เหมือน ผู้ซื้อประกันเจอจ่ายจบ อาจถูกลอยแพ ไม่ได้รับการช่วยเหลือใดๆ หลังจาก เจ้าสัวเจริญ ออกโรงฟ้อง คปภ. เพื่อยื่นศาลปกครองยกเลิกคำสั่งนายทะเบียน เปิดทางยกเลิก เจอจ่ายจบ พร้อมขอศาลสั่งคุ้มครองชั่วคราว อาคเนย์ประกันฯ ธุรกิจประกันภัย ในเครือ เจ้าสัวเจริญ

ผู้ซื้อประกันเจอจ่ายจบ อาจถูกลอยแพ

ผู้ซื้อประกันเจอจ่ายจบ อาจถูกลอยแพ

ถึงว่าช่วงเวลานี้กำลังเกิดปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ของแวดวงธุรกิจประกันภัยไทย เมื่อบริษัทอาคเนย์ประกันภัยและไทยประกันภัย บริษัทย่อยในกลุ่มเครือไทยโฮลดิ้งส์ (TGH) ธุรกิจประกันและการเงินเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ได้ดำเนินการยื่นฟ้องศาลปกครองกลาง คดีพิพาทหน่วยงานกำกับดูแลอย่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กรณีหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จากประกาศคำสั่งนายทะเบียนที่ 38/2564 เรื่องให้ยกเลิกเงื่อนไขการใช้สิทธิบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 สำหรับบริษัทประกันวินาศภัย จากคำสั่งดังกล่าวของ คปภ.คือห้ามบริษัทประกันยกเลิกกรมธรรม์ “เจอจ่ายจบ” ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดอย่างรุนแรงของสายพันธุ์เดลต้า เป็นเหตุให้บริษัทเอเชียประกันภัยและบริษัทเดอะวันประกันภัย ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน จนต้องถูกปิดกิจการเมื่อปี 2564

ฟ้องยกเลิก เจอจ่ายจบ

เวลานี้มีบริษัทประกันอีกอย่างน้อยอีก 2-3 ราย ที่กำลังประสบปัญหาขาดสภาพคล่องรุนแรง หากการแพร่ระบาดโควิดสายพันธุ์โอมิครอนมียอดผู้ติดเชื้อรุนแรงมากขึ้น ซึ่งรวมถึงบริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ของกลุ่มเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ซึ่งล่าสุดได้ทำการยื่นฟ้องศาลปกครอง  เรื่องกรณีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยคำฟ้อง ได้ขอให้ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษา ใน 2 ประเด็นดังนี้

  1. พิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งนายทะเบียนที่ 38/2564 เรื่องให้ยกเลิกเงื่อนไขการใช้สิทธิบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 สำหรับบริษัทประกันวินาศภัย ฉบับลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2564 โดยให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันที่ออกคำสั่ง
  2. ขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งนายทะเบียนที่ 38/2564 เรื่องให้ยกเลิกเงื่อนไขใช้สิทธิบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 สำหรับบริษัทประกันวินาศภัย ฉบับลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2564 ไว้เป็นการชั่วคราวก่อนการพิพากษาคดี หรือจนกว่าศาลจะมีคำสั่งหรือคำพิพากษาเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น

คปภ.แจงทุกประเด็นกับศาลฯ

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คปภ. ให้สัมภาษณ์หลังให้การกับศาลปกครองเมื่อวันที่ 14 ม.ค. 65 ว่า ประเด็นหลักที่ศาลฯได้สอบถามคือ การฟ้องคดีอยู่ในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ โดยตามกฎหมายจะต้องฟ้องภายใน 90 วัน หลังจากที่ คปภ.มีคำสั่งนายทะเบียนออกมา เพราะถ้าการฟ้องคดีเกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ศาลจะไม่รับคำฟ้อง ยกเว้นแต่เป็นกรณีเพื่อประโยชน์ของสาธารณชน นอกจากนี้ เลขาธิการ คปภ.ระบุว่า ผู้ฟ้องคดีจะอ้างว่าไม่ทราบคำสั่งไม่ได้ โดยได้มีการประกาศคำสั่งนายทะเบียนที่ 38/2564 ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค. 64 ขณะเดียวกันผู้ฟ้องคดีทั้ง 2 บริษัทก็ออกมายืนยันหลังจากออกคำสั่งนายทะเบียนว่า เขายืนยันที่จะคุ้มครองผู้เอาประกันภัยโควิดทุกประเภทจนกว่าจะสิ้นสุดระยะเวลาคุ้มครอง ซึ่งการยืนยันตรงนี้ถือเป็นผลของคำสั่งนายทะเบียน โดยคำฟ้องก็ระบุชัดว่า จากข่าวที่ลงไปในหนังสือพิมพ์วันที่ 17 ก.ค. 64 ทำให้บริษัทจำเป็นต้องปฏิบัติตามคำสั่งนายทะเบียนที่ 38/2564 เพราะกลัวจะถูกดำเนินการฐานประวิงคดีหรือถูกเพิกถอนใบอนุญาต

ดังนั้นข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ที่ปรากฏว่าไม่ทราบคำสั่งนายทะเบียนที่ 38/2564 ไม่เป็นความจริง เพราะจริง ๆ ต้องทราบตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค. 64 ซึ่งนับถึงวันที่ยื่นฟ้องเกินระยะเวลากำหนด เพราะต้องยื่นฟ้องภายในเวลา 90 วัน นับตั้งแต่วันที่รู้หรือควรจะรู้ อย่างไรก็ตามทางผู้ฟ้องได้อ้างต่อว่า คำสั่งนายทะเบียนที่ 38/2564 คปภ.ต้องประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาก่อน จึงจะมีผลตามกฎหมาย ซึ่งคำสั่งดังกล่าวมีการลงประกาศในราชกิจจาฯเมื่อ 12 ตุลาคม 2564 ดังนั้นเมื่อนับถึงปัจจุบันจึงยังไม่ครบ 90 วัน โดย คปภ.ได้ชี้แจงศาลฯว่า ในกฎหมายไม่ได้กำหนดว่าต้องส่งตัวคำสั่งนายทะเบียนที่ 38/2564 ที่เป็นคำสั่งทางปกครองไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่การที่ส่งไปลงราชกิจจาฯเนื่องจากต้องให้ประชาชนได้รับรู้

ผู้เทำประกันถูกอาจลอยแพ

เลขาธิการ คปภ.กล่าวอีกว่า ช่วงบ่ายวานนี้ (14 ม.ค. 65) ศาลฯได้สั่งให้พนักงานศาลพิมพ์เอกสารและรวบรวมเอกสารที่ คปภ.ส่งไปให้ โดยเฉพาะประเด็นที่มีการเผยแพร่ผ่านสื่อทุกสำนักที่ได้รับทราบไปในวงกว้าง โดยศาลยังไม่ได้สรุปตัดสินคดี ต้องพิสูจน์หลักฐานก่อน และจะนัดให้ คปภ.รับทราบคำสั่งว่าจะรับคดีไว้พิจารณาหรือไม่อีกครั้ง หากศาลฯรับคดีไว้พิจารณา 2 ประเด็นที่ศาลจะต้องไต่สวนของผู้ฟ้องคือ 1.ขอให้เพิกถอนคำสั่งนายทะเบียนที่ 38/2564 และ 2. ขอคุ้มครองชั่วคราว ไม่ให้คำสั่งนายทะเบียนที่ 38/2564 มีผลบังคับใช้เป็นการชั่วคราว เพราะฉะนั้นถ้าศาลฯรับฟ้องและมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว จะทำให้ผู้เอาประกันภัยโควิดทั้งหมดกว่า 10 ล้านคนถูกลอยแพแน่นอน เพราะระหว่างนี้บริษัทประกันวินาศภัยสามารถที่จะบอกเลิกกรมธรรม์ฯได้ ซึ่งเป็นประเด็นที่สำคัญมาก ๆ ต่อพี่น้องประชาชน โดยศาลฯระบุว่า เนื่องจากเกี่ยวกับประชาชนจำนวนมากจะพิจารณาโดยเร็ว

ไม่มีใครใหญ่เหนือกฎหมาย

นายสุทธิพลกล่าวอีกว่า ไม่มีใครจะใหญ่เหนือกฎหมาย แม้กฎหมายจะระบุไว้ในกรมธรรม์ว่าสามารถบอกเลิกกรมธรรม์ลูกค้าได้ แต่ไม่ใช่ว่าเมื่อมีความเสี่ยงเปลี่ยนแปลงในระดับสูงแล้วจะบอกเลิกกรมธรรม์แบบเหมาเข่ง ต้องพิจารณาแต่ละรายไป มีหลักฐานยืนยันและสอดคล้องกับกฎหมายสากล เพราะความเสี่ยงเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ฉะนั้นจะวุ่นวายมาก ถ้าให้ยกเลิกเหมาเข่ง ต่อไปคนจะไม่ทำประกัน เลขาธิการ คปภ.กล่าวว่า ในข้อเท็จจริง บริษัทประกันไม่ต้องรอนสิทธิผู้บริโภค โดยมีมาตรการทางเลือกอีก 11 มาตรการซึ่งสามารถทำได้ แต่บริษัทประกันไม่ดำเนินการ เพราะ การทำประกันภัยโควิดเจอจ่ายจบ คือการที่ประชาชนผู้เอาประกันภัยมอบความไว้วางใจให้บริษัทประกันที่อาสามาช่วยบริหารความเสี่ยง ฉะนั้นการไปบอกเลิกกรมธรรม์ในช่วงวิกฤต ทั้ง ๆ ที่เคยสัญญาว่าจะคุ้มครองจนสิ้นสุดอายุการคุ้มครอง โดยโยนความเสี่ยงที่มากขึ้นกลับคืนไปให้ประชาชน ถือเป็นการทำลายความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่ประชาชนมอบให้บริษัทประกัน จึงเป็นการเอาเปรียบประชาชนอย่างยิ่ง

กองทุนประกันเวลานี้กำลังถังแตก

แหล่งข่าวในวงการประกันภัยมองว่า กรณีประกันเจอจ่ายจบ ที่ส่งผลกระทบให้บริษัทประกันขาดสภาพคล่องจนต้องปิดกิจการนั้น ได้ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของระบบประกันภัยไทย และการที่บริษัทประกันภัยต้องปิดกิจการนั้น ไม่เพียงกระทบกับผู้ทำประกันโควิดเท่านั้น แต่รวมถึงผู้เอาประกันภัยประเภทอื่น ๆ ที่บริษัทให้บริการ อาทิ ประกันภัยบ้าน (อัคคีภัย), ประกันสุขภาพ ฯลฯ นอกจากนี้ยังส่งผลให้กองทุนประกันวินาศภัยซึ่งเป็นผู้ชำระบัญชี (เยียวยาความเสียหายให้กับผู้เอาประกัน)

ในกรณีบริษัทประกันวินาศภัยถูกเพิกถอนใบอนุญาต เนื่องจากเงินหน้าตักที่สะสมมากว่า 5,600 ล้านบาท ดูเหมือนจะไม่พอจ่าย เพราะหนี้ความเสียหายจากยอดเคลมประกันภัยโควิดแบบเจอจ่ายจบของ 2 บริษัท (เอเชียประกัน และ เดอะวันฯ) รวมกันสูงกว่า 7,000 ล้านบาท โดยขณะนี้ทางคณะกรรมการกองทุนประกันฯก็มีการหารือถึงแนวทางที่จะต้องกู้เงินมาใส่ในกองทุน…

สมัครประกันโควิด 19 FWD กับ Moneyguru

ทั้งนี้หากคุณสนใจซื้อประกันโควิด-19 ณ เวลานี้ ทาง Moneyguru ก็มีข้อเสนอดีๆ อย่างประกันโควิด-19 FWD ราคาประหยัด จ่ายเพียง 750 บาท/ปี เพราะเราไม่สามารถคาดเดาได้ว่าโควิด-19 อยู่ไหน แล้วเมื่อไหร่ที่เราจะติดไวรัสตัวนี้ เพราะฉะนั้นการทำประกันโควิด-19 ของ FWD ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในเวลานี้อย่างมาก สามารถเข้ามาอ่านรายละเอียดการคุ้มครองของประกันโควิด-19 FWDหรือสนใจสมัครสามารถคลิกได้ที่นี่!

ท้ายที่สุดหากคุณมีความกังวลเรื่องเชื้อไวรัสโควิด-19 สามารถเข้ามาตรวจสอบที่ตรวจโควิดฟรี หรือสามารถเข้ามาเช็คสถานที่ฉีดวัคซีนฟรี และอย่าลืมดูแลรักษาสุขภาพ หลีกเลี่ยงพื้นที่แออัด หมั่นล้างมือ และใช้หน้ากากอนามัยอยู่ตลอดเวลา ด้วยความหวังดีจาก Moneyguru

ไม่พลาดทุกเรื่องราวข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @MoneyGuruThailand

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ