นอนไม่หลับ อย่ากังวล เรามีตัวช่วยดี ๆ มาฝาก

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "ไลฟ์สไตล์"

August 18, 2017


นอนไม่หลับ

การ นอนไม่หลับ ถือเป็นความผิดปกติของการนอนอย่างหนึ่ง ซึ่งพบมากถึง 1 ใน 3 ของจำนวนประชากรทั้งหมด พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายในอัตราส่วนประมาณ 2 ต่อ 1 และจะพบบ่อยมากขึ้นไปตามอายุ ซึ่งการนอนไม่หลับนั้น หากเป็นเพียงครั้งคราว อาจจะไม่สร้างความลำบากอะไร แต่ถ้าหากเป็นติดต่อกันนาน ๆ รับรองว่าจะทำให้เกิดความหงุดหงิดรำคาญ และสามารถส่งผลต่อสุขภาพทั้งกายและใจได้เลยทีเดียว

นอนไม่หลับ เกิดจากอะไร?

การนอนไม่หลับอาจจะเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งสาเหตุที่เกิดจากความเจ็บป่วยไม่สบายทางกายที่มากกว่าปกติ เช่น โรคภูมิแพ้ หอบหืด ความดันโลหิตสูง ผู้ที่ต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อยกว่าปกติ ทั้งสาเหตุจากปัญหาทางด้านอารมณ์และจิตใจ เช่น ความเครียด ความกังวล อารมณ์เศร้า รวมไปถึงผู้ป่วยทางจิตเวช หรืออาจจะเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น การนอนในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยหรือที่เรียกกันว่า การแปลกที่, มีสิ่งรบกวนจากสภาพแวดล้อม เช่น แสงสว่าง กลิ่นเหม็น เสียงดัง หรือทำงานในสายอาชีพที่พักผ่อนไม่เป็นเวลา เป็นต้น
การนอนไม่หลับนั้น จะแบ่งออกได้เป็น 3 แบบ ได้แก่ 1. ประเภทหลับยาก คือ จะใช้เวลานานมากกว่าคนปกติทั่วไป จึงจะสามารถหลับได้สนิท บางคนอาจให้เวลาหลายชั่วโมง 2. ประเภทหลับไม่ทน คือ จะสามารถนอนหลับได้เหมือนคนทั่วไป แต่มักหลับไปได้ไม่นาน ชอบตื่นขึ้นมากลางดึกและไม่สามารถนอนหลับต่อไปได้อีก 3. ประเภทหลับ ๆ ตื่น ๆ คือ จะมีความรู้สึกเหมือนไม่ได้นอนตลอดทั้งคืน เพียงแค่เคลิ้มไปเป็นพัก ๆ แล้วก็ตื่นขึ้นมาอีก สลับกันไปแบบนี้ทั้งคืน

ผลเสียของการนอนไม่หลับ

การนอนไม่หลับ จะส่งผลทำให้ร่างกายได้รับการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอเกิดการเสื่อมโทรม เนื่องจากช่วงเวลาหลับคือช่วงเวลาที่ร่างกายซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอภายในต่าง ๆ ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าหรือง่วงนอนระหว่างวัน บานคนเมื่อนอนไม่หลับจะมีอาการปวดหัว ทำให้เกิดความเครียดเพิ่มมากขึ้น และส่งผลทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง หากเป็นในระยะยาวอาจจะทำให้เกิดเป็นโรคทางจิตเวช เช่น โรคซึมเศร้า เป็นต้น

การแก้ไขการนอนไม่หลับโดยไม่ต้องพึ่งยา

การแก้ไขการนอนไม่หลับโดยไม่ต้องพึ่งยานั้น สามารถทำได้มากมายหลายวิธี ดังต่อไปนี้
1. นอนหลับให้ตรงเวลาทุก ๆ วัน
2. หลีกเลี่ยงการนอนกลางวัน
3. งดสูบบุหรี่และสุรา
4. ลองปรับเปลี่ยนสภาพห้องนอนและการนอน เช่น ฟูกที่นอนจากแข็งเป็นนิ่ม หรือนิ่มเป็นแข็ง, ติดผ้าม่านกันแสงรบกวนจากภายนอก, ปรับเปลี่ยนอุณหภูมิให้อยู่ในระดับที่พอดี ไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป และสวมใส่เสื้อผ้าชุดนอนที่สบายไม่อึดอัด เป็นต้น
5. งดชาและกาแฟในช่วงมื้อเย็นและก่อนนอน เปลี่ยนเป็นดื่มเครื่องดื่มที่อาจช่วยในการนอนหลับ เช่น น้ำส้ม นมอุ่น เป็นต้น
6. อ่านหนังสือก่อนนอนสามารถช่วยให้หลับง่ายขึ้นได้
7. หลีกเลี่ยงการดูรายการโทรทัศน์ที่สร้างความตื่นเต้นมากเกินไปก่อนนอน
8. หลีกเลี่ยงการนอนให้ห้องที่มีแสงสว่างหรือเสียงรบกวนมากเกินไป โดยเฉพาะผู้ที่นอนไม่หลับประเภทหลับ ๆ ตื่น ๆ ที่สำคัญคือหลีกเลี่ยงการนอนหลับร่วมกับผู้ที่นอนกรน
9. หันมาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอทุกวัน ช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น เช่น เดินเร็ว ๆ ตอนเย็น หลังจากนั้นอาบน้ำอุ่นให้สบายตัว
10. การผ่อนคลายความตึงเครียดทางเพศ อาจจะช่วยให้นอนหลับดีขึ้น
11. หลีกเลี่ยงการพยายามนอนหลับมากเกินไป เพราะจะทำให้เกิดความเครียด ควรมุ่งเน้นความสนใจของตนเองไปยังสิ่งอื่น เช่น ทำกิจกรรมที่น่าเบื่อก่อนนอน หรือดูโทรทัศน์ เป็นต้น
12. ฝึกสมาธิ ฝึกกรรมฐาน เช่น การกำหนดลมหายใจเข้าออก อาจจะช่วยทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น

ข้อควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยานอนหลับ

สำหรับผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับอย่างรุนแรงจนต้องใช้ยานอนหลับ อาจจะมีผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นกับการใช้ยา และมีข้อควรระวังต่อผลข้างเคียงต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
1. อาจจะมีอาการง่วงซึม แม้จะตื่นนอนแล้ว จึงต้องระมัดระวังหากต้องขับรถ หรือต้องทำงานกับเครื่องยนต์เครื่องจักร
2. มีอาการลืมเหตุการณ์ระยะเวลาสั้น ๆ หลังจากใช้ยา เช่น เมื่อตื่นขึ้นมาแล้ว จำเหตุการณ์หลังจากกินยาเมื่อตอนก่อนนอนไม่ได้
3. ไม่ควรใช้ยานอนหลับติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะจะทำให้ดื้อยา และส่งผลให้ต้องเพิ่มขนาดขึ้นไปเรื่อย ๆ
4. หากใช้ยาในปริมาณสูง ๆ ติดต่อกันนาน ๆ อาจจะเกิดการติดยาได้ ควรหยุดยาทันที เมื่อรู้สึกว่าต้องเพิ่มปริมาณยาจึงจะสามารถนอนหลับได้
5. สตรีมีครรภ์ ในระยะครรภ์ 3 เดือนแรก ไม่ควรใช้ยานอนหลับ เพราะจะส่งผลต่อเด็กในครรภ์
6. สตรีที่ให้นมบุตรควรงดการให้นมบุตรในช่วงที่ใช้ยานอนหลับ
7. ไม่ควรดื่มสุราร่วมกับการรับประทานยานอนหลับ เนื่องจากยานอนหลับเป็นกลุ่มยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง ช่วยคลายความกังวล ระงับประสาท คลายกล้ามเนื้อทำให้สามารถหลับได้ เมื่อมารวมกับแอลกอฮอล์ที่มีฤทธิ์กดประสาท ในการกดระบบประสาทส่วนกลาง บางรายอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ซึ่งโดยทั่วไปมองดูคล้ายกับการฆ่าตัวตาย แต่ที่จริงนั้นเป็นการเสียชีวิตโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ นอกจากนี้ ผู้ที่รับประทานแอลกอฮอล์เป็นเวลานาน ๆ จะทำให้ร่างกายทนต่อยาระงับประสาท ทำให้ขนาดรับประทานยานอนหลับปกติจะใช้ไม่ได้ผล ต้องทานในขนาดที่มากกว่าปกติ โดยการทนต่อยาจะเพิ่มมากขึ้นจนในที่สุดขนาดรับประทานที่ได้ผลจะไปที่ขนาดเป็นอันตราย
จะเห็นได้ว่าการใช้ยานอนหลับนั้น มีผลข้างเคียงที่ค่อนข้างอันตราย ยิ่งผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และใช้ติดต่อกันไปนาน ๆ อาจจะทำให้ถึงแก่ชีวิตได้เลยทีเดียว ดังนั้น หากต้องการแก้ไขการนอนไม่หลับ ควรเลือกวิธีธรรมชาติแบบไม่ต้องพึ่งพายานอนหลับจะเป็นการดีที่สุดนะคะ หากคุณผู้อ่านท่านใดต้องการติดตามบทความสาระความรู้แบบนี้อีก อย่าลืมกด Subscribe เพื่อรับบทความดีดีทางอีเมลทุก ๆ สัปดาห์ หรือติดตามได้ที่ MoneyGuru.co.th Facebook Page ได้เลยค่ะ

เคล็ดลับการเงิน

สนับสนุนข้อมูล: คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน