สรุปการรับสิทธิ มาตรการเงินประกันรายได้ เกษตรกร 3 กลุ่ม จะได้เงินเมื่อไร

โดย MoneyGuru.co.th, ในหมวดหมู่ "ไลฟ์สไตล์"

December 4, 2020


อัพเดทความคืบหน้าสำหรับพี่น้องชาวเกษตรกรโดยเราขอมา สรุปการรับสิทธิ มาตรการเงินประกันรายได้ เกษตรกร 3 กลุ่ม จะได้เงินเมื่อไร หลังจากที่รัฐบาล ได้อนุมัติ โครงการประกันรายได้เกษตรกร โดยทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. จะโอนเงินให้กับธนาคารแต่ละสาขา โดยเกษตรกร 3 กลุ่ม จะได้เงินเมื่อไรนั้นเราไปดูรายละเอียดกันเลย


สินเชื่อบัตรกดเงินสด KTC PROUD สินเชื่อเพื่อคนอายุงานน้อย กู้ได้ไว ไม่ต้องค้ำ ผ่อนเท่ากันทุกเดือนรับปีใหม่

สินเชื่อเงินด่วนซิตี้แบงก์ ดอกเบี้ยต่ำ ไม่ต้องค้ำ สำหรับคนต้องการเงินเที่ยวปีใหม่


สรุปการรับสิทธิ มาตรการเงินประกันรายได้ เกษตรกร 3 กลุ่ม จะได้เงินเมื่อไร

สรุปการรับสิทธิ มาตรการเงินประกันรายได้ เกษตรกร 3 กลุ่ม จะได้เงินเมื่อไร

วันนี้เรามาสรุปมาตรการ “ประกันรายได้” เกษตรกร 3 กลุ่ม ทั้งชาวนา ผู้ปลูกมันสำปะหลัง และกลุ่มผู้ปลูกยางพารา ที่รัฐบาลเดินหน้าช่วยเหลือด้วยการประกันราคาสินค้าทางการเกษตร โดยมี ธ.ก.ส. ทำหนจ้าที่เป็นผู้จ่ายเงินให้เกษตรกรแต่ละประเภท ตามเป้าประสงค์ของรัฐบาลที่ต้องการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจ หนึ่งในมาตรการที่ออกมาคือ โครงการ “ประกันรายได้” ให้กับเกษตรกร ผู้ปลูกข้าว ยางพารา และมันสำปะหลัง ในปีการผลิต 2563/64 “กรุงเทพธุรกิจออนไลน์” ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโครงการประกันรายได้ของทุกประเภท ดังนี้

เงินประกันรายได้ ข้าวสำหรับ เกษตรกรชาวนา

เริ่มต้นที่โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2563/64 ที่เป็นไปตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 วงเงินรวม 18,096 ล้านบาท ครอบลุมเกษตรกร 4.04 ล้านราย โดยมีรายละเอียดเงื่อนไขสำคัญดังนี้

ประกันรายได้เกษตรกรสำหรับข้าว 5 ชนิด ได้แก่

  • 1.ข้าวเปลือกหอมมะลิตันละ 12,100.57 บาท
  • 2.ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ตันละ 11,951.04 บาท
  • 3.ข้าวเปลือกเจ้าตันละ 9,122.47 บาท
  • 4.ข้าวเปลือกหอมปทุมตันละ 9,960.97 บาท
  • 5.ข้าวเปลือกเหนียวตันละ 11,066.61 บาท

โดยรัฐบาลยังสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพข้าว 1,000 บาท/ไร่ ไม่เกิน 20 ครัวเรือน รวมครัวเรือนละไม่เกิน 20,000 บาท โดยแบ่งเป็น 2 งวด งวดละ 500 บาท กรณีเกษตรกรปลูกข้าวมากกว่า 1 ชนิด จะได้สิทธิไม่เกินจำนวนสูงสุดของข้าวแต่ละชนิด และเมื่อรวมกันต้องไม่เกินขั้นสูงชนิดข้าวที่กำหนดไว้สูงสุดและความชื้นข้าวแต่ละชนิดไม่เกิน 15% มีการกำหนดราคาอ้างอิงและระยะเวลาที่ใช้สิทธิขอชดเชย ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. – 31 ต.ค.2563 ยกเว้นพื้นที่ภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย.2563 – 28 ก.พ. 2564  เกษตรกรต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2563/64 กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องกำหนดวันที่คาดว่าเก็บเกี่ยวและปริมาณการผลิต

ความคืบหน้าล่าสุดโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว

สำหรับมาตรการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนั้น มีการจ่ายเงินช่วยเหลือรอบที่ 1 ไปทั้งหมด 4 งวด โดยล่าสุดงวดที่ 4 ธ.ก.ส.ได้จ่ายเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง เมื่อวันที่ 30 พ.ย.63 และในงวดถัดไปจะโอนค่าส่วนต่างให้กับเกษตรกรในวันที่ 7 ธันวาคม 2563 รวมถึงการประชุมคณะกรรมการนโยบาบและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ครั้งที่ 5/2563 ยังได้เห็บขอบเพิ่มกรอบวงเงินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2563/64 รอบที่ 1 เพิ่มอีก 28,711.29 ล้านบาท ทำให้ขณะนี้วงเงินรวมโครงการนี้อยู่ที่ 46,807.35 ล้านบาท ขณะที่ในส่วนของเงินสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพข้าว 1,000 บาท/ไร่ ไม่เกิน 20 ครัวเรือนนั้น เตรียมจ่ายวันที่ 3-5 ธันวาคม 2563

 

วิธีตรวจรับเงินประกันรายได้ข้าวเพื่อเกษตร

เช็คสิทธิวิธีตรวจรับเงินประกันรายได้ข้าวเพื่อเกษตรกร

พี่น้องเกษตรกรที่เป็นชาวนา สามารถเช็คได้ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. โดยเมื่อทางธนาคารโอนเงินให้แล้ว กดที่ลิงค์ https://chongkho.inbaac.com/ หรือคลิกที่รูปด้านบน จากนั้นกรอกเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ถ้าเงินเข้าระบบจะแจ้งโอนเรียบร้อย แต่ถ้ายังไม่เข้าให้รอข้อมูลจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่ง ธ.ก.ส. จะทำการโอนให้เสร็จสิ้นภายใน 3 วันทำการ

 

 

เงินประกันรายได้ ผู้ปลูกมันสำปะหลัง

สำหรับ “การประกันรายได้” ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง หรือชื่อโครงการเต็มๆ ว่า “โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ปี 2563/64” นั้น เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 และมติคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2563 เป้าหมายคือช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกร จากปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำ และสร้างความมั่นคงในอาชีพ เป้าหมายเกษตรกร 524,000 ครัวเรือน วงเงินประมาณ 9,570 ล้านบาท โดยขั้นตอนคือ กรมส่งเสริมการเกษตร จะทำการตรวจสอบข้อมูล และส่งมายัง ธ.ก.ส. เพื่อให้โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง เงื่อนไขสำคัญดังนี้

  • เกษตรกรต้องแจ้งเพาะปลูกตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 – 31 มีนาคม 2564
  • แจ้งระยะเวลาเก็บเกี่ยวกับกรมส่งเสริมการเกษตร นับจากวันเพาะปลูกไม่น้อยกว่า 8 เดือน
  • ประกันรายได้หัวมันสำปะหลังสดเชื้อแป้ง 25% ราคา 2.50 บาท/กิโลกรัม
  • ครัวเรือนละไม่เกิน 100 ตัน
  • ต้องไม่ซ้ำแปลง

ความคืบหน้าล่าสุดโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2563 ซึ่งเป็นวันแรกที่มีการจ่ายเงินประกันรายได้ให้ผู้ปลูกมันสำปะหลัง ซึ่งการจ่ายเงินประกันรายได้ในรอบนี้ เป็นการจ่ายให้กับเกษตรกรที่เพาะปลูกตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 และระบุวันคาดว่าเก็บเกี่ยวก่อนวันที่ 1 ธันวาคม 2563 และจ่ายต่อไปทุกวันที่ 1 ของเดือน เป็นระยะเวลา 12 เดือน หรือจนถึงเดือนพฤศจิกายน 2564 ทั้งนี้เกษตรกรสามารถตรวจสอบโอนเงินได้ที่แอพพลิเคชั่น ธ.ก.ส. A-Mobile ตลอด 24 ชั่วโมง หรือที่ ธ.ก.ส.ทุกสาขาทั่วประเทศ ซึ่งเกษตรกรที่สมัครใช้บริการ BAAC Connect จะได้รับข้อความแจ้งเตือนผ่านไลน์ออฟฟิเชียล (LINE Official BAAC Family) เมื่อเงินเข้าบัญชีแล้ว

 

เงินประกันรายได้ ผู้ปลูกยางพารา

อีกหนึ่งกลุ่มที่รัฐให้ความช่วยเหลือคือ โครงการ “ประกันรายได้” ให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง โดยครั้งนี้เป็นการดำเนินการโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 2 หรือเฟส 2 ซึ่งเป็นไปตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 เป็นการจ่ายเงินประกันรายได้ กรอบวงเงิน 10,042.8 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูก 18 ล้านไร่ เกษตรกร 1.8 ล้านราย เป็นเวลาทั้งสิ้น 6 เดือน โดยเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 – มีนาคม 2564 เริ่มตั้งแต่ตุลาคม 2563-มีนาคม 2564 เงื่อนไขสำคัญ ดังนี้

  • ครอบคลุมเกษตรกรชาวสวนยาง ทั้งบัตรสีเขียว และบัตรสีชมพูที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. รวมถึงคนกรีดยาง
  • ราคาประกันรายได้ แบ่งเป็น ยางแผ่นดิบคุณภาพดี 60 บาท/กิโลกรัม, น้ำยางสด (DRC 100%) 57 บาท/กิโลกรัม และยางก้อนถ้วย (DRC 50%) 23 บาท/กิโลกรัม
  • ผลผลิตยางแห้ง 20 กิโลกรัม/ไร่/เดือน ยางก้อนถ้วย รายละไม่เกิน 25 ไร่ โดยเป็นการแบ่งเป็นสัดส่วนรายได้ให้เจ้าของสวน 60% และคนกรีดยาง 40%

ความคืบหน้าล่าสุดโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง

ที่ผ่านมามีการกำหนดจ่ายเงินประกันรายได้ผู้ปลูกยางพารา งวดแรก ในวันที่ 26-27 พฤศจิกายน 2563 แต่ต้องเกิดความล่าช้า ยังไม่สามารถจ่ายเงินชดเชยได้ เนื่องจากติดปัญหาประเด็นเกษตรกรผู้ถือบัตรสีชมพู แต่ล่าสุดได้ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขให้เหมือนกับโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 1 โดยในการจ่ายเงินประกันรายได้ ระยะที่ 2 งวดแรกนั้น วงเงินรวม 2,116 ล้านบาท จะพร้อมโอนเงินส่วนต่างภายในสัปดาห์หน้า หรือเริ่มวันที่ 7 ธ.ค.2563 และในงวดถัดไปจนครบ 6 เดือน ตามระยะเวลาโครงการ

 

สุดท้ายนี้ก่อนจากกันพิเศษรับเดือนธันวาคม 63 MoneyGuru พร้อมช่วยคุณประหยัดจัดโปร Shocking Sale 12.12 ลดร้อนแรงเพียงแค่ทำประกันรถยนต์ชั้น 1 พร้อมรับส่วนลดเบี้ยประกันทันที 12% เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำหรับช่วยเหลือประชาชนสำหรับการจ่ายเบี้ยประกันรถยนต์ ในราคาพิเศษที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วในเวลานี้…!!  เนื่องจากในทุกวันนี้ การใช้รถใช้ถนนมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ตลอดเวลา ดังนั้นนอกจากผู้ใช้รถทุกคนต้องไม่ประมาทและควรระมัดระวังในการขับขี่แล้ว การทำประกันภัยรถนั้นก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยให้ท่านเพิ่มความอุ่นใจในการใช้รถใช้ถนนมากขึ้น

Shocking Sale 12.12 ลดร้อนแรงเพียงแค่ทำประกันรถยนต์ชั้น 1 รับส่วนลดเบี้ยประกันทันที 12%

ไม่พลาดทุกเรื่องราวข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @MoneyGuruThailand

 

 

 

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน