGuru.co.th มาดูกันเลย

เคล็ดลับดูแลภายนอกรถยนต์ หลังจากขับรถฝ่าฝน

ดังที่เราบอกไปข้างต้นว่า ฝนนั้นเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำร้ายสีรถยนต์ เนื่องจากน้ำฝนที่ตกลงมาจากฟ้านั้น ได้ตกผ่านอากาศที่มีฝุ่นละอองและอะไรอื่น ๆ อีกมากมาย ทำให้กลายเป็นฝนกรดและมีสภาพที่อันตรายต่อสีของรถยนต์ ดังนั้น เมื่อเราขับรถฝ่าฝนตกมากเราต้องรีบจัดการกับฝนกรดเหล่านั้นโดยทันที ที่เป็นไปได้ เพื่อรักษาสีรถยนต์ของเรานั้นเอง

1. อย่าเช็ดรถทันที

เวลาที่ขับลุยฝนหลายคนอาจคิดว่าดีจริง ๆ เป็นการล้างรถไปในตัว เมื่อกลับถึงบ้านก็ใช้ผ้าเช็ดรถทันที ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะเวลาที่เราขับรถลุยฝนนั้นจะมีเศษฝุ่น เศษโคลน เศษกรวดเล็ก ๆ หรือใบไม้ปลิวมาติดรถ เมื่อเราใช้ผ้าเช็ดรถโดยที่ไม่ล้างก่อน จะทำให้เศษสิ่งของที่ติดมากับรถไปขูดตัวรถและทำให้รถเป็นรอยได้

2. ล้างรถด้วยน้ำทันที

หลังจากขับลุยฝนมาถ้าเป็นไปได้ควรล้างรถทันที เพื่อไม่ให้เกิดคราบน้ำและเศษฝุ่นแห้งติดรถ ซึ่งจะทำให้สีรถเสื่อมสภาพได้ หลังจากล้างรถแล้วควรเคลือบสีรถ เวลาที่ขับรถลุยฝนครั้งต่อไปน้ำฝนจะได้ไม่เกาะตัวรถมากนัก  โดยไม่ควรล้างรถตอนเย็นหรือค่ำเพราะจะทำให้รถต้องเผชิญกับน้ำค้าง ซึ่งเป็นสาเหตุให้รถแห้งช้าจนอาจทำให้ชิ้นส่วนภายในรถเกิดสนิมได้ ยกเว้นว่าจะมีเครื่องเป่าลมไล่น้ำ

3. ใช้ผ้าคลุมรถ

หลังจากล้างรถและเช็ดรถให้แห้งเสร็จแล้ว ควรใช้ผ้าคลุมรถไว้ด้วยเพื่อปกป้องรถจากแสงแดด และถ้าจำเป็นต้องจอดกลางแจ้งควรใช้ผ้าคลุมรถแบบกันน้ำ เวลาที่ฝนตกจะได้ไม่ต้องเสียเวลาล้างรถอีกรอบหนึ่งนั่นเอง

ตรวจเช็กระบบภายในต่าง ๆ เคล็ดลับดูแลรถ ที่สำคัญไม่แพ้กัน

ในการขับรถช่วงเวลาฝนตก นอกจากจะต้องเจอกับฝนที่ตกลงมากระทบกับตัวรถแล้ว แน่นอนว่าต้องเจอน้ำท่วมด้วยแน่นอน ซึ่งน้ำท่วมนี่แหละที่เป็นสาเหตุใหญ่ทำให้รถยนต์ของคุณพัง ซึ่งระบบภายในรถยนต์ที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษในช่วงหน้าฝนนั้น มีดังนี้

1. ถังน้ำมันเครื่องและน้ำมันเกียร์

ถังน้ำมันเครื่องและน้ำมันเกียร์นั้น ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นมากที่ต้องตรวจเช็กหากต้องขับรถฝ่าฝนและน้ำท่วม ต้องตรวจดูให้ละเอียดและแน่ใจว่าไม่มีรอยรั่ว เพราะอาจจะทำให้น้ำเข้าไปยังถังน้ำมันได้ ซึ่งหากมีน้ำปะปนเข้าไปในตังถังอาจจะส่งผลเสียอย่างมากกับเครื่องยนต์และเกียร์และทำให้เครื่องยนต์มีปัญหา ถือเป็นเรื่องใหญ่มากในการซ่อมแซมและแก้ไข

2. ระบบกรองอากาศ

ตัวกรองอากาศนั้นจะทำหน้าที่กรองอากาศและเศษฝุ่นละอองต่างๆ ที่มาพร้อมกับน้ำฝน จึงทำให้มีอายุการใช้งานที่สั้นลง ดังนั้น ควรตรวจสอบตัวกรองอากาศทันทีหลังจากขับลุยน้ำท่วม หากเกิดความเสียหาย หรือมีความชำรุดแม้เพียงเล็กน้อย ควรส่งเข้าศูนย์ซ่อมหรืออู่เพื่อแก้ไขทันที ป้องกันปัญหาใหญ่ที่อาจจะตามมา

3. ไดสตาร์ท

ไดสตาร์ท คือ ตัวที่ใช้สตาร์ทเครื่องยนต์ของรถเมื่อเราบิดกุญแจสตาร์ทรถ หรือกดปุ่มสตาร์ทรถยนต์ วิธีการตรวจสอบ ก็เพียงแค่บิดกุญแจสตาร์ทรถ ถ้าการสตาร์ทมีระยะเวลาช้าลงกว่าปกติ ก็แสดงว่าน้ำฝนอาจทำให้เกิดปัญหากับไดสตาร์ท วิธีแก้ก็ง่ายมากคือ ถอดไดสตาร์ทออกมาทำความสะอาดเท่านั้นเอง

4. สายไฟต่าง ๆ

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือระบบสายไฟต่าง ๆ ภายในรถยนต์ ซึ่งหากเกิดการชำรุดอาจจะทำให้เกิดปัญหาไฟฟ้าลัดวงจรได้ ถ้าต้องโดยน้ำในขณะที่คุณขับรถฝ่าฝนลุยน้ำท่วม และอาจจะทำให้ระบบภายในรถยนต์มีปัญหาได้ ดังนั้น ควรตรวจเช็กและทำการแก้ไขก่อนออกเดินทางในวันฝนตก

และนี่คือ เคล็ดลับดูแลรถ หลังจากขับรถฝ่าฝนมา ทั้งภายในและภายนอก ที่จะช่วยให้คุณสามารถรักษารถยนต์แสนรักของคุณ ให้คงอยู่ในสภาพที่ดีและมีอายุการใช้งานที่ยืนยาวอยู่กับคุณไปนาน ๆ ซึ่งเคล็ดลับเกี่ยวกับรถยนต์แบบนี้ยังมีให้คุณผู้อ่านอีกมากมาย เพียงกด subscribe กับ MoneyGuru.co.th เราจะส่งสาระดีดีแบบนี้ไปให้คุณทางอีเมลทุก ๆ สัปดาห์เลยค่ะ

เคล็ดลับการเงิน

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน