ประกันสังคม 3 ทางเลือกสำหรับคนประกอบอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "ไลฟ์สไตล์"

July 20, 2018


ประกันสังคม
รู้หรือไม่ว่า คนที่ประกอบอาชีพอิสระ (เช่น พ่อค้า แม่ค้า หาบเร่แผงลอย รับจ้างทั่วไป ฯลฯ) หรือฟรีแลนซ์ ที่ไม่มีนายจ้างประจำนั้น สามารถรับสวัสดิการคุ้มครองจากภาครัฐได้ด้วยการสมัคร ประกันสังคม มาตรา 40 ซึ่งประกันสังคมมาตรา 40 นี้เป็นสวัสดิการที่ภาครัฐต้องการให้ผู้ที่ไม่ได้เป็นมนุษย์เงินเดือน ได้มีสวัสดิการคุ้มครองตัวเอง ซึ่งเรียกว่าตอบรับกับในยุคนี้เป็นอย่างมากเลยทีเดียว เพราะหลายๆ คนนั้นก็เลือกที่จะประกอบอาชีพอิสระเป็นเจ้านายของตัวเอง เพราะด้วยความอิสระและเป็นการท้าทายความสามารถของตัวเองเป็นอย่างมาก รวมถึงหากทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดีก็สามารถเติบโตได้เท่าที่เราจะทำไหวเลยก็ว่าได้ โดยวันนี้ MoneyGuru.co.th จะพาไปดูรายละเอียดในส่วนนี้กันว่าเป็นอย่างไรบ้าง ใครที่ประกอบอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์ ตามมาดูกันได้เลย

ประกันสังคม 3 ทางเลือกสำหรับคนประกอบอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์

อย่างที่บอกในตอนต้นว่า ประกันสังคมมาตรา 40 นี้เป็นสวัสดิการที่ภาครัฐต้องการให้ผู้ที่ไม่ได้เป็นมนุษย์เงินเดือน ได้มีสวัสดิการคุ้มครองตัวเอง และในปัจจุบันนั้นผู้ที่จะเข้าระบบประกันสังคมมาตรา 40 มีทางเลือกถึง 3 ทาง ดังนี้

ทางเลือกที่ 1 จ่ายเงินสมทบ 100 บาท/เดือน (ผู้ประกันตนจ่ายเอง 70 บาท รัฐสนับสนุน 30 บาท)

ทางเลือกนี้ ผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิประโยชน์ 3 กรณี คือ
  • กรณีประสบอันตราย/เจ็บป่วย
  • กรณีทุพพลภาพ
  • กรณีเสียชีวิต
รายละเอียดของทางเลือกที่ 1 มีดังนี้
กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย
  • เรา (ผู้ประกันตนมาตรา 40 ) จะได้รับเป็นเงินชดเชยการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย กรณีที่ต้องนอนโรงพยาบาลอย่างน้อย 1 วัน จะได้รับเงินชดเชย 300 บาท/วัน สูงสุด 30 วัน/ปี
    • กรณีไม่ต้องนอนโรงพยาบาล แต่แพทย์สั่งให้หยุดงานและพักฟื้นที่บ้านตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป จะได้รับเงินชดเชยวันละ 200 บาท สูงสุด 30 วัน/ปี
    • แต่หากกรณีที่แพทย์สั่งหยุดงาน 1-2 วัน จะได้รับเงินชดเชยวันละ 50 บาท สูงสุด 3 ครั้ง/ปีอีกด้วย
  • ค่ารักษาพยาบาลสามารถใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพ (บัตรทอง) 30 บาท จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
กรณีทุพพลภาพ
  • จะได้รับเป็นเงินชดเชยการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพ ตั้งแต่ 500-1,000 บาท/เดือน เป็นระยะเวลา 15 ปี (โดยจำนวนเงินที่ได้รับต่อเดือนจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาจ่ายเงินสมทบก่อนกลายเป็นผู้ทุพพลภาพ)
กรณีเสียชีวิต
  • จะได้รับเงินค่าทำศพ 20,000 บาท และได้รับเงินสงเคราะห์อีก 3,000 บาท เมื่อจ่ายเงินสมทบก่อนเสียชีวิตครบ 60 เดือน

ทางเลือกที่ 2 จ่ายเงินสมทบ 150 บาท/เดือน (ผู้ประกันตนจ่ายเอง 100 บาท รัฐสนับสนุน 50 บาท)

ทางเลือกนี้ ผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิประโยชน์ 4 กรณี คือ
  • กรณีประสบอันตราย/เจ็บป่วย
  • กรณีทุพพลภาพ
  • กรณีชราภาพ (เงินบำเหน็จ)
  • กรณีเสียชีวิต
รายละเอียดของทางเลือกที่ 2 มีดังนี้
กรณีประสบอันตราย/เจ็บป่วย ,กรณีทุพพลภาพ ,กรณีเสียชีวิต
  • เรา (ผู้ประกันตนมาตรา 40) ที่อยู่ในทางเลือกที่ 2 จะได้รับสิทธิประโยชน์ในเรื่องของเงินชดเชยกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย เงินชดเชยกรณีทุพพลภาพ เงินค่าทำศพและเงินสงเคราะห์เมื่อเสียชีวิต เหมือนผู้ประกันตนที่อยู่ในทางเลือกที่ 1 ทั้งหมด แต่จะมีเพิ่มเติมในส่วนของ กรณีชราภาพ (เงินบำเหน็จ) เข้ามาซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
กรณีชราภาพ (เงินบำเหน็จ)
  • เรา (ผู้ประกันตนมาตรา 40) จะได้รับเป็นบำเหน็จเงินก้อน พร้อมผลตอบแทน (ดอกเบี้ย)
และหากเราต้องการมีเงินก้อนใช้ในยามเกษียณมากขึ้น เราสามารถเลือกจ่ายเงินสมทบเพิ่มได้ โดยสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท/เดือน

ทางเลือกที่ 3 จ่ายเงินสมทบ 450 บาท/เดือน (ผู้ประกันตนจ่ายเอง 300 บาท รัฐสนับสนุน 150 บาท)

ทางเลือกนี้ ผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิประโยชน์ 5 กรณี คือ
  • กรณีประสบอันตราย/เจ็บป่วย
  • กรณีทุพพลภาพ
  • กรณีชราภาพ (เงินบำเหน็จ)
  • กรณีสงเคราะห์บุตร
  • กรณีเสียชีวิต
รายละเอียดของทางเลือกที่ 3 มีดังนี้
กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย
  • เรา (ผู้ประกันตนมาตรา 40 ) จะได้รับเป็นเงินชดเชยการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย กรณีที่ต้องนอนโรงพยาบาลอย่างน้อย 1 วัน จะได้รับเงินชดเชย 300 บาท/วัน สูงสุด 90 วัน/ปี
    • กรณีไม่ต้องนอนโรงพยาบาล แต่แพทย์สั่งให้หยุดงานและพักฟื้นที่บ้านตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป จะได้รับเงินชดเชยวันละ 200 บาท สูงสุด 90 วัน/ปี
    • แต่หากกรณีที่แพทย์สั่งหยุดงาน 1-2 วัน จะได้รับเงินชดเชยวันละ 50 บาท สูงสุด 3 ครั้ง/ปีอีกด้วย
  • ค่ารักษาพยาบาลสามารถใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพ (บัตรทอง) 30 บาท จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
กรณีทุพพลภาพ
  • จะได้รับเป็นเงินชดเชยการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพ ตั้งแต่ 500-1,000 บาท/เดือน เป็นระยะเวลา 15 ปี (โดยจำนวนเงินที่ได้รับต่อเดือนจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาจ่ายเงินสมทบก่อนกลายเป็นผู้ทุพพลภาพ)
กรณีเสียชีวิต
  • จะได้รับเงินค่าทำศพ 40,000 บาท และได้รับเงินสงเคราะห์อีก 3,000 บาท เมื่อจ่ายเงินสมทบก่อนเสียชีวิตครบ 60 เดือน
กรณีชราภาพ (เงินบำเหน็จ)
  • เรา (ผู้ประกันตนมาตรา 40) จะได้รับเป็นบำเหน็จเงินก้อน พร้อมผลตอบแทน (ดอกเบี้ย) นอกจากนี้ หากว่าส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน เราจะได้รับเงินเพิ่มอีก 10,000 บาท
ส่วนกรณีสงเคราะห์บุตร (เฉพาะทางเลือกที่ 3)
  • เรา (ผู้ประกันตนมาตรา 40) จะได้รับเงิน 200 บาท/เดือน/บุตร 1 คน คราวละไม่เกิน 2 คน สามารถรับสิทธิได้ตั้งแต่บุตรแรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปี
สามารถอ่านเงื่อนไขการสมัครเพิ่มเติมได้ที่นี่ : คลิก
(ขอบคุณข้อมูลจาก: K-Expert,Kapook,สำนักงานประกันสังคม (sso.go.th))
อ่านบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม: ฟรีแลนซ์สมัครบัตรเครดิต ต้องทำอย่างไรบ้าง?
อ่านบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม: การเงินของฟรีแลนซ์ บริหารอย่างไรให้มีเงินพอใช้ทั้งเดือน
เมื่อรู้แบบนี้แล้วคนที่ประกอบอาชีพและฟรีแลนซ์ทั้งหลาย อย่าลืมที่จะสมัครเข้ารับสวัสดิการในส่วนนี้นะครับ เพราะสามารถช่วยเราให้เราประหยัดเงินได้พอสมควรเลยทีเดียวเมื่อเราเจ็บป่วยครับ แถมเงินสมทบที่เราจ่ายไปในแต่ละปีนั้น สามารถจะนำมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้อีกด้วย โดยใช้ใบเสร็จรับเงินที่จ่ายเงินสมทบเป็นหลักฐาน หรือขอหนังสือรับรองการชำระเงินสมทบจากสำนักงานประกันสังคมเพื่อประกอบการยื่นภาษีได้อีกด้วย

และทั้งหมดนี้ก็เป็นสิทธิประโยชน์ดีๆ ที่ทุกอาชีพควรรู้ ไม่เว้นแม้แต่ อาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์ นะครับ และก็ไม่ใช่แค่ภาครัฐที่มีสิทธิประโยชน์รองรับอาชีพอิสระเท่านั้น ไม่ว่าคุณจะขอ สินเชื่อส่วนบุคคล หรือ บัตรเครดิต ไม่จำเป็นต้องมีสลิปเงินเดือนก็สามารถทำได้ ให้ MoneyGuru.co.th ช่วยดูแลนะครับ

เคล็ดลับการเงิน

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน