ช้อปดีมีคืน ใช้บัตรเครดิตช้อปก็ลดหย่อนภาษีได้

โดย MoneyGuru.co.th, ในหมวดหมู่ "บัตรเครดิต,ไลฟ์สไตล์"

December 17, 2020


ช้อปดีมีคืน เข้าสู่โครงการนี้มานานพอสมควรแล้ว มีใครเริ่มใช้สิทธิโครงการนี้กันบ้างหรือยัง ไม่ว่าจะช้อปแบบไหนก็อย่าลืมขอใบกำกับภาษีมาไว้เพื่อขอคืนเงินภาษีประจำปี 2563 นะ แล้วรู้หรือไม่ว่าใช้บัตรเครดิตช้อปปิ้งได้นะ ช้อปดีมีคืน ใช้บัตรเครดิตช้อปก็ลดหย่อนภาษีได้

ช้อปดีมีคืน ใช้บัตรเครดิตช้อปก็ลดหย่อนภาษีได้

ช้อปดีมีคืน

อ่านเพิ่มเติม : รวมบัตรเครดิตผ่อนไอโฟน 12 มีบัตรไหนบ้างต้องมาดู

ช้อปดีมีคืน 2563 ใครได้สิทธิ์บ้าง

มาตรการช้อปดีมีคืน เป็นมาตรการรัฐที่ให้ประชาชนได้สิทธิประโยชน์ในการคืนภาษี ผู้มีเงินได้ซี่งมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่ไม่รวมถึงห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล สามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีจากค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการในประเทศ ได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน โดยผู้ที่ได้ประโยชน์จากมาตรการช้อปดีมีคืน 2563 นี้ จะต้องเป็นผู้ที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2563 ที่จะยื่นแบบภาษีในต้นปี 2564 

สำหรับคนที่ไม่มีรายได้ หรือมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี หรือมีรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษีแต่มีค่าลดหย่อนอื่นๆ ที่ช่วยให้ไม่ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว จะไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้ เพราะไม่ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว 

ส่วนผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิ จะเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือเป็นผู้ใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งไปแล้ว และสำหรับสิทธิช้อปดีมีคืนสามารถใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2563 

สินค้าและบริการที่ใช้สิทธิช้อปดีมีคืนได้

สินค้าและบริการที่สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้นั้น ต้องเป็นสินค้าและบริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และต้องซื้อสินค้าและรับบริการจากร้านค้าที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่น ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เกต ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหารที่จดทะเบียน VAT หรือร้านค้าทั่วไปที่ออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปที่มีชื่อและข้อมูลของผู้ซื้อสินค้าหรือรับบริการได้ 

หนังสือและสิ่งพิมพ์ทุกประเภท (ยกเว้นนิตยสารและหนังสือพิมพ์) รวมทั้ง e-Book เพื่อเป็นการส่งเสริมให้คนไทยรักการอ่านมากขึ้น โดยต้องซื้อจากร้านที่เป็นบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล และสามารถออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปที่มีชื่อและข้อมูลของผู้ซื้อสินค้าหรือรับบริการหรือใบเสร็จรับเงินซึ่งมีรายการตามที่กรมสรรพากรกำหนด และมีชื่อและข้อมูลของผู้ซื้อสินค้าหรือรับบริการได้ 

สินค้าโอทอป (OTOP) ต้องเป็นสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ที่ได้ลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชนแล้ว และมีหลักฐานเป็นใบเสร็จรับเงินซึ่งมีรายการตามที่กรมสรรพากรกำหนด และมีชื่อและข้อมูลของผู้ซื้อสินค้า หรือใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปที่มีชื่อและข้อมูลของผู้ซื้อสินค้า และระบุว่าเป็นรายการซื้อสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์  

สินค้าและบริการบางประเภทที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ ช้อปดีมีคืน เช่น

  • สุรา เบียร์ และไวน์
  • ยาสูบ
  • น้ำมันและก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ
  • รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเรือ
  • หนังสือพิมพ์และนิตยสาร และค่าบริการหนังสือพิมพ์และนิตยสารที่อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต
  • บริการจัดนำเที่ยว
  • ที่พักในโรงแรม

นอกจากนี้ สินค้าหรือบริการบางประเภทที่ไม่ได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 7% อยู่แล้ว ก็จะไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ เช่น

  • ผัก-ผลไม้สดที่ยังไม่ได้แปรรูป
  • เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อปลา
  • ทองคำแท่ง
  • ค่ารักษาพยาบาล
  • ค่าทำศัลยกรรม
  • สินค้าและบริการที่ไม่สามารถใช้สิทธิช้อปดีมีคืนได้
moneyguruwebboard

โครงการนี้จะได้รับเงินคืนเท่าไหร่?

วงเงินสูงสุดที่จะคืนภาษีนั้นสูงถึง 30,000 บาท แต่ไม่ได้หมายความว่าจะนำมาลดภาษีได้ 30,000 บาททั้งหมด เพราะต้องนำไปคำนวณภาษีตามขั้นภาษีที่เราเสียอยู่ก่อน ซึ่งอัตราภาษีแบ่งเป็นขั้นตามรายได้สุทธิ แต่ถ้าใครที่มีรายได้ต่อปีไม่เกิน 150,000 ไม่ต้องเสียเวลาไปรอคิวใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ เพราะคุณอยู่ในเกณฑ์ที่ได้รับการยกเว้นภาษีอยู่แล้ว

  • 0-150,000 บาท ได้รับการยกเว้นภาษี ไม่ได้สิทธิ์คืนภาษี จากโครงการช้อปดีมีคืน 
  • 150,001-300,000 บาท อัตราภาษี 5% หากช้อปเต็มจำนวน 30,000 บาท มีสิทธิ์คืนภาษีสูงสุด 1,500 บาท 
  • 300,001-500,000 บาท อัตราภาษี 10% หากช้อปเต็มจำนวน 30,000 บาท มีสิทธิ์ได้คืนภาษีสูงสุด 3,000 บาท
  • 500,001-750,000 บาท อัตราภาษี 15% หากช้อปเต็มจำนวน 30,000 บาท มีสิทธิ์ได้คืนภาษีสูงสุด 4,500 บาท
  • 750,001-1,000,000 บาท อัตราภาษี 20% หากช้อปเต็มจำนวน 30,000 บาท มีสิทธิ์ได้คืนภาษีสูงสุด6,000 บาท
  • 1,000,001-2,000,000 บาท อัตราภาษี 25% หากช้อปเต็มจำนวน 30,000 บาท มีสิทธิ์ได้คืนภาษีสูงสุด7,500 บาท
  • 2,000,001-5,000,000 บาท อัตราภาษี 30% หากช้อปเต็มจำนวน 30,000 บาท มีสิทธิ์ได้คืนภาษีสูงสุด 9,000 บาท
  • 5,000,001 บาทขึ้นไป อัตราภาษี 35% หากช้อปเต็มจำนวน 30,000 บาท มีสิทธิ์ได้คืนภาษีสูงสุด 10,500 บาท

หลักฐานที่ต้องใช้ในการเคลมสิทธิช้อปดีมีคืน

“ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบ” 

  1. ต้องมีคำว่า “ใบกำกับภาษี” ในที่ที่เห็นได้ชัดเจน เด่นชัด
  2. ต้องมี ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการ จดทะเบียนที่ออกใบกำกับภาษี และในกรณีที่ตัวแทนเป็นผู้ออกใบกำกับภาษีในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียน ตามมาตรา 86 วรรคสี่ หรือมาตรการ 86/2 หรือผู้ทอดตลาดเป็นผู้ออกใบกำกับภาษีในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียน ตามมาตรา 86/3 ให้ระบุชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของตัวแทนนั้นด้วย
  3. ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ
  4. หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี และหมายเชขลำดับของเล่ม (ถ้ามี)
  5. ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ
  6. จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ โดยให้แยกออกจากมูลค่าของสินค้า และหรือของบริการให้ชัดแจ้ง
  7. วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี

“ใบเสร็จรับเงิน”

ใบเสร็จรับเงิน (ในกรณีที่ซื้อสินค้าจากผู้ขายที่ไม่จดทะเบียน VAT) ต้องมีลักษณะสำคัญ ดังนี้

  1. เลขประจําตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ขาย
  2. ชื่อหรือยี่ห้อของผู้ขาย
  3. เลขลําดับของเล่มและใบเสร็จรับเงิน
  4. วันเดือนปีที่ออกใบเสร็จรับเงิน
  5. ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ และเลขประจําตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ซื้อ
  6. ชนิด ชื่อ จํานวน และราคาสินค้าที่ซื้อ
  7. จํานวนเงิน

ใช้บัตรเครดิตซื้อของแล้วใช้สิทธิ ช้อปดีมีคืน ได้หรือไม่?

ในส่วนของวิธีการชำระเงินนั้น ไม่ว่าคุณจะชำระค่าสินค้าและบริการด้วยวิธีใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการชำระด้วยเงินสด บัตรเดบิต บัตรเครดิต หรือผ่านระบบไอแบงกิ้งหรือเอ็มแบงกิ้ง หรือแม้กระทั่งโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร เพราะไม่ได้มีการกำหนดไว้ว่าจะต้องชำระด้วยเงินสด เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะชำระค่าสินค้าและบริการด้วยวิธีใดก็ตาม ก็สามารถนำมาใช้สิทธิ ช้อปดีมีคืน ได้ทั้งหมด แต่จะต้องเก็บเอกสารทั้งหมดให่ครบถ้วนเท่านั้น 

ถ้าถามว่าเลือกบัตรเครดิตแบบไหนดี ก็ต้องตอบว่าเลือกบัตรเครดิตให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ให้มากที่สุด จะทำให้การจับจ่ายใช้สอยคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น เนื่องจากแต่ละธนาคารก็ออกบัตรครดิตออกมามากมายหลายประเภทให้เลือกใช้กันอยู่แล้ว ดังนั้นก่อนที่จะทำบัตรเครดิตสักใบ MoneyGuru อยากให้ทุกคนเปรียบเทียบบัตรเครดิตให้แน่ใจก่อน เพื่อที่จะได้ตัดสินใจทำบัตรเครดิตที่ใช่กับไลฟ์สไตล์ของคุณมากที่สุด

ใครที่ยังไม่มีบัตรเครดิต MoneyGuru ขอแนะนำให้ท่านมีไว้สักใบ แต่ก่อนตัดสินใจเลือกใบไหนควรเข้ามาเปรียบเทียบบัตรเครดิตเพื่อค้นหาบัตรเครดิตที่ใช่สำหรับคุณ โดยสามารถค้นหาได้ที่นี่เลย

เปรียบเทียบบัตรเครดิตครบทุกธนาคาร

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน