ประหยัดเงิน ได้ง่ายๆ เพียงแค่ใส่ใจค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยใกล้ตัว

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "เคล็ดลับการเงิน,ไลฟ์สไตล์"

December 1, 2017


ประหยัดเงิน

ประหยัดเงิน ทำได้ไม่ยาก เพียงเริ่มต้นจากการใส่ใจสิ่งใกล้ตัว

ประหยัดเงิน ไม่ได้ยากอย่างที่หลายๆ คนเข้าใจ แต่จริงๆ แล้วการประหยัดเงินนั้นสามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่เราเริ่มให้ความใส่ใจกับเรื่องใกล้ตัวเราการ ประหยัดเงิน ก็จะไม่ยากอย่างที่คิด และเรื่องใกล้ตัวเรื่องแรกที่เราจะพูดถึงก็คือ เรื่องของค่าใช้จ่าย โดยค่าใช้จ่ายที่เราจะมาพูดถึงกันในวันนี้ก็คือ ค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยต่างๆ ใกล้ตัว ที่หลายๆ คนอาจจะคาดไม่ถึงว่าสิ่งใกล้ตัวเหล่านี้แหล่ะคือตัวร้ายที่จะคอยขัดขวางการประหยัดเงินของเราได้เป็นอย่างดีเลย
ซึ่งค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยบางอย่างนั้นแฝงอยู่ในการใช้ชีวิตประจำวันของเราอยู่อย่างเงียบเชียบ ชนิดที่ว่าถ้าเราไม่เอะใจขึ้นมา เราอาจจะเสียเงินส่วนนี้ไปมากก็เป็นได้ วันนี้เราเลยจะพาไปดูกันว่าค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยใกล้ตัวที่อยู่ในชีวิตประจำวันของเรานั้นมีอะไรบ้าง และจะจัดการกับสิ่งเหล่านี้อย่างไรดี ว่าแล้วเราก็มาเริ่มกันเลย

ค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยใกล้ตัวที่ควรระวังเพื่อช่วยให้เราประหยัดเงินในกระเป๋า

1.ค่าธรรมเนียมการกด ATM ต่างธนาคาร และค่าธรรมเนียมการโอนเงินต่างธนาคาร

เริ่มต้นกันด้วยเรื่องใกล้ตัวมากๆ ก็คือการกดเงินจากตู้ ATM ต่างธนาคาร และค่าธรรมเนียมการโอนเงินต่างธนาคาร ซึ่งทั้งสองอย่างที่พูดถึงนี้ มักจะมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นค่อนข้างบ่อย เพราะในบางพื้นที่ตู้ ATM ของธนาคารที่เราใช้บริการอยู่นั้นไม่มีและเรามีความจำเป็นต้องใช้เงินสด เราก็คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้บริการตู้ ATM ของธนาคารอื่นๆ
ซึ่งปกติแล้วทางธนาคารจะมีโอกาสให้เราใช้บริการกดเงินจากตู้ ATM ต่างธนาคารแบบไม่เสียค่าธรรมเนียมประมาณ 3 ครั้งต่อเดือน (แล้วแต่เงื่อนไขของแต่ละธนาคาร) ส่วนการโอนเงินไปต่างธนาคารนั้นจะมีค่าธรรมเนียมการโอนประมาณ 25 บาทต่อครั้ง (แล้วแต่เงื่อนไขของแต่ละธนาคาร) รวมถึงการกดสอบถามยอดเงินของเราจากตู้ ATM ต่างธนาคาร บางครั้งก็จะมีค่าธรรมเนียมประมาณ 10 บาท (แล้วแต่เงื่อนไขของแต่ละธนาคาร)
ค่าธรรมเนียมการโอนเงินต่างธนาคารดูเผินๆ ว่าส่วนนี้จะมีโอกาสที่จะเสียไม่มาก แต่จริงๆ แล้วในปัจจุบันที่ธุรกิจค้าขายออนไลน์เข้ามามีบทบาทอย่างมาก การชำระเงินค่าสินค้ามักจะใช้วิธีการโอนเงินผ่านธนาคารกันซะเป็นส่วนใหญ่ เพราะด้วยความสะดวกนั่นเอง ส่วนวิธีการอื่นๆ  ก็มีการใช้แต่อาจจะไม่สะดวกและง่ายเท่ากับการโอนผ่านธนาคาร ซึ่งตรงนี้แหล่ะที่สำคัญ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หลายๆ เจ้าก็มีการเปิดบัญชีกับธนาคารหลายๆ แห่งเพื่อเป็นการบริการลูกค้าของตัวเอง ที่เมื่อต้องการชำระค่าสินค้าก็จะไม่ต้องเสียค่าโอนต่างธนาคาร ในกรณีที่ไม่มีบัญชีรองรับ มองดูแล้วว่าครั้งละ 25 บาทนั้นก็ไม่ได้สูงเกินที่จะจ่าย แต่หากลองคิดดูดีๆ ว่าถ้าเดือนหนึ่งเราซื้อของหลายชิ้นจากออนไลน์และมีการโอนต่างธนาคารเยอะๆ เราจะเสียค่าธรรมเนียมมากแค่ไหน หากว่าเราเลือกที่จะนำเงินส่วนนี้ไปเก็บออม ก็น่าจะเกิดประโยชน์กับเรามากกว่าใช่ไหมครับ
จากที่กล่าวกันมานี้จะเห็นได้ว่าหากเราไม่ได้ใส่ใจค่าใช้จ่ายส่วนนี้แล้วยังมีการกดเงิน โอนเงิน สอบถามยอด จากตู้ ATM ต่างธนาคาร เราก็จะเสียค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไปเรื่อยๆ และในบางทีพอรวมๆ กันใน 1 เดือน อาจจะมีรายจ่ายจากส่วนนี้สูงจนน่าตกใจก็ได้

2.ค่าจัดส่งสินค้าจากการซื้อขายออนไลน์

ด้วยที่ว่าในปัจจุบันการซื้อขายของออนไลน์นั้นค่อนข้างได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ค่าใช้จ่ายส่วนนี้จึงเริ่มจะมีส่วนเข้ามาใกล้ตัวเรามากขึ้น เพราะว่าเมื่อเรามีการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ เราก็คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีค่าจัดส่งสินค้าจากผู้ขายมายังเรา และค่าขนส่งนี่แหล่ะที่ถือได้ว่าเป็นตัวร้ายอีกตัวเลยทีเดียว เพราะหากว่าในหนึ่งเดือนนั้นเราสั่งของหลายชิ้น จากพ่อค้าแม่ค้าหลายเจ้า เราก็ต้องเสียค่าจัดส่งสินค้ามากขึ้นไปด้วย
ซึ่งปกติแล้วค่าจัดส่งสินค้าที่นิยมกันนั้นจะมีอยู่ 2 แบบใหญ่ๆ คือ
  • ส่งแบบลงทะเบียน (แบบปกติ ใช้เวลาประมาณ 2 – 3 วันขึ้นไป แล้วแต่ระยะทาง)
  • ส่งแบบ EMS (แบบด่วน ใช้เวลาประมาณ 1 – 3 วัน แล้วแต่ระยะทาง)
ซึ่งข้อแตกต่างหลักๆ ที่จำง่ายๆ ของทั้ง 2 แบบนี้ก็คือ แบบลงทะเบียนจะมีราคาถูกกว่าแบบ EMS , แบบ EMS จะมีระยะเวลาในการจัดส่งที่น้อยกว่าส่งแบบลงทะเบียน นอกจากนี้ยังมีข้อแตกต่างอื่นๆ แยกย่อยออกไปอีก แต่จะขอพูดถึงในโอกาสต่อไป
ซึ่งตัวอย่างราคาค่าจัดส่งที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มักจะตั้งไว้ เช่น ส่งแบบลงทะเบียนประมาณ 30 – 50 บาท , ส่งแบบ EMS ประมาณ 80 – 100 บาท เป็นต้น จากตัวเลขจะเห็นได้ว่าไม่แพงมาก แต่ถ้านำมารวมกันหลายๆ ครั้ง รับรองว่าเจอตัวเลขที่ตกใจอย่างแน่นอน
ดังนั้นก่อนเราจะซื้อสินค้าออนไลน์ในทุกครั้งควรเช็คเรื่องค่าจัดส่งให้ดี เพราะว่าเดี๋ยวนี้หลายๆ ร้านค้าออนไลน์ ก็มีบริการจัดส่งสินค้าให้เราฟรี หรือหากว่าร้านที่เราจะซื้อนั้นส่งไม่ฟรี ก็ขอให้ลองพูดคุยกับทางร้านดูว่าพอจะมีส่วนลดในค่าจัดส่งบ้างไหม เผื่อในบางครั้งหากคุณโชคดีก็จะได้ส่วนลดค่าจัดส่งไปก็ได้ ก็จะช่วยให้เราประหยัดเงินไปได้นั่นเอง
ค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย 2 อย่างที่เราพูดถึงในวันนี้ถือได้ว่าเป็นสิ่งใกล้ตัวในยุคออนไลน์นี้มากๆ เราจึงควรที่จะระมัดระวังในการใช้จ่ายทุกครั้งเพื่อที่เราจะไม่ต้องสิ้นเปลืองเงินโดยใช่เหตุ เพื่อที่เราจะได้ประหยัดเงินและนำเงินมาเก็บออมเพื่ออนาคตที่ดีของเรา

เคล็ดลับการเงิน