ด่วน…!! สภาองค์กรของผู้บริโภคเตือนผู้ใช้รถยนต์ให้ควรเปลี่ยนถุงลมนิรภัย(Airbag)ให้กับรถยนต์ 8 ยี่ห้อ โดยจะทำการตรวจสอบสภาพ และเปลี่ยน Airbag ให้ฟรี เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน สำหรับ ถุงลมนิรภัย ในรุ่นไหนบ้างที่ต้องรีบส่งคืนศุนย์เพื่อเปลี่ยนโดยด่วน นั้นเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปตรวจสอบกันเลย…


ซื้อประกันรถยนต์รับบัตรเติมน้ำมันฟรี มูลค่า 1,000 บาท


ถุงลมนิรภัยเมื่อเร็วๆนี้ ทางเลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค เรียกร้องให้บริษัทรถยนต์ทั้ง 8 บริษัท ได้แก่ ฮอนด้า บีเอ็มดับบลิว นิสสัน โตโยต้า มิตซูบิชิ มาสด้า เชฟโรเลต และฟอร์ด ที่ได้มีการขายรถยนต์รุ่นต่างๆ ที่ติดตั้งถุงลมนิรภัยอันตรายยี่ห้อดังกล่าวในประเทศไทยมากว่าสิบปี เร่งดำเนินการเปลี่ยนถุงลมนิรภัยให้มีความปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นถุงลมนิรภัยขั้นตอนการตรวจสอบสามารถคลิกได้ที่ลิงค์นี้ www.checkairbag.com หรือที่รูปภาพด้านบน ทั้งนี้ หากผู้บริโภคนำรถรุ่นที่มีปัญหาไปเปลี่ยนถุงลมนิรภัยแต่ถูกเรียกเก็บเงิน หรือไม่สามารถเปลี่ยนสินค้าได้ สามารถร้องเรียนได้ที่ ไลน์สภาองค์กรของผู้บริโภค tccthailand โทรศัพท์ 02 239 1839 อีเมล complaint@tcc.or.th อินบ๊อกซ์เฟซบุ๊ก สภาองค์กรของผู้บริโภค หรือเว็บไซต์ www.tcc.or.th

ความสำคัญของ ถุงลมนิรภัย Air Bags

ระบบถุงลมนิรภัยในปัจจุบันนั้นมีหลายแบบ หลายตำแหน่ง เพื่อช่วยลดแรงกระแทกของผู้โดยสารกับตัวรถยนต์เมื่อเกิดอุบัติเหตุ แน่นอนว่ามันอาจจะไม่ทำให้คุณไม่ได้รับบาดเจ็บแบบ 100% แต่อย่างน้อยมันก็สามารถช่วยลดการบาดเจ็บหนัก ๆ แก่ผู้โดยสารได้ ซึ่งในรถยนต์รุ่นเก่า ๆ นั้น อาจจะยังไม่มีถุงลมนิรภัย ทำให้ค่อนข้างมีความเสี่ยงสูง แม้ว่าจะคาดเข็มขัดนิรภัยอยู่แล้วก็ตาม ดังวีดีโอคลิปจากสมาคมยานยนต์แห่งนิวซีแลนด์ (AA New Zealand) นี้

คลิปวีดีโอดังกล่าว รวบรวมการทดสอบความปลอดภัยจากการชนของ สถาบัน ANCAP และ Euro NCAP ซึ่งเผยให้เห็นว่ารถยนต์ที่ไม่มีถุงลมนิรภัย แม้ผู้ขับขี่จะคาดเข็มขัดนิรภัยก็ตาม สามารถสร้างความเสียหายเป็นอย่างมากหากเกิดอุบัติเหตุ เรียกง่าย ๆ ว่าแทบจะไม่มีโอกาสรอดชีวิตเลยด้วยซ้ำ ถุงลมนิรภัยจึงถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในรถทุกคัน ผู้ที่กำลังคิดจะซื้อรถใหม่ไม่ว่าจะมือหนึ่งหรือมือสอง จึงควรพิจารณาในเรื่องถุงลมนิรภัยเป็นพิเศษด้วยก่อนตัดสินใจซื้อ

ถุงลมนิรภัยมีแบบไหนบ้าง

โดยปกติ หากเป็นรถยนต์รุ่นพื้นฐาน ราคาไม่แพงมาก หรือเป็นรถเก่าในยุคเริ่มพัฒนาความปลอดภัย ถุงลมนิรภัยจะถูกติดตั้งอยู่ที่บริเวณพวงมาลัยรถยนต์ 1 ใบ ต่อมาจึงเริ่มพัฒนาเป็น 2 ใบ สำหรับที่นั่งข้างคนขับ ซึ่งจะถูกติดตั้งอยู่ที่บริเวณไต้คอนโซลหน้า ดังนั้นจึงไม่ควรนำสิ่งใด ๆ ไปติดตั้งที่บริเวณพวงมาลัย หรือบริเวณไต้คอนโซลหน้าอย่างเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้ถุงลมนิรภัยติดขัด ไม่สามารถทำงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ยิ่งสิ่งประดับต่าง ๆ ที่มีความแหลมคม จะยิ่งเป็นอันตรายเพราะอาจจะกระแทกผู้โดยสารขณะที่ถุงลมนิรภัยทำงานได้ นอกจากนี้ ในรถยนต์ที่มีราคาสูงขึ้นมาหน่อย ก็อาจจะมีถุงลมนิรภัยเพิ่มขึ้นมาเป็น 4 ใบ ในบริเวณด้านข้างเบาะ เพื่อป้องกันแรงชนจากด้านข้าง หรือ 6 ใบ มีด้านหลังเพิ่มเข้ามา และบริเวณกระจกประตูทั้งสองด้าน เรียกว่า Curtain Airbags ซึ่งช่วยปกป้องผู้โดยสารจากแรงปะทะด้านข้าง ถือว่ามีความปลอดภัยสูงขึ้นมากกว่ารถยนต์รุ่นทั่วไป

ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ถุงลมอาจจะไม่ทำงาน

บางคนอาจจะไม่ชอบคาดเข็มขัดนิรภัย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม จะเพราะอึดอัดเนื่องจากคุณเป็นคนที่มีรูปร่างใหญ่หรือเป็นคนท้อง หรือเป็นผู้ที่นั่งข้างคนขับที่โดยมากไม่ค่อยนิยมจะคาดเข็มขัดนิรภัยเท่าไหร่ (แต่ปัจจุบันมีกฎหมายบังคับใช้แล้ว ให้ผู้โดยสารทุกคนในรถต้องคาดเข็มขัดนิรภัย) ทำให้หากเกิดอุบัติเหตุจะมีอันตรายมากยิ่งขึ้น เพราะนอกจากจะไม่มีเข็มขัดนิรภัยช่วยยึดคุณไว้กับเบาะแล้ว ที่แย่กว่าคือหากถุงลมนิรภัยทำงาน มันจะส่งผลร้ายหนักมากคือ “แรงปะทะบวก” เพราะตัวคุณจะกระเด็นไปอย่างไร้ทิศทาง และไปกระแทกกับถุงลมนิรภัยที่พองตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีความรุนแรงทวีคูณทำให้อาจจะเสียชีวิตได้

ในปัจจุบัน บริษัทประกันภัยจึงปรับระบบใหม่ ทำให้เมื่อไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ถุงลมนิรภัยก็จะไม่ทำงาน เพื่อไม่ให้เกิดแรงปะทะบวกดังที่กล่าวมานั่นเอง และแน่นอน หากไม่มีเครื่องป้องกันอย่างเข็มขัดและถุงลมนิรภัย คุณอาจจะบาดเจ็บรุนแรงถึงขั้นพิการหรือเสียชีวิต ดังนั้น ผู้ที่ใช้ตัวเสียบแป้นเข็มขัดนิรภัยหลอก ๆ โดยที่ไม่คาดเข็มขัดนิรภัยจริง ๆ จึงยังมีความเสี่ยงอยู่ แม้ว่าจะขับรถยนต์รุ่นใหม่ มีเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยก้าวล้ำมากแค่ไหน ก็คงไม่ช่วยอะไรเลย

ถุงลมไม่ได้ทำงานทุกครั้งที่เกิดการชน

บางท่านเคยประสบอุบัติเหตุ แต่ถุงลมนิรภัยดันไม่ทำงานเสียอย่างนั้น ถูกต้องแล้วค่ะ ถุงลมนิรภัยไม่ได้ทำงานทุกครั้งที่รถชน สาเหตุเนื่องจากว่าอุบัติเหตุนั้น ไม่ได้รุนแรงมากถึงขั้นที่จะต้องใช้ถุงลมนิรภัยให้เสียเปล่านั่นเอง ซึ่งมีผู้ใช้รถใช้ถนนที่ประสบอุบัติเหตุ แต่ตัวคนไม่ได้เป็นอะไรมากเลย ออกมาโวยวายร้องเรียนบริษัทรถยนต์อยู่บ่อย ๆ ดังนั้น อย่าเพิ่งไปรีบใช้ถุงลมนิรภัยเมื่อไม่จำเป็นเลยค่ะ เก็บเอาไว้ใช้เมื่อประสบอุบัติเหตุร้ายแรงมาก ๆ ที่ทำให้ผู้โดยสารในรถมีอันตรายถึงชีวิตจริง ๆ ดีกว่า ถึงครานั้นจะได้ไม่เสียดายถุงลมนิรภัย

สุดท้ายนี้สิ่งที่สำคัญที่สุด หากมีสัญญาณไฟถุงลมนิรภัยที่หน้าปัดแจ้งเตือนขึ้นมา คุณควรที่จะรีบส่งเข้าศูนย์เพื่อตรวจเช็กโดยด่วน เพราะมันแสดงว่าถุงลมนิรภัยกำลังมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้น หากมีอุบัติเหตุถุงลมนิรภัยอาจจะทำงานไม่ปกติหรือไม่ทำงานเลย ทำให้คุณเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ นอกจากถุงลมนิรภัย ประกันรถยนต์ก็เป็นส่วนสำคัญของคนมีรถนะคะ หากคุณผู้อ่านท่านใดกำลังมองหาประกันรถยนต์ ติดต่อ MoneyGuru.co.th ได้เลยค่ะ เรามีเครื่องมือเปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์ที่ใช้งานง่าย สะดวก รวดเร็ว ช่วยให้คุณประหยัดเวลาในการเปรียบเทียบราคาได้มากเลยทีเดียว

ซื้อประกันรถยนต์รับบัตรเติมน้ำมันฟรีที่ MoneyGuruก่อนจากกันให้เราคุ้มครองรถยนต์ของคุณ มั่นใจ ไร้กังวล ด้วยประกันรถยนต์ที่ดีที่สุดจากบริษัทประกันภัยชั้นนำของประเทศไทย  เมื่อคุณเลือกเปรียบเทียบข้อเสนอประกันรถยนต์กับเรา MoneyGuru.co.th  พิเศษทำประกันรถชั้น 1  รับทันทีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 1,000 บาท ❗ เพียงแค่ท่านลงทะเบียนซื้อประกันกับ MoneyGuru ที่ลิงค์นี้ : https://bit.ly/3MMTfgI สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมทักมาที่ โทร. 02-653-0020ไม่พลาดทุกเรื่องราวข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @MoneyGuruThailan