ถูกหวยหรือได้รับรางวัล ต้อง เสียภาษี อะไรบ้าง?

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "สินเชื่อส่วนบุคคล,ไลฟ์สไตล์"

June 13, 2018


เสียภาษี
หวย ถือได้ว่าเป็นการเสี่ยงโชคที่อยู่คู่กับพวกเราคนไทยมาอย่างยาวนาน เรียกได้ว่ารู้จักกันทุกคนเลยก็ว่าได้ เพราะว่าคนทำงานอย่างพวกเรา ที่หวังจะรวยทางลัดก็มักจะเลือกเสี่ยงดวงกับหวยนี่แหล่ะ ซึ่งก็มีทั้งคนที่สมหวังและผิดหวัง ในส่วนของคนที่สมหวังนั้นก็ถูกรางวัลใหญ่น้อยตามแต่โชคของตัวเองกันไป แต่มีอยู่คำถามหนึ่งที่มักจะมาในตอนที่เราถูกหวยก็คือ หากถูกหวย ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง? ซึ่งส่วนนี้หลายๆ คนที่ชอบเล่นหวยอาจจะยังไม่รู้
วันนี้ MoneyGuru.co.th จึงจะมาแนะนำเรื่องของการถูกหวยหรือได้รับรางวัล ต้อง เสียภาษี อะไรบ้าง กัน เพื่อพวกเราที่มีโชคได้ถูกหวยหรือได้รับรางวัล จะได้ไม่ต้องมานั่งทุกข์ในภายหลังเมื่อโดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลังนั่นเอง ส่วนใครที่ยังไม่ถูกก็อ่านไว้ก่อนได้นะ เผื่อวันหน้าเราถูกจะได้รู้ว่าเราต้องทำอย่างไรบ้าง

ถูกหวยหรือได้รับรางวัล ต้อง เสียภาษี อะไรบ้าง?

การที่เราถูกหวย หรือ ได้รับรางวัลจากการชิงโชคต่างๆ นั้น รางวัลที่เราได้รับจะต้องมีการถูกเก็บภาษีด้วย โดยรูปแบบและอัตราของการเก็บภาษีนั้นจะแตกต่างกันไปตามประเภทรางวัล  ส่วนรางวัลแต่ละประเภทนั้นจะโดนเรียกเก็บอย่างไรบ้างไปดูกันในข้อต่อไปได้เลย
สรุปสั้นๆ – หากเราถูกหวยหรือได้รับรางวัลจากการชิงโชคต่างๆ เราจะถูกเก็บภาษีนะครับ

รางวัลแต่ละประเภทต้องเสียภาษีอย่างไรบ้าง?

รางวัลที่เราได้รับนั้นสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ได้แก่ สลากกินแบ่งรัฐบาล และ รางวัลจากการชิงโชคอื่นๆ โดยรายละเอียดของแต่ละแบบมีดังนี้

1.สลากกินแบ่งรัฐบาล

หากว่าเรานั้นถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล (แบบธรรมดา) เรา(ผู้ถูกรางวัล)จะโดนภาษี หัก ณ ที่จ่าย ทันทีเมื่อเราไปขึ้นเงิน ด้วยอัตรา 0.5% ของเงินรางวัล

1.1 สลากการกุศลชุดพิเศษ

แต่หากเราถูกสลากการกุศลชุดพิเศษ เรา(ผู้ถูกรางวัล)จะโดนภาษี หัก ณ ที่จ่าย ทันทีเมื่อเราไปขึ้นเงิน ด้วยอัตรา 1% ของเงินรางวัล
** โดยสลากทั้งสองแบบนี้ จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ทำให้เราไม่ต้องนำเงินรางวัลไปยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีอีก **
ตัวอย่างการคำนวณภาษี หัก ณ ที่จ่าย เมื่อถูกสลากกินแบ่งรัฐบาล
เรานั้นได้ถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นจำนวนเงิน 90 ล้านบาท เรา(ผู้ถูกรางวัล)จะโดนภาษี หัก ณ ที่จ่าย ทันทีเมื่อเราไปขึ้นเงิน ด้วยอัตรา 0.5% ของเงินรางวัล
  • ภาษี หัก ณ ที่จ่าย ที่เราต้องเสียคือ 450,000 บาท
  • เงินรางวัลที่เราจะได้หลังหักภาษีคือ 55 ล้านบาทนั่นเอง โดยที่เงินส่วนนี้จะไม่ต้องนำไปคิดภาษีเงินได้ประจำปี

2.เงินรางวัลจากการชิงโชคอื่นๆ

หากว่าเรานั้นโชคดีได้รับเงินรางวัลจากการชิงโชคแบบอื่นๆ เช่น ทายผลบอลโลก ตอบคำถามชิงโชค เป็นต้น  เรา(ผู้ถูกรางวัล)จะโดนภาษี หัก ณ ที่จ่าย ทันทีเมื่อเราไปขึ้นเงิน ด้วยอัตรา 5% ของเงินรางวัล รวมถึงต้องนำเงินรางวัลที่ได้รับมานี้ ไปรวมกับเงินได้ของเรา เพื่อยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีอีกด้วย เพราะเงินส่วนนี้ถือว่าเป็น เงินได้พึงประเมินประเภท 8 แห่งประมวลรัษฎากร หรือ มาตรา 40(8)
ตัวอย่างการคำนวณภาษี หัก ณ ที่จ่าย เมื่อถูกรางวัลชิงโชคต่างๆ
หากว่าเรานั้นถูกรางวัลชิงโชคจากการร่วมสนุกตอบคำถาม แล้วได้รับเงินรางวัลเป็นเงินสด 5 ล้านบาท เราจะโดนหักภาษี ณ ที่จ่ายดังนี้
  • เรา(ผู้ถูกรางวัล)จะโดนภาษี หัก ณ ที่จ่าย ทันทีเมื่อเราไปรับเงินรางวัลด้วยอัตรา 5% ของเงินรางวัล คิดเป็นเงินจำนวน 250,000 บาท
  • หลังจากนั้นก็นำเงินรางวัลของเราไปรวมเข้ากับรายได้อื่นๆ ของเรา เพื่อนำไปยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี ซึ่งจะมีการเก็บเป็นแบบอัตราขั้นบันไดตั้งแต่ 5% ไปจนถึง 35% ส่วนนี้จะขึ้นอยู่กับรายได้ของเรา โดยมีรายละเอียดดังนี้ครับ
อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาใหม่
  • เงินได้สุทธิต่อปี 0 ถึง 150,000 บาท- ได้รับการยกเว้น
  • เงินได้สุทธิต่อปี 150,001 ถึง 300,000 บาท- อัตราภาษี 5%
  • เงินได้สุทธิต่อปี 300,001 ถึง 500,000 บาท- อัตราภาษี 10%
  • เงินได้สุทธิต่อปี 500,001 ถึง 750,000 บาท- อัตราภาษี 15%
  • เงินได้สุทธิต่อปี 750,001 ถึง 1,000,000 บาท- อัตราภาษี 20%
  • เงินได้สุทธิต่อปี 1,000,001 ถึง 2,000,000 บาท- อัตราภาษี 25%
  • เงินได้สุทธิต่อปี 2,000,001 ถึง 5,000,000 บาท- อัตราภาษี 30%
  • เงินได้สุทธิต่อปีตั้งแต่ 5,000,001 บาท – อัตราภาษี 35%
แต่กรณีที่เงินรางวัล รวมกับรายได้สุทธิอื่นๆ แล้ว ไม่เกิน 150,000 บาท ซึ่งถือว่าต่ำกว่าเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีนี้เราสามารถยื่นขอคืนภาษีเพื่อขอคืนภาษี หัก ณ ที่จ่าย 5% ที่เราโดนหักไปคืนได้
รวมถึงเงินรางวัลจาการชิงโชค อนุญาตให้หักค่าใช้จ่ายได้ตามจริงเท่านั้น ไม่สามารถหักแบบเหมาจ่ายได้ และไม่สามารถนำค่าลดหย่อนในส่วนอื่นๆ มาหักได้ด้วย

ความผิดในกรณีที่ถูกรางวัล แล้วไม่ยอมยื่นภาษีมีอะไรบ้าง?

1.กรณีไม่ได้ยื่นแบบภาษีภายในเวลาที่กำหนด

  • เรา (ผู้ถูกรางวัล) จะต้องเสียเงินเพิ่ม 5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องจ่าย นับตั้งแต่วันที่ให้ยื่นแบบจนถึงวันชำระภาษี รวมถึงมีโทษปรับทางอาญาไม่เกิน 2,000 บาท

2.กรณีที่ยื่นเสียภาษีไม่ครบจำนวน

  • เรา (ผู้ถูกรางวัล) จะต้องเสียค่าปรับ 1-2 เท่าของจำนวนภาษีที่ต้องจ่ายทั้งหมด

3.หากว่าเรา (ผู้ถูกรางวัล) มีเจตนาที่จะไม่ยื่นแบบภาษีภายในกำหนด

  • จะมีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือจำคุกสูงสุด 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ

4.หากจับได้ว่าเรา (ผู้ถูกรางวัล) นั้นจงใจแจ้งข้อความเท็จ หรือแสดงหลักฐานเท็จเพื่อหนีภาษี

  • จะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000-200,000 บาท
(ขอบคุณข้อมูลจาก: กรมสรรพากร , Kapook)
อ่านบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม: อัตราภาษีใหม่ปี 2560 ต่างจากแบบเก่าอย่างไร มาดูกัน
อ่านบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม: วิธีคำนวณภาษีรถยนต์ แบบง่ายๆ ที่เราผู้ใช้รถควรรู้
เมื่อรู้แบบนี้แล้ว หากเราถูกรางวัลก็อย่าลืมทำให้ถูกต้องด้วยนะครับ เพื่อประโยชน์ของตัวเราเองครับ เพราะหากโดนค่าปรับขึ้นมาคงไม่คุ้มอย่างแน่นอน

เคล็ดลับการเงิน