อยากมี ครอบครัวใหญ่ จัดการการเงินอย่างไร

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "ไลฟ์สไตล์"

October 9, 2014


อยากมี ครอบครัวใหญ่ จัดการการเงินอย่างไร

419606_more_pesok_plyazh_semya_deti_paren_devushka_nebo_l_1680x1050_(www.GdeFon.ru)

เตรียมการใหญ่ ต้องใจถึง บางอย่างก็ต้องแลก!

อาจจะถึงเวลาแล้วที่คุณต้องบันทึกความเคลื่อนไหวทางการเงินในครอบครัวอย่างชัดเจน ว่ามีรายรับใดบ้าง ค่าใช้จ่ายใดบ้าง จำเป็นหรือไม่จำเป็น หากคุณต้องการมีบุตรเพิ่ม สิ่งที่คุณต้องการหาซื้อเพื่อความสุขส่วนตัว แต่ไม่จำเป็น อย่างเช่น เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ดินเนอร์ราคาแพง หรือ ทริปยุโรปสุดเก๋ คุณอาจจะต้องล้มเลิกความคิดเหล่านั้นไปเสียก่อน กล่าวคือ คุณอาจจะต้องลดระดับ Lifestyle ของคุณลงมาจากเดิมนั่นเอง

ควรใช้เวลาเตรียมตัวประมาณเท่าไหร่!

การเตรียมตัวเป็นเรื่องที่สำคัญ ที่ใครหลายคนมักมองข้าม โดยเฉพาะเรื่องการเงิน ซึ่งคู่สามีภรรยา ควรใช้เวลาในการคิดหาตอบกับคำถามสำคัญๆ ก่อนที่จะตัดสินใจมีบุตร อย่างเช่น หากคนหนึ่งทำงาน อีกคนหนึ่งอยู่บ้านเพื่อเลี้ยงลูก จะทำให้รายได้รวมทั้งหมดพอค่าใช้จ่ายหรือไม่ และถ้าหากทำงานกันทั้งสองคน จะรับกับค่าใช้จ่ายในการจ้างพี่เลี้ยงมาดูแลลูกได้หรือไม่ เพราะค่าใช้จ่ายด้านนี้มีราคาค่อนข้างแพง เพื่อเเลกกับคุณภาพลูกจ้างที่สามารถไว้ใจได้ เป็นต้น ซึ่งเคล็ดลับที่สำคัญในเรื่องนี้คือ “Be realistic about what is affordable” หรือ ต้องตัดสินใจทุกอย่างบนพื้นฐานของความเป็นจริงว่าเรามีสถานะทางการเงินแค่ไหนนั่นเอง

หนี้สินที่มี ก็ควรจัดการให้หมดก่อน!

หากคุณมีหนี้สินคงค้างอยู่ อาทิ หนี้บัตรเครดิต หนี้ผ่อนรถยนต์ หากคุณสามารถจัดการได้ ควรรีบจัดการเสียให้หมดก่อนที่คุณจะมีบุตรเพิ่ม เพราะเมื่อคุณมีบุตรเพิ่ม ค่าใช้จ่ายหลักๆ จะเพิ่มขึ้นทันที และคุณจะรู้สึกว่าค่าใช้จ่ายทุกอย่างถาโถมเกินไปหากคุณยังมีหนี้สินก้อนเก่าอยู่ โดยค่าใช้จ่ายที่จะเพิ่มขึ้น ก็อย่างเช่น การปรับปรุงที่พักอาศัย การรักษาพยาบาล เพราะเด็กมักจะป่วยบ่อย ค่าใช้จ่ายต่างๆ ภายในบ้าน รวมถึงค่าเทอมลูก นอกจากนี้ คุณควรเริ่มออมเงินทันทีหลังจากตัดสินใจว่าจะมีลูก เพราะอย่างน้อยช่วงเวลาตั้งแต่ตัดสินใจ จนถึงคลอดลูก ก็กินเวลาเกือบ 1 ปี ซึ่งคุณจะได้หมดห่วงไปนิดแล้วว่า พอคลอดลูกและค่าใช้จ่ายกำลังถาโถม เงินคุณจะไม่ขาดมือ และพอมีลูกแล้ว อย่าลืมตั้งปณิธานที่จำเป็นอย่างเช่น ซื้อของให้ลูกเฉพาะสิ่งที่จำเป็นเท่านั้นอย่ารักลูกมากเกินไป จนกลายเป็นทำร้ายลูก ด้วยการตามใจไปเสียหมด เป็นต้น

อย่าลืมออมให้ตัวเองบ้าง!

ค่าใช้จ่ายเรื่องลูกเป็นเรื่องสำคัญก็จริง แต่กระนั้น คุณก็ควรออมเงินไว้ใช้ในยามที่คุณเกษียนอายุด้วย เพราะวันหนึ่งข้างหน้า ลูกคุณก็ต้องออกเหย้าเรือน และเราก็ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร หากลูกของคุณฐานะทางการเงินไม่ดีนัก คุณก็ไม่สามารถพึ่งพาลูกของคุณไปได้ตลอด เพราะฉะนั้น หากคุณออมเงินเพื่อการศึกษาลูก ก็อย่าลืมแบ่งอีกส่วนหนึ่ง ไม่เกินร้อยละ 10 ของรายได้ เก็บไว้ใช้ยามเกษียนอายุด้วย

ซื้อของให้เป็น

หากมั่นใจแน่เเล้วว่าจะมีลูกหลายคน เวลามีเทศกาลลดราคาสินค้าที่ใหญ่ๆ อย่างเช่น คริสต์มาส หรือปีใหม่ ใช้โอกาสนี้ในการซื้อของใช้จำเป็น เสื้อผ้า หรือของใช้อื่นๆ ที่ไม่มีวันหมดอายุเก็บไว้เลย เพราะเทศกาลใหญ่ๆ คุณอาจได้ของใช้ดีๆ ในราคาถูกกว่ายามปกติถึงร้อยละ 40-70 เลยทีเดียว อย่ารอจนกระทั่งลูกคลอดแล้ว ค่อยซื้อเพราะถึงเวลานั้น คุณจำเป็นต้องซื้อถึงแม้ว่าราคาสินค้าจะแพงก็ตาม นอกจากนี้ เคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ในการซื้อเสื้อผ้าให้ลูกน้อยก็คือ พยายามซื้อเสื้อผ้าที่ใหญ่กว่าไซส์ลูกน้อยประมาณ 1-2 ไซส์ เพราะเด็กคือวัยกำลังโต คุณจะสามารถประหยัดงบไปได้มาก เนื่องจากไม่ต้องซื้อบ่อยๆ นั่นเอง

รู้จักที่จะสอนลูกเรื่องเงินๆ ทองๆ

ปลูกฝังนิสัยการออมเงินให้กับลูก เพื่อช่วยคุณบริหารการเงินในอนาคต เพราะยิ่งลูกโตขึ้น และก้าวสู่วัยรุ่น หากเขาไม่มีนิสัยการใช้เงินที่ดี หรืออดออม คุณจะต้องเสียเงินอีกมาก โดยเฉพาะในยุคที่ผู้คนติดนิสัยวัตถุนิยมมากขึ้น ดังนั้น จงปลูกฝังให้ลุกรู้จักบริหารเงินและอดออมแต่เนิ่นๆ อาจทำเป็นตัวอย่างให้ลูกเห็น หรือทำเป็นการเเข่งขันอย่างสนุกสนานในครอบครัว เช่น หากลูกสามารถออมได้ X บาท สิ้นเดือนคุณจะให้เงินเพิ่มอีก X บาท เพื่อเก็บไว้ในบัญชีของลูกเป็นต้น

หากมีปัญหาเรื่องเงินๆ ทองๆ ติดต่อได้ที่ info@moneyguru.co.thหรือ www.moneyguru.co.th

 

 

 

 

 

 

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน