บัตรคนจนรอบใหม่ เพิ่มสิทธิประโยชน์ ช่วยเหลือคนจนโดยเฉพาะ - MoneyGuru.co.th

บัตรคนจนรอบใหม่ เพิ่มสิทธิประโยชน์ ช่วยเหลือคนจนโดยเฉพาะ


คลังเก็บตก บัตรคนจนรอบใหม่ เพิ่มสิทธิประโยชน์ ช่วยเหลือคนจนโดยเฉพาะ เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์โดยตรงมากที่สุด โดยพิจารณาทั้งในเชิงพื้นที่และกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุม

สินเชื่อบุคคลเกียรตินาคินภัทร

บัตรคนจนรอบใหม่ เพิ่มสิทธิประโยชน์ ช่วยเหลือคนจนโดยเฉพาะ

บัตรคนจนรอบใหม่ เพิ่มสิทธิประโยชน์ ช่วยเหลือคนจนโดยเฉพาะ

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมมีข้อสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 กันยายน ให้กระทรวงการคลังทบทวนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการคนละครึ่ง โดยให้เสนอโครงการอื่น ๆ เข้ามาให้ที่ประชุมครม.พิจารณาและเห็นชอบ เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์โดยตรงมากที่สุด โดยพิจารณาทั้งในเชิงพื้นที่และกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุม

“ท่านนายกรัฐมนตรีสั่งการให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลังให้ไปทบทวนดูว่า อาจจะมีอะไรให้เพิ่มเติมได้หรือไม่ ที่เป็นประโยชน์กับประชาชน เช่น สิทธิประโยชน์อย่างอื่น ท่านนายกฯ ย้ำว่า บางคนยังตกหล่นเยอะมาก โดยเฉพาะบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ท่านนายกฯจึงให้ไปทบทวนและเร่งดำเนินการ โดยให้กระทรวงการคลังไปพิจารณาในรายละเอียด ซึ่งประชาชนต้องได้ประโยชน์มากกว่าเดิม”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมากระทรวงการคลังมีนโยบายลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ โดยมีเกณฑ์พิจารณารายได้เป็นรายครัวเรือน ประกอบด้วย สามี ภรรยา และบุตร รวมกันเฉลี่ยออกมาต้องไม่เกิน 1-1.2 แสนบาทต่อปี จากเดิมที่พิจารณาเป็นรายบุคคล โดยจะมีการให้สวัสดิการเพิ่มเติมในส่วนวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา จากร้านธงฟ้าประชารัฐ อีกคนละ 200 บาทต่อเดือน เป็น 400-500 บาทต่อเดือน

อย่างไรก็ตามจากการปรับครม.และเปลี่ยนตัวผู้ที่มาดำรงตำแหน่งรมว.คลัง จากสาเหตุนายปรีดี ดาวฉาย รมว.คลังในขณะนั้นลาออก โดยให้เหตุผลเพราะปัญหาสุขภาพ ทำให้การเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในวันที่ 26 กันยายน 2563 ต้องเลื่อนออกไป เป็นปลายปี 2564 หรือ ต้นปี 2564 และหลังจากนั้นก็เลื่อนการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่เรื่อยมา โดยให้เหตุผลว่า ติดปัญหาจากการแพร่ระบาดของโควิด 19 หลายระลอกที่ผ่านมา (ระลอกที่ 1 เมษายน 63 – ระลอกที่ 4 เมษายน 64) และต้องการนำงบประมาณไปกระตุ้นเศรษฐกิจโครงการอื่นก่อน เช่น โครงการคนละครึ่ง

เงื่อนไขการสมัครบัตรคนจน

  • ผู้สมัครต้องเป็น คนสัญชาติไทยที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
  • ผู้สมัครที่ว่างงาน หรือมีรายได้ส่วนบุคคลต้องไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
  • ผู้สมัครต้องไม่มีทรัพย์สินทางการเงิน เช่น เงินฝากธนาคาร, สลากออมสิน, สลาก ธ.ก.ส., พันธบัตรรัฐบาล และตราสารหนี้
  • ผู้สมัครถ้ามีทรัพย์สินทางการเงินดังข้างต้น จะต้องมีจำนวนรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 100,000 บาทเท่านั้น
  • ผู้สมัครต้องนำรายได้ต่อครัวเรือน นำมาประกอบการพิจารณาด้วย
  • ผู้สมัครใดมีรถยนต์ จะถูกนำมาพิจารณาประกอบ หากมีรถยนต์มากถึง 2-3 คัน ถือว่าไม่สมควรได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
  • ผู้สมัครที่มีหรือถือบัตรเครดิตอยู่ในมือ จะถูกนำมาพิจารณาประกอบ เพราะตามปกติคนที่มีบัตรเครดิตตามเงื่อนไขของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะต้องมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน เท่ากับว่า มีรายได้ต่อปีเกินกว่า 100,000 บาทต่อปี

เพิ่มเติมจากการที่ทางกระทรวงการคลังออกมาระบุว่า จะมีการปรับคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนบัตรฯ ใหม่ เพิ่มเติมคือ จะพิจารณาจากรายได้รวมทั้งครอบครัว หารด้วยจำนวนสมาชิกในครอบครัว ซึ่งต้องไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี โดยเกณฑ์การพิจารณารูปแบบใหม่นี้ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาและป้องกันผู้ที่ไม่มีรายได้หรือรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด แต่มีฐานะทางบ้านและครอบครัวดีเนื่องจากได้รับการเลี้ยงดูจากลูกหลาน หรือบุคคลอื่นๆในครอบครัว เพื่อที่จะได้ทราบว่าใครจนจริง ใครจนไม่จริง  สำหรับผู้ถือบัตรฯ อยู่แล้ว จะได้รับสวัสดิการขั้นพื้นฐานจากบัตรฯ อย่างต่อเนื่อง เช่น ค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค, ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และค่าก๊าชหุงต้ม โดยกระทรวงการคลังได้ของบประมาณในปีงบประมาณ 2564 ไว้อยู่แล้ว ดังนั้นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่ต้องกังวลว่า จะไม่ได้รับสิทธิ์ดังกล่าว

ในช่วงภาวะวิกฤตไวรัสโควิด-19แบบนี้  MoneyGuru ขอให้ทุกท่านรักษาสุขภาพและเป็นกำลังใจให้เราผ่านช่วงนี้ไปด้วยกัน ส่วนใครที่มองหาตัวช่วยเงินกู้สำหรับใช้ในการจับจ่ายใช้สอยที่ง่าย สะดวก และทำได้ที่บ้าน เรายังมีตัวช่วยสำหรับการ เปรียบเทียบสินเชื่อส่วนบุคคล หรือจะเป็นบัตรเครดิตอื่นๆ ให้เลือกใช้ เข้ามาเปรียบเทียบบัตรเครดิตได้ทุกวันที่ MoneyGuru นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อได้ทางช่องทาง LINE @MoneyGuruThailand รับรองว่าคุณจะได้คำแนะนำราคาเบี้ยประกันที่ดีที่สุดจากเรา

ไม่พลาดทุกเรื่องราวข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @MoneyGuruThailand
ที่มาประชาชาติธุรกิจ