ลุ้นอนุมัติ เติมเงินบัตรคนจน คนละครึ่งรอบ3 และยิ่งใช้ยิ่งได้

โดย MoneyGuru.co.th, ในหมวดหมู่ "ไลฟ์สไตล์"

May 31, 2021


ลุ้นอนุมัติ เติมเงินบัตรคนจน คนละครึ่งรอบ3 และยิ่งใช้ยิ่งได้ หลัง คลังและสภาพัฒน์ พร้อมเสนอ ครม. 4 โครงการ กระตุ้นเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลัง ทั้ง การเติมเงินบัตรสวัสดิการ-เติมเงินกลุ่มต้องการความช่วยเหลือพิเศษ-คนละครึ่งรอบ3 และโครงการ ยิ่งใช้ยิ่งได้ เพื่อกระตุ้นจีดีพีโตเพิ่ม 1% โดยใช้งบฯรวมกว่า 1.4 แสนล้านบาท


วิธีสมัครสินเชื่อไม่ต้องมีคนค้ำสู้ภัยโควิจากธ.ก.ส. รายละ 1 หมื่น ปลอดดอกเบี้ย 6 เดือน


ลุ้นอนุมัติ เติมเงินบัตรคนจน คนละครึ่งรอบ3 และยิ่งใช้ยิ่งได้

ลุ้นอนุมัติ เติมเงินบัตรคนจน คนละครึ่งรอบ3

กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 1 มิ.ย. ที่ผ่านมา จะมีการเสนอ 4 โครงการช่วยเหลือประชาชน เพื่อกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจ วงเงินรวม 1.4 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามที่คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัสโควิด-19 พ.ศ. 2563 โดยทั้ง 4 โครงการมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

4 โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลัง

1.เติมเงินให้ผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

  • โดยรัฐบาลจะทำการ เติมเงินให้ผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.65 ล้านคน เดือนละ 200 บาท ระยะเวลา 6 เดือน ใช้งบประมาณ 1.64 หมื่นล้านบาท

2.เติมเงินให้ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ

  • โครงการสำหรับผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน ซึ่งเคยเข้าร่วมโครงการเราชนะ รวมทั้งกลุ่มผู้พิการและผู้สูงอายุด้วย จำนวน 2.5 ล้านคน เดือนละ 200 บาท ระยะเวลา 6 เดือน ใช้งบประมาณ 3,000 ล้านบาท

3.คนละครึ่ง เฟส 3

  • เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง และช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยด้วย โดยจะเป็นการใช้จ่ายแบบร่วมจ่าย (copay) รัฐช่วยจ่ายวันละ 150 บาท ตลอดระยะเวลาโครงการรวมเป็นเงิน 3,000 บาท ซึ่งจะแบ่งเป็นช่วงแรก ไตรมาส 3 ของปีนี้ จะทยอยจ่าย 1,500 บาท และไตรมาส 4 อีก 1,500 บาท ครอบคลุมประชาชน 31 ล้านคน โดยที่ผ่านมามีประชาชนเข้าร่วมโครงการแล้ว 15 ล้านคน สำหรับโครงการเฟส 3 นั้น จะเปิดให้เข้ามาลงทะเบียนรับสิทธิอีก 16 ล้านคน ใช้งบประมาณรวมกว่า 93,000 ล้านบาท

4.ยิ่งใช้ยิ่งได้

  • เพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศผ่านผู้ที่มีกำลังซื้อ และสนับสนุนผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) โดยจะมีการเปิดลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com หลังจากที่ ครม.อนุมัติโครงการ กลุ่มเป้าหมาย 4 ล้านคน ใช้งบประมาณ 2.8 หมื่นล้านบาทโดยโครงการนี้รัฐจะสนับสนุน e-Voucher สำหรับจ่ายค่าสินค้า อาหาร ค่าเครื่องดื่ม และค่าบริการ (ไม่รวมลอตเตอรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ น้ำมันและก๊าซสำหรับยานพาหนะ ค่าบริการนำเที่ยว ค่าที่พัก และค่าตั๋วเครื่องบิน) ในอัตรา 10-15% สูงสุดไม่เกิน 7,000 บาทต่อคน ซึ่งยอดใช้จ่ายเพื่อคำนวณ e-Voucher ไม่เกิน 5,000 บาทต่อวันต่อคน แบ่งเป็น 2 ต่อ ดังนี้ ต่อที่ 1 ใช้จ่าย 1-40,000 บาทแรก จะรับ e-Voucher 10% ของยอดชำระเงินที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 4,000 บาทต่อคน และต่อที่ 2 ใช้จ่าย 40,001-60,000 บาท รับ e-Voucher 15% ของยอดชำระเงินที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน วิธีการใช้จ่ายผ่านโครงการ จะต้องนำเงินเข้ามาในวอลเลตบนแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง โดยใช้จ่ายในการซื้อสินค้า/บริการ ที่จะได้รับ e-Voucher ช่วง ก.ค.-ก.ย. 2564 จากนั้นจะได้รับ e-Voucher คืนทุกต้นเดือนถัดไปหลังมีการใช้จ่าย หรือช่วง ส.ค.-ธ.ค. 2564 โดยวงเงินสิทธิที่ได้รับนั้น ก็จะเข้ามาในวอลเลตบนแอปเป๋าตังเช่นกัน ซึ่งไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้

ทั้ง 4 โครงการ ครม.ได้เห็นชอบในหลักการไปแล้วเหลือแค่ในรายละเอียดสุดท้ายจะออกมาอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ ครม.ด้วย” นางสาวกุลยากล่าว ทั้งนี้ หากรวมกับโครงการที่ออกมาในระยะแรก ได้แก่ เพิ่มวงเงินโครงการเราชนะ ซึ่งจะเป็นการบรรเทาภาระประชาชนในช่วงโควิดอีกสัปดาห์ละ 1,000 บาท ระยะเวลา 2 สัปดาห์ รวมเป็นวงเงิน 2,000 บาท รวมเป็นเงินงบประมาณ 6.7 หมื่นล้านบาท และโครงการ ม33เรารักกัน เพิ่มวงเงิน 2,000 บาท ใช้งบประมาณรวมกว่า 1.85 หมื่นล้านบาท สามารถดูแลประชาชนได้ครอบคลุมกว่า 51 ล้านคน และจะส่งผลให้มีเม็ดเงินไหลลงสู่ระบบเศรษฐกิจกว่า 4 แสนล้านบาท สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้กว่า 1% ของ GDP

พิเศษสำหรับเดือนนี้ ท่านไหนที่ยังไม่มีบัตรกดเงินสด สามารถเข้ามาดูบัตรกดเงินสดที่เหมาะกับคุณได้ที่นี่ เพราะ MoneyGuru ได้รวบรวมผลิตภัณฑ์ทางการเงินไว้ให้พร้อมสรรพ นอกจากนี้ยังมีสินเชื่อส่วนบุคคล บัตรเครดิต และประกันรถยนต์ดีๆ มาเปรียบเทียบเพื่อให้ได้คำตอบที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน

เปรียบเทียบบัตรเครดิต

เนื่องจากในทุกวันนี้ การใช้รถใช้ถนนมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ตลอดเวลา ดังนั้นนอกจากผู้ใช้รถทุกคนต้องไม่ประมาทและควรระมัดระวังในการขับขี่แล้ว การทำประกันภัยรถนั้นก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยให้ท่านเพิ่มความอุ่นใจในการใช้รถใช้ถนนมากขึ้น ดังนั้นทาง www.moneyguru.co.th ต้องการที่จะช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าใช้จ่ายจากการจ่ายเบี้ยประกันด้วยการ ลดราคาเบี้ยประกันทันที่ 10% รับมือพิษเศรษฐกิจในเวลานี้

ทำประกันรถยนต์รับส่วนลดเบี้ยประกัน ทันที 10%

ไม่พลาดทุกเรื่องราวข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @MoneyGuruThailand

อ้างอิงจาก ประชาชาติธุรกิจ

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน