ขับรถลุยน้ำ ทำอย่างไรให้ปลอดภัย

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "ไลฟ์สไตล์"

June 9, 2015


ขับรถลุยน้ำกรมอุตุวิทยาได้แจ้งเตือนว่า ในช่วงวันที่ 9-10 มิถุนายน กรุงเทพมหานครจะมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 11-14 มิ.ย. มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ถึงกระจาย ร้อยละ 30-60 ของพื้นที่ และในตอนนี้ก็มีน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ทำให้คนที่ต้องขับรถไปทำงานต้องเจอกับสภาพรถติดเป็นเวลาหลายชั่วโมง
เนื่องจากการ ขับรถลุยน้ำ เป็นสภาพการเดินทางที่ไม่ปกติสำหรับเครื่องยนต์ของเราทุกคน ดังนั้น เรามาดูกันดีกว่าว่า เมื่อเรามีเหตุจำเป็นต้องใช้รถในการเดินทางขณะเกิดน้ำท่วม เราต้องทำอย่างไรเพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด
  1. สังเกตระดับน้ำว่าลึกขนาดไหน อาจมองจากขอบทางเดินถนน หรือ ถ้ามีรถคันอื่นขับผ่านถนนเส้นนั้นอยู่ ให้ลองกะดูจากสายตา หากคุณขับรถเก๋งคุณสามารถลุยน้ำได้หากระดับน้ำไม่เกิน 30 ซ.ม. ไม่อย่างนั้นอาจเครื่องดับ
  2. ปิดแอร์! เพราะเมื่อเปิดแอร์ พัดลมจะทำงานและพัดน้ำให้กระจายไปทั่วห้องเครื่อง น้ำนี้แหละทำให้เครื่องดับได้
  3. ขับช้าๆ ด้วยระดับความเร็วที่มั่นคง ใช้เกียร์ต่ำ คือเกียร์ 1-2 และรักษาอัตราเร่งไว้ให้ได้ประมาณ 1500-2000 รอบ ต่ำกว่านี้เครื่องอาจดับ สูงกว่านี้อาจจะดูดอากาศและน้ำเข้าเครื่องได้อีก สำหรับเกียร์ออโต้ ใช้เกียร์ L จำไว้ว่า ขับช้าๆ อย่าหยุด อย่าเร่งเร็ว
  4. การขับเร่งเครื่องอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่คนเดินถนนและผู้ใช้รถคนอื่นๆ ได้ โดยรถอาจลอยขึ้นจากถนนและทำให้คุณควบคุมรถไม่ได้ น้ำสกปรกอาจกระเด็นไปโดนคนเดินถนน และการเร่งเครื่องจะทำให้เครื่องเกิดความร้อน พอเครื่องเกิดความร้อน พัดลมใบพัดเพื่อระบายความร้อนทำงาน พอพัดลมทำงาน ก็จะพัดน้ำให้กระจายเต็มห้องเครื่องนั่นเอง
  5. เลี่ยงไม่ขับผ่านตรงที่มีสายไฟฟ้าจมลงไป เดี๋ยวไฟดูดนะครับ
  6. ดูว่ามีวัตถุอะไรลอยตามน้ำมาไหม เพราะมันอาจขวางหรือชนรถทำให้คุณขับต่อไปไม่ได้
  7. พยายามรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า เพราะระบบเบรกแช่น้ำอยู่ ประสิทธิภาพจะต่ำลง
  8. หากเจอพื้นที่ที่มีน้ำไหล ลึกประมาณ 4 นิ้ว อย่าขับรถผ่านตรงนั้นเด็ดขาด เพราะคุณกับรถอาจโดนกวาดไปพร้อมกับสายน้ำได้
  9. หากเครื่องดับระหว่างอยู่กลางน้ำ อย่าสตาร์ทเครื่องเพราะเครื่องยนต์อาจได้รับความเสียหาย ให้โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือหรือเรียกคนที่อยู่ภายนอกรถให้ช่วย และสุดท้าย
  10. เมื่อขับรถสวนกับรถอีกคันให้ลดความเร็วลง ไม่งั้นจะเป็นการทำคลื่นชนคลื่น ทำให้น้ำกระเด็นไปทำอันตรายต่ออุปกรณ์ภายในรถทั้งสองคันได้
หลังพ้นพื้นที่ที่มีน้ำท่วม
  1. ให้ทดสอบเบรกโดยการขับช้าๆ และเบรกเป็นช่วงๆ เพื่อให้ผ้าเบรกแห้ง และดิสเบรกจะแห้งเร็วกว่าดรัมเบรก
  2. อย่าพึ่งดับเครื่องยนต์ทันที จอดทิ้งไว้โดยที่ยังสตาร์ทเครื่องไว้ซักครู่ เพื่อให้น้ำในท่อไอเสียระเหยออกไปให้หมด ซึ่งอาจจะมีไอออกมาจากท่อ นี่คือสิ่งปกติ หากคุณดับเครื่องทันที ท่อไอเสียอาจจะผุได้
การดูแลรถหลังจากนั้น
  1. ล้างรถให้สะอาด ฉีดน้ำเข้าท้องรถ ล้อรถ กำจัดเศษหินดินทราย เศษหญ้า ใบไม้ เพราะอาจทำให้เกิดไฟไหม้ได้
  2. เปลี่ยนน้ำมันเกียร์ เพราะจะมีน้ำซึมเข้าไปในระบบเกียร์ทำให้พังได้
  3. เช็คลูกปืนล้อ เมื่อแช่น้ำนานอาจทำให้เกิดเสียงดัง
  4. ตรวจสอบพื้นพรมในรถ เปิดผ้ายาง รื้อพรม เพื่อป้องกันการติดเชื้อราในพรมและการเจริญเติบโตของเชื้อโรคต่างๆ
  5. ตรวจสอบระบบต่างๆ ให้อยู่ในความเรียบร้อย หากพบอะไรที่ผิดปกติให้นำรถเข้าศูนย์เช็คสภาพรถด่วน
จะเห็นได้ว่าการ ขับรถลุยน้ำ มีอะไรที่ต้องระวังมากกว่าปกติหลายเท่าและหากรถของคุณได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม การมีประกันรถยนต์ ที่ให้ความคุ้มครองแก่ความเสียหายจากภัยทางธรรมชาติจะช่วยแบ่งเบาเรื่องค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมได้อย่างมาก
เปรียบเทียบประกันรถยนต์จากบริษัทชั้นนำทั่วประเทศได้ที่ MoneyGuru.co.th นะครับ ดูแลตัวเองให้ดีและรักษาสุขภาพกันด้วยนะครับทุกคน!
ขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก
https://www.progressive.com/vehicle-resources/flood-safety/
http://www.rac.co.uk/advice/winter-driving/driving-in-heavy-rain-and-flooding
http://www.theaa.com/motoring_advice/seasonal/floods-and-wet-weather.html
http://www.telegraph.co.uk/motoring/road-safety/10210793/How-to-drive-through-floods.html
http://www.kwamru.com/40
http://radio.prd.go.th/kamphaengphet/ewt_news.php?nid=10&filename=index

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน