กล้องรถยนต์ เลือกอย่างไรให้โดนใจและได้คุณภาพ

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "driving tips,ประกันรถยนต์,ไลฟ์สไตล์"

March 7, 2017


กล้องรถยนต์

การขับขี่รถยนต์บนท้องถนนนั้นอาจมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การมี กล้องรถยนต์ ไว้บันทึกภาพทุกการเดินทางของคุณจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะถือว่าเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่บอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าคุณจะหา กล้องรถยนต์ ที่มีคุณภาพ ใช้งานได้จริงแบบไม่มีปัญหา ก็คงต้องเลือกกันมากหน่อย แล้วจะต้องเลือกแบบไหน มีวิธีการเลือกอย่างไรบ้าง MoneyGuru.co.th มีเคล็ดลับมาฝาก

ความละเอียดในการบันทึก

คุณภาพของวิดีโอที่บันทึกเป็นสิ่งสำคัญที่คุณต้องคำนึงถึงเป็นอันดับต้น ๆ จะนำไปใช้งานจริงได้หรือไม่ก็อยู่ที่ตรงความละเอียดในการบันทึกนี่แหละค่ะ ปัจจุบันความละเอียดของกล้องติดรถยนต์ควรต้องอยู่ที่ระดับ FULL HD (1080p) หรือ HD Ready (720p) เพราะที่ความละเอียดระดับนี้คุณสามารถที่จะนำภาพวิดีโอที่ได้ไปใช้งานจริงโดยไม่มีปัญหาแน่นอน แต่การจะได้มาซึ่งความละเอียดระดับ FULL HD แท้ ๆ หรือไม่นั้น มีองค์ประกอบหลักนั่นก็คือ เลนส์และชิปประมวลผลที่ต้องทำงานควบคู่กัน เพียงสเปกที่ระบุไว้ว่ารองรับได้ถึง FULL HD เวลาใช้งานจริงอาจจะทำได้เพียง 480p ก็อาจจะเป็นได้ค่ะ

FPS สูง ภาพเคลื่อนไหวที่สมจริง ลื่นไหล

FPS ย่อมาจาก Frame Per Second แปลเป็นไทยว่า อัตราเฟรมภาพต่อวินาที เป็นหน่วยวัดการบันทึกภาพนิ่งของภาพเคลื่อนไหวในกล้องวิดีโอต่อ 1 วินาที เช่น 25 FPS หมายถึงใน 1 วินาทีจะมีภาพนิ่งถูกบันทึกต่อเนื่องกัน 25 ภาพ แน่นอนว่าค่า FPS มากจะส่งผลให้ภาพเคลื่อนไหวที่ได้มีความต่อเนื่องลื่นไหล แต่หากค่า FPS ต่ำภาพเคลื่อนไหวจะดูกระตุกไม่ต่อเนื่อง ซึ่งสำหรับกล้องติดรถยนต์แล้ว ค่า FPS ที่สูงเกินไป อาจจะมีผลเสียมากว่าผลดี เพราะทำให้สิ้นเปลืองหน่วยความจำมากกว่าปกติ เนื่องจากไฟล์วิดีโอที่มีขนาดใหญ่มากนั่นเองค่ะ ดังนั้น ถ้าจะให้ดี ค่า FPS สำหรับกล้องติดรถยนต์จึงไม่ควรสูงมากจนเกินกว่า 30 FPS อย่างต่ำสุด 25 FPS ก็จะเพียงพอต่อการใช้งานค่ะ

ถ่ายวิดีโอเวลากลางคืนได้ดี

การใช้งานในสภาวะที่มีแสงน้อย หรือเวลากลางคืนนั้น จำเป็นและมีความสำคัญไม่แพ้กับคุณภาพของวิดีโอที่ได้ เพราะเมื่อเริ่มบันทึกภาพก็ต้องบันทึกไปตลอดการเดินทาง คุณไม่สามารถรู้ได้เลยว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นเวลาไหน กล้องติดรถยนต์ที่สามารถใช้งานในสภาวะที่มีแสงน้อย หรือเวลากลางคืนได้ดีจึงต้องมีตัวช่วย ซึ่งตัวช่วยระดับพื้นฐานสุด ๆ ก็ต้องมีอินฟาเรด ซึ่งคุณจะพบได้ในกล้องติดรถยนต์รุ่นล่าง ๆ ราคาประหยัดก็ช่วยได้ระดับหนึ่งค่ะ

รูรับแสงก็สำคัญ

รูรับแสง หรือ Lens Aperture ของกล้องติดรถยนต์มีความหมายเดียวกันกับของกล้องถ่ายรูป เป็นตัวควบคุมปริมาณแสงที่จะวิ่งผ่านรูนี้เข้าไปในกล้อง มีหน่วยเรียกว่า “F” หรือศัพท์ของช่างภาพเรียกกันคือ “ค่า F/Stop” ใช้ตัวเลขกำกับแสดงขนาดของรูรับแสง ค่าตัวเลข F น้อย รูรับแสงกว้าง แสงเข้าได้มาก ภาษากล้องเรียกว่า ‘ชัดตื้น’ คือให้ช่วงระยะชัดของภาพน้อย จะให้ภาพที่คมชัดมากที่สุดตรงจุดโฟกัส ในขณะที่หากค่าตัวเลข F มาก รูรับแสงแคบลง แสงเข้าได้น้อย เรียกว่าชัดลึก คือให้ช่วงระยะชัดของภาพมาก ภาพที่ได้จะคมชัดเท่ากันทั้งภาพ ซึ่งสำหรับกล้องติดรถยนต์แล้ว ค่า F มาก ทำให้คมชัดทั้งภาพ เหมาะสมกับการใช้งานมากกว่าค่ะ

มุมมองของ กล้องรถยนต์ ที่ใช้งานได้จริง

มุมมองของกล้องก็เป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจ การที่กล้องมีมุมมองกว้างมากเกินไปหรือแคบมากเกินไปก็ใช่ว่าจะดีนะคะ มันควรต้องอยู่ตรงกลางความพอดีที่ใช้งานได้จริง หากกล้องมีมุมมองแคบเกินไป ก็อาจจะครอบคลุมหน้ารถได้ไม่หมดโดยเฉพาะรถยุโรป กล้องที่มีมุมมองกว้างมาก ก็ช่วยให้เก็บรายละเอียดทั้งสองข้างทางของภาพได้มากกว่าก็จริง แต่ส่วนใหญ่จะส่งผลกระทบกับภาพวิดีโอหรือภาพนิ่งด้านหน้าตรงที่บันทึก เพราะลักษณะของภาพที่ได้จะเหมือนถูกซูมออกมา ภาพตรงกลางจะถูกบีบเพื่อเก็บภาพด้านข้างได้มากขึ้น จึงไม่ชัดเท่าที่ควร และยังทำให้ระยะของภาพผิดเพี้ยน ดูไกลขึ้นกว่าระยะจริงที่เกิดขึ้นอีกด้วยค่ะ

ระบบ G-sensor เก็บได้ทุกเหตุการณ์

เบรกรถกะทันหัน รถเกิดอุบัติเหตุ หรือเกิดเหตุอะไรก็ตามแต่ แน่นอนว่ามันจะต้องมีแรงสั่นสะเทือนหรือแรงกระแทกเกิดขึ้น ระบบ G-Sensor (หรืออาจจะมาในชื่อเรียกอื่น) ที่ติดมากับกล้อง จะทำหน้าที่ตรวจจับแรงสั่นสะเทือน หรือแรงกระแทกที่เกิดขึ้นกะทันหันนี้ เพื่อทำการล็อกไฟล์วิดีโอที่บันทึกอยู่ในช่วงเวลานั้น เพื่อแยกออกมาเก็บเป็นไฟล์พิเศษต่างหากจากช่วงเวลาที่บันทึกปกติ และจะถูกป้องกันไม่ให้ช่วงเวลาดังกล่าวถูกบันทึกวนซ้ำเมื่อหน่วยความจำเต็ม ถึงแม้ลบด้วยคอมพิวเตอร์ก็ทำไม่ได้ ต้องฟอร์แมตการ์ดความจำสถานเดียวจึงจะลบออกได้ ทำให้คุณนำมาตรวจสอบย้อนหลังได้สะดวกไม่เสียเวลา ระบบนี้จึงมีความสำคัญและถือเป็นฟังก์ชันพื้นฐานที่กล้องติดรถยนต์ต้องมีนะคะ

ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหว (Motion Detect)

ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหว (Motion Detect) จะทำงานทันทีเมื่อมีการเคลื่อนไหวเกิดขึ้นผ่านหน้ากล้องหรือหน้ารถยนต์ของคุณ โดยจะบันทึกเป็นไฟล์วิดีโอออกมาเก็บไว้ในทุก ๆ การเคลื่อนไหวที่ตรวจจับได้ ไฟล์ที่ได้จะมีขนาดเล็กและมีเฟรมเรทที่ต่ำเพื่อไม่ให้สิ้นเปลืองพื้นที่ของการ์ดหน่วยความจำ เจ้าระบบตรวจจับความเคลื่อนไหว (Motion detect) จะใช้งานได้ก็ต่อเมื่อคุณเปิดกล้องทิ้งไว้เฉย ๆ แต่ไม่ได้ทำการบันทึกภาพวิดีโอไว้นั่นเองค่ะ เช่น ขณะรถติดหรือคุณจอดรถทิ้งไว้เฉย ๆ ที่ลานจอดรถ และต้องการที่จะรับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะรถจอดอยู่เฉย ๆ ว่ามีใครมาทำอะไรกับรถคุณบ้างนั่นเอง แต่การจะใช้ระบบดังกล่าวนี้ตัวกล้องจำเป็นต้องมีไฟเลี้ยงตลอดเวลา จึงจำเป็นต้องมีอุปกรณ์จ่ายไฟให้กล้องอย่าง Power Bank ต่อกับกล้องไว้ตลอดเวลาค่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับวิธีเลือกซื้อเลือกดูกล้องติดรถยนต์ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ หวังว่าคุณผู้อ่านที่กำลังหาซื้อกล้องติดรถยนต์อยู่คงจะได้ประโยชน์จากบทความนี้ และสามารถไปเลือกซื้อกล้องติดรถยนต์ที่ถูกใจได้นะคะ และหากท่านใดอยากจะติดตามบทความและข่าวสารเกี่ยวกับรถยนต์ การเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกันรถยนต์ ก็สามารถกด Subscribe เพื่อรับสาระความรู้แบบนี้จาก MoneyGuru.co.th ได้เลยค่ะ เราจะส่งตรงถึงอีเมลของคุณทุก ๆ สัปดาห์

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน