การเล่นโทรศัพท์ ในขณะขับรถ อันตรายกว่าการเมาแล้วขับจริงหรือ?

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "ไลฟ์สไตล์"

December 29, 2015


TH_BLOG_TextingDriving

ใกล้เข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวเข้าไปทุกที ซึ่งช่วงนี้ถือได้ว่าเป็นช่วงที่มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุสูงสุดแทบทุกปี และเมื่อพูดถึงอุบัติเหตุ วันนี้ MoneyGuru.co.th ได้ค้นพบสาเหตุที่มีความเสี่ยงสูง นั่นก็คือ การเล่นโทรศัพท์ หรือการส่งข้อความสั้นจากโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟนนั่นเอง ซึ่ง การเล่นโทรศัพท์ นับว่าเป็นรูปแบบการสื่อสารที่รวดเร็วอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันนะคะ และกลุ่มวิจัย Pew Research ของสหรัฐอเมริกา ก็ได้ทำการศึกษาออกมาแล้วว่า ในปี 2009 และ 2010 มีจำนวนประชากรชาวอเมริกันที่เป็นผู้ใหญ่ร้อยละ 58 วัยรุ่นร้อยละ 66 ใช้โทรศัพท์มือถือในการแชท ซึ่งด้วยอัตราร้อยละที่สูงเหล่านี้ ก็หมายความว่าพวกเขาเสพติดการแชทอยู่ตลอดเวลา
นอกจากการศึกษา การเล่นโทรศัพท์ ในการแชทดังกล่าวแล้ว Pew Research ยังพบอีกว่า มีวัยรุ่นถึงร้อยละ 34 และร้อยละ 47 ในผู้ใหญ่ แชทในขณะขับรถค่ะ อีกทั้ง ในปี 2008 การจราจรทางหลวงเพื่อความปลอดภัยแห่งชาติ (NHTSA) ยังได้รายงานด้วยว่า กว่า 6,000 คนเสียชีวิต และอีกกว่า 5 แสนคนบาดเจ็บ อันเนื่องมาจากอุบัติเหตุที่เกิดจากการแชทแล้วขับ
อย่างไรก็ตาม การศึกษาดังกล่าวไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การแชทแล้วทำให้เกิดอุบัติเหตุโดยตรง แต่ทำขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นว่า การขาดสมาธิในขณะที่ขับรถ อาจทำให้เกิดความรุนแรงตามมาได้ เช่นเดียวกับสิ่งรบกวนอื่น ๆ ที่หันเหความสนใจของเราในขณะที่ขับรถ และถึงแม้ว่างานวิจัยนี้ เป็นเพียงแค่งานวิจัยที่วัดผลกระทบจากการเล่นโทรศัพท์มือถือในขณะที่ขับรถ แต่ในงานวิจัยยังบอกด้วยว่า การเล่นโทรศัพท์มือถือในขณะที่ขับรถนั้น เป็นอันตรายมากกว่าการเมาแล้วขับอีกด้วย เพราะการที่เราเล่นโทรศัพท์มือถือในขณะที่เราขับรถ จะทำให้เราละสายตาจากถนน และการละสายตาจากถนนแค่เพียงชั่วเสี้ยววินาทีนี้เอง ที่สามารถทำให้เกิดอุบัติเหตุมาแล้วจำนวนมาก นี่เอง จึงเป็นเหตุผลที่หลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ได้ออกกฎหมายห้ามให้ผู้ขับขี่ทุกคนเล่นโทรศัพท์มือถือหรือแชทในขณะขับรถ
ในปี 2009 ได้มีงานทดลองเพื่อพิสูจน์ว่า การใช้โทรศัพท์มือถือในขณะที่ขับรถ มีอันตรายมากกว่าการเมาแล้วขับจริงหรือไม่? ซึ่งในการทดลอง พวกเขาได้ให้อาสาสมัคร 2 คนมาขับรถ โดยคนหนึ่งขับรถโดยไม่มีสิ่งใดมารบกวน ในขณะที่อีกคนหนึ่งต้องเล่นโทรศัพท์มือถือระหว่างขับรถไปด้วย ในส่วนของคนที่เล่นโทรศัพท์มือถือและขับรถไปด้วยนั้น พวกเขาจะเบรกรถทุก ๆ 56.3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนคนที่ไม่เล่นโทรศัพท์มือถือในระหว่างที่ขับรถจะเบรกทุก ๆ 112.7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเมื่อเทียบกันแล้ว แสดงให้เห็นว่าคนขับรถทั้งสองมีช่วงเวลาในการเบรกที่ค่อนข้างห่างกันมาก
นอกจากการทดลองครั้งแรกแล้ว ยังมีการทดลองครั้งที่สอง โดยการให้อาสาสมัคร 2 คนมาขับรถ ซึ่งคนหนึ่งดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับรถ ส่วนอีกคนไม่ดื่มแอลกอฮอล์แต่ใช้โทรศัพท์มือถือระหว่างขับรถ โดยผลทดสอบพบว่าคนที่ดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับรถมีการตอบสนองหรือมีสติที่ดีกว่าคนขับรถแล้วเล่นโทรศัพท์ไปด้วย ซึ่งนั่นหมายความว่า การเล่นโทรศัพท์ขณะขับรถ ส่งผลกระทบรุนแรงกว่าการเมาแล้วขับ เป็นเรื่องจริง
แม้ว่าการเมาแล้วขับจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุน้อยกว่าการใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ แต่ MoneyGuru.co.th ก็ไม่แนะนำให้ผู้อ่านทุกท่านทำนะคะ เพราะการเมาแล้วขับก็ยังคงมีความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุเช่นกันค่ะ ซึ่งหากคุณผู้อ่านอยากอ่านบทความดี ๆ แบบนี้อีก สามารถติดตามต่อได้ที่ บล็อก ที่เว็บไซต์ MoneyGuru.co.th ค่ะ

เปรียบเทียบเบี้ยประกันภัยรถยนต์ฟรี คลิกเลย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: Howstuffworks, Distracteddriveraccidents, Bisociety

 

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน