ตกงานกะทันหัน ทำอย่างไรดี


กับยุคที่เศรษฐกิจชะลอตัว ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้น โรคระบาดมาทักทาย หลายธุรกิจต้องปิดตัวลง รวมถึงหาวิธีต่างๆ มาเป็นมาตรการในการลดค่าใช้จ่าย เพราะทนกับพิษเศรษฐกิจไม่ไหวแล้ว ถ้าต้อง ตกงานกะทันหัน ควรทำอย่างไรดี

นับตั้งแต่กลางปี 2563 จนถึงตอนนี้กลางปี 2564 แล้ว เชื่อว่าช่วงเวลานี้น่าจะเป็นช่วงเวลาที่เราเห็นข่าวคราวบริษัทจำต้องปิดตัวลง และมีการเลย์ออฟพนักงานกันมากที่สุดช่วงนึงในรอบ 10 ปี

สำหรับคนที่ต้อง ตกงานกะทันหัน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม ตอนนี้กำลังท้อใจมากแค่ไหน เราอยากขอให้คุณสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วหันมาตั้งสติใหม่อีกครั้ง กับ 7 แนวทางที่ควรทำเพื่อเดินหาทางออกให้กับการ ตกงานกะทันหัน

ตกงานกะทันหัน

ตกงานกะทันหัน รีบแจ้งประกันสังคม

สิ่งแรกที่คุณต้องทำทันทีหากคุณตกงาน คือการลงทะเบียนผู้ว่างงานกับประกันสังคมเพื่อรับเงินชดเชยรายเดือน เพราะระยะเวลาการลงทะเบียนนั้นจะต้องดำเนินการภายใน 30 วันหลังจากตกงานเท่านั้น จึงถือเป็นสิ่งแรก ๆ ที่คุณควรจะต้องทำเมื่อคุณตกงาน โดยผู้ที่ได้รับสิทธินั้นจะต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน และต้องตกงานโดยไม่มีความผิดตามกฎหมาย เช่น ลาออก ถูกเลิกจ้าง หรือหมดสัญญาจ้าง โดยคุณต้องสามารถไปรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่สำนักจัดหางานอย่างน้อยที่สุดเดือนละ 1 ครั้ง

ส่วนสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับนั้นก็จะแตกต่างกันไปแล้วแต่กรณีการว่างงานของคุณ ในกรณีการถูกเลิกจ้างจะได้รับเงินชดเชยการว่างงานเป็นระยะเวลาไม่เกินปีละ 180 วัน ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย โดยคำนวณจากฐานเงินสมทบขั้นต่ำเดือนละ 1,650 บาท และฐานเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท (สูงสุดไม่เกิน 7,500 บาทต่อเดือน)

ส่วนในกรณีลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง จะได้รับเงินทดแทนเป็นระยะเวลาไม่เกินปีละ 90 วัน ในอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้างเฉลี่ย โดยคำนวณจากฐานเงินสมทบขั้นต่ำเดือนละ 1,650 บาท และฐานเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท (สูงสุดไม่เกิน 7,500 บาทต่อเดือน)

รวบรวมเงินที่มีทั้งหมด เพื่อจัดระเบียบค่าใช้จ่าย

เมื่อรายงานตัวกับประกันสังคมเรียบร้อย ก็ต้องมาดูว่าเงินที่คุณมีอยู่ทั้งหมดเป็นเท่าไหร่ เงินก้อนนี้ ควรรวมไปถึงเงินเดือนเดือนสุดท้ายที่คุณได้รับ รวมถึงเงินชดเชยซึ่งได้เป็นค่าตกใจจากบริษัทในกรณีถูกเลิกจ้าง และเงินที่ได้รับจากประกันสังคมกรณีว่างงาน เงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และอื่น ๆ ถ้ามี เพื่อที่จะได้รู้ว่ามีเงินสำรองในช่วงที่ยังไม่มีรายได้เข้ามาอยู่เท่าไหร่

ทีนี้ เมื่อไม่มีรายได้แต่ยังมีค่าใช้จ่ายรายเดือนอยู่ จึงควรจัดระเบียบการใช้จ่ายให้ดี แบ่งย่อยรายจ่ายที่จำเป็น และรายจ่ายที่สามารถตัดหรือลดทอนออกไปได้ เพื่อคุมการใช้จ่ายเงินให้ดีและเป็นระเบียบมากขึ้น

  • ค่าใช้จ่ายที่จำเป็น คือค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเป็นประจำ เช่น ค่าผ่อนหรือเช่าบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าน้ำ ค่าไฟ ฯลฯ
  • ค่าใช้จ่ายที่สามารถตัดหรือลดทอนออกไปได้ เช่น หนี้บัตรเครดิต แพ็กเกจค่าโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต กาแฟสด รายการตัดบัตรเครดิตอัตโนมัติ เป็นต้น

เพราะในส่วนของค่าใช้จ่ายที่ลดทอนออกไปได้ ขอให้รีบจัดการทันที โดยเฉพาะการเป็นหนี้บัตรเครดิต หากเป็นหนี้ในวงเงินที่ไม่สูงมาก ควรนำเงินไปโปะปิดหนี้ หรือติอต่อธนาคารเพื่อหาวิธีพักชำระหนี้ให้รัดกุมที่สุด เพื่อไม่ให้หนี้สินจากดอกเบี้ยบัตรเครดิตเพิ่มขึ้นโดยใช่เหตุ

จากนั้น หันมาจัดระเบียบค่าใช้จ่ายรายเดือนที่มีอยู่ ดูว่าแต่ละวันใช้จ่ายเท่าไร คิดรวมต่อเดือนแล้วเป็นยังไง ยังมีค่าใช้จ่ายอะไรที่งดเว้นได้อีก จุดนี้ถ้ามีค่าใช้จ่ายอะไรที่ตัดได้ ตัดออกไปให้หมดก่อน ไว้ถ้ามีรายได้ที่ดีขึ้น ค่อยให้รางวัลกับตัวเองทีหลัง

ส่วนถ้าเล็งว่าจะหาทำอาชีพเสริม อย่าลืมแบ่งเงินส่วนนี้ออกมาไว้สำหรับการเริ่มต้นเล็กๆ ของคุณด้วย จำไว้ว่า ยุคนี้ขายของออนไลน์ ไม่จำเป็นต้องใช้ทุนมากมาย ขอแค่ศึกษาตลาดและแหล่งที่มาของสินค้าดีๆ

ตกงานกะทันหัน ขอชำระแค่ดอกเบี้ยบัตรฯ ได้

กรณีเป็นหนี้บัตรเครดิตค่อนข้างสูง แล้วคำนวณดูแล้วว่า ถ้าเอาเงินที่มีอยู่ไปโปะออก จะไม่คุ้มและทำให้กระเทือนกับรายจ่ายที่ควรเก็บไว้เพื่อสำรองจ่าย แต่พื่อลดภาระค่าใช้จ่ายต่อเดือน และรักษาเครดิตของตัวเอง ขอให้รีบติอต่อธนาคารหรือบัตรเครดิต เพื่อแจ้งถึงปัญหาและสภาวะทางการเงินของเรา พร้อมแสดงความจำนงขอจ่ายเพียงดอกเบี้ยไปก่อน

เทียบค่าใช้จ่ายกับจำนวนเงินที่มีอยู่

พอจัดระเบียบการเงินได้แล้ว เราจะรู้ว่า เงินที่เรามีเหลืออยู่ทั้งหมดนี้ จะมีพอใช้เป็นค่าใช้จ่ายออกไปอีกกี่เดือน ในช่วงที่ว่างงาน จะได้วางแผนการใช้จ่ายให้มีสภาพคล่องขึ้น

หาเรียนฟรีทางออนไลน์เพิ่มเติม

ทุกวันนี้มีคอร์สเรียนออนไลน์ที่ให้เปิดโอกาสให้คุณสามารถหาความรู้ใหม่ๆ ได้ฟรี ทั้งในและต่างประเทศ ที่คุณสามารถสมัครใช้บริการเอาไว้เสริมทักษะใหม่ๆ ให้ตัวเองสำหรับการเริ่มต้นใหม่ครั้งถัดไปได้ เราจึงขอแนะนำให้คุณลองหาข้อมูลดูว่า ในสายงานที่คุณอยากไปต่อ มีอะไรที่คุณยังพัฒนาตัวเองได้อยู่ จะได้ใช้เวลาในช่วงที่ว่างงานนี้ให้เกิดประโยชน์ขึ้นอีกนิด ไม่ว่างจนเกิดความฟุ้งซ่าน

อย่าเปิดเว็บไซต์สมัครงานทั้งวัน

อย่าลืมว่า สุขภาพกายและใจเป็นสิ่งสำคัญเสมอ ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะเปิดเว็บไซต์สมัครงานทั้งวัน เพราะมันมีแต่จะเพิ่มความเครียดและความกดดันให้คุณเสียเปล่าๆ ทางที่ดี พยายามจัดสรรการแบ่งเวลาการใช้ชีวิตในแต่ละวันให้เป็นระบบ คล้ายๆ กับตอนที่คุณต้องตื่นเช้าไปทำงานก็ได้ เช่น ตื่นมาออกกำลังกาย ทำความสะอาดบ้าน เปิดเว็บไซต์หางานช่วงบ่ายสัก 1 – 2 ชั่วโมง แล้วเปลี่ยนไปศึกษาตลาดหาทำอาชีพเสริม จากนั้นผ่อนคลายตัวเองด้วยคลิปตลกๆ ในยูทูป หาเรียนออนไลน์ช่วงหัวค่ำ หรือจะสวดมนต์ก็ได้ ลองจัดระเบียบแบบนี้ดู เผื่อจะช่วยให้คุณคลายกังวลใจลงไปได้บ้าง

ตกงานกะทันหัน หาแนวทางสร้างรายได้ 

อย่าปล่อยเวลาในช่วงตกงานให้เปล่าประโยชน์ ลองมองหาช่องทางทำอาชีพเสริมไว้ก็ดี คุณอาจเริ่มต้นจากความสนใจที่ตัวเองชอบ แล้วลองศึกษาตลาดดูว่า คนอื่นเขาขายออนไลน์กันยังไง แบ่งเงินก้อนเล็กๆ ไว้สำหรับลงทุนสักก้อน จะหลักพันหรือหมื่นต้นๆ ก็ได้ ดีกว่าปล่อยเวลาให้ผ่านไปเฉยๆ

เพราะอาชีพเสริมรายได้ทุกวันนี้ ถ้าทำแล้วต่อยอดไปได้ดี การ ตกงานกะทันหัน อาจเป็นเรื่องพลิกชีวิตที่ทำให้คุณได้พบทางออกที่ใช่ และไม่ต้องกลับไปเป็นมนุษย์เงินเดือนอีกเลยก็ได้