กลยุทธการตลาด สุดล้ำ ที่มักหลอกให้คุณเสียเงินได้เสมอ

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "ไลฟ์สไตล์"

March 10, 2017


กลยุทธการตลาด

ทุกวันนี้เหล่านักชอป ถูกจับตามองจากนักการตลาดชั้นเซียน ผู้ซึ่งศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคเช่นคุณมาอย่างละเอียด และพยายามทุกวิถีทางที่จะทำให้คุณยอมจ่ายเงิน MoneyGuru.co.th จึงขอนำเสนอ กลยุทธการตลาด ต่าง ๆ ที่หลอกล่อผู้บริโภคให้ควักเงินออกจากกระเป๋ามาฝากกันค่ะ

ทำภาพสินค้าสวยงามเกินจริง

การตลาดแบบนี้จะเน้นความน่ากินน่าใช้ และทำให้สินค้าต่าง ๆ เช่น แฮมเบอร์เกอร์ ดูน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น โดยทำการจ้างช่างภาพฝีมือดี บวกกับการตกแต่งภาพในคอมพิวเตอร์ เพียงแค่นี้ก็สามารถทำให้ลูกค้า รู้สึกอยากเข้ามาซื้อสินค้าเมื่อได้เห็นโฆษณาแล้ว เทคนิคนี้ยังใช้ได้ดีกับบริษัทที่ทำการค้าขายผลไม้และผักใบเขียว ซึ่งภาพสวยงามที่น่าดึงดูดน่ารับประทานเหล่านี้นี่เอง ที่ทำให้เราหลงเข้าไปซื้อโดยที่ไม่ได้วางแผนเอาไว้มาก่อนเลย!

การจัดวางของผลิตภัณฑ์

คุณผู้อ่านลองสังเกตดูสิคะ เวลาที่คุณเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ตต่าง ๆ คุณจะเห็นว่าชั้นวางของตรงกลาง หรือที่อยู่ในระดับสายตา หรือที่เรียกกันว่า “Golden shelves” นั้น มักจะเป็นที่ประจำของเหล่าแบรนด์สินค้าชั้นนำเสมอ ในขณะที่ชั้นวางสินค้าด้านบนและล่าง ส่วนใหญ่จะเป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่ไม่มีแบรนด์ หรือแบรนด์ที่ไม่เป็นที่รู้จักมากนัก อย่างไรก็ตาม

ชั้นวางของ “Golden shelves” นั้น โดยปกติจะมีค่าเช่าพื้นที่ที่ค่อนข้างสูงมาก ซึ่งบริษัทยักษ์ใหญ่เจ้าของสินค้าแบรนด์ดัง ก็พร้อมที่จะทุ่มเงินเพื่อจะได้วางสินค้าของตัวเองที่ “Golden shelves” นี้ และนี่เองเป็นเหตุให้มีผลกระทบต่อราคาของสินค้าที่คุณจ่ายไปด้วย เพราะราคาสินค้าเหล่านั้น ได้ถูกบวกค่าโฆษณาและค่าเช่าพื้นที่ขายไปด้วยนั่นเอง อย่างไรก็ตาม หากคุณไม่อยากตกเป็นเหยื่อการตลอดนี้ เพียงแค่เปรียบเทียบราคาและคุณภาพของสินค้าทุกชั้นก่อน เพื่อให้ได้ราคาที่ถูกและเข้ากับความต้องการของคุณที่สุดค่ะ

กลยุทธการตลาด แบบมานุษยรูปนิยม

มานุษยรูปนิยม หมายถึงแนวโน้มที่คนเราจะลงทุนไปกับสิ่งที่เหมือนหรือคล้ายคลึงกับมนุษย์ ยกตัวอย่างง่าย ๆ คือ การโต้เถียงกับคอมพิวเตอร์เมื่อพวกมันทำงานไม่ถูกต้อง, ตั้งชื่อให้กับรถยนต์ และการพูดคุยกับสัตว์ราวกับว่าพวกมันเป็นคน นั่นจึงทำให้ภาพยนตร์การ์ตูน เช่น Cars, Minions, หรือ Toy Story มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล และถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดีของการตลาดในแบบ มานุษยรูปนิยม

ดังนั้นเมื่อบริษัทต่าง ๆ ใช้สัญลักษณ์สัตว์เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการขาย และการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ดังเช่น ตัวการ์ตูนที่เป็นมาสคอตของสินค้าต่าง ๆ จะยิ่งทำให้ผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะสนใจกับตัวละครในบรรจุภัณฑ์มากขึ้น ดังนั้น มานุษยรูปนิยม จึงช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจให้กับผู้บริโภค และในที่สุดก็ทำให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทนั้น ๆ มียอดขายที่เพิ่มขึ้นได้

รถเข็นชอปปิงขนาดใหญ่

เมื่อคุณใช้รถเข็นชอปปิงแทนตะกร้า เชื่อไหมคะว่าคุณมีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายมากขึ้นถึง 40% เลยทีเดียว แม้ว่าคุณจะไม่ได้มีความตั้งใจจะซื้อสินค้าขนาดใหญ่หรือจะตุนอาหารอะไรเลย! นอกจากนี้ หากคุณลองสังเกตดูดีดี ซูเปอร์มาร์เก็ตต่าง ๆ จงใจที่จะวางตำแหน่งสินค้าสำคัญ ๆ เช่น อาหาร ไว้ที่ปลายสุด หรืออยู่หน้าสุดของห้องโถงในซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการทำให้คุณต้องเสียเงินเพิ่ม อีกทั้งในซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งมักทำทางเดินแบบทิศทางทวนเข็มนาฬิกา เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้ซื้อซื้อสินค้าอื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในรายการสินค้าที่คุณจะซื้อด้วยนั่นเอง

สภาพแวดล้อมที่ชวนให้สับสน

หากคุณผู้อ่านเดินเข้าไปที่ห้างสรรพสินค้าหรือซูเปอร์มาร์เก็ต คุณผู้อ่านอาจไม่เคยสังเกตเห็น ว่าห้างสรรพสินค้าหรือซูเปอร์มาร์เก็ตนั้น ได้รับการออกแบบที่ชวนให้คุณสับสน งุนงง และหลงทางได้ง่าย ๆ ซึ่งการออกแบบนี้เป็นการออกแบบของสถาปนิก Victor Gruen ซึ่ง เขาได้ออกแบบมาให้ห้างสรรพสินค้าส่วนใหญ่ เป็นอาคารแฝดชั้นเดียว เชื่อมโยงกันด้วยทางเดิน มีการรวมกันของร้านค้าหลายร้านภายใต้หลังคาเดียว

ในส่วนของการสร้างซูเปอร์มาร์เก็ต เขาได้ออกแบบด้วยการตกแต่งอาคาร โดยใช้หลอดไฟที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น ไม่มีหน้าต่างหรือนาฬิกา ซึ่งการออกแบบแบบนี้ ยังคงถูกนำมาใช้จนถึงปัจจุบันนี้ เกือบทุกห้างสรรพสินค้าที่ถูกสร้างขึ้นนั้น จะมีสภาพแวดล้อมที่ทำให้คนเกิดความสับสน มึนงง และเพลิดเพลินไปกับการดูสินค้าต่าง ๆ และในที่สุดก็อาจทำให้คุณลืมว่าวัตถุประสงค์ที่แท้จริง ของการเข้ามาเดินห้างหรือซูเปอร์มาร์เก็ตนั้นคืออะไร และหยิบทุกสิ่งที่คุณอยากได้ แต่ไม่จำเป็นลงในรถเข็น

ลดขนาด/ปริมาณ

การลดขนาด/ปริมาณนับว่าเป็นที่ชื่นชอบของผู้ผลิตสินค้าหลายรายเลยทีเดียวค่ะ เพราะทำให้ต้นทุนในการผลิตนั้นลดลง ในขณะที่ราคาขายเท่าเดิม ทำให้เจ้าของแบรนด์สินค้าต่าง ๆ ได้กำไรเพิ่มขึ้นโดยที่ไม่ต้องเพิ่มราคา เพราะหากเพิ่มราคาขึ้น อาจจะทำให้ผู้บริโภคมีความคิดแง่ลบ และไม่ซื้อสินค้า หรือไปเลือกซื้อสินค้าที่คล้ายคลึงกัน แต่มีราคาถูกกว่านั่นเอง

ลดราคาเท็จ

ในซูเปอร์มาร์เก็ตหลาย ๆ แห่งคุณมักจะเห็นป้ายราคาสินค้าที่พิมพ์ราคาที่ลดแล้วด้วยตัวเลขขนาดใหญ่สีแดง แต่มีไม่กี่คนหรอกค่ะที่รู้ว่าราคาบนป้ายนั้นไม่ได้ลดลงอย่างที่เห็นเลย ในความเป็นจริงพนักงานเพียงแค่ “เพิ่ม” ราคาจริงของสินค้าขึ้นมา 20% โดยหวังว่าจะไม่มีใครจำได้ว่าราคาปกตินั้นคือราคาเท่าไร ตัวอย่างของการลดราคาเท็จ เช่น กาแฟและเค้ก ที่มีข้อเสนอในราคาพิเศษ โดยการใส่ป้ายราคาว่า ลดราคาจาก 380 บาท เหลือ 350 บาท ซึ่งในความเป็นจริง ราคาปกติของสินค้าอาจจะอยู่ที่ 360 บาท และถ้ามองกันดี ๆ มันไม่ได้ลดราคาลงมากมายอะไร แต่การลดราคาเท็จ ทำให้สินค้านั้นดูน่าซื้อมากขึ้น เพราะคำว่า “คุ้ม” ที่เกิดขึ้นในหัวของผู้บริโภคเมื่อเห็นคำว่า “Sales” นั่นเอง

หลอกล่อด้วยการเปรียบเทียบราคา

การหลอกล่อด้วยการเปรียบเทียบราคาสินค้าสามารถทำได้ง่าย ๆ ซึ่งจะเห็นได้มากมายตาม สื่อออนไลน์และสื่อโฆษณาต่าง ๆ ทั้งนี้การหลอกล่อด้วยการเปรียบเทียบราคา ทำได้ด้วยการเปรียบเทียบราคาหรือคุณภาพกับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ โดยที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ของตัวเองดูสมเหตุสมผลมากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ยี่ห้ออื่น หรือเปรียบเทียบราคาของขนาดต่าง ๆ ในผลิตภัณฑ์ ให้เห็นถึงความคุ้มค่า วิธีนี้นับว่าเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ในการทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์นั้น ๆ

กำหนดราคาเกินจริง

การกำหนดราคาเกินจริงนี้ นับว่าเป็นอีกหนึ่งกลยุทธการตลาดที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งการทำงานของการกำหนดราคาเกินจริงนี้ ทำได้ด้วยการนำสินค้าที่มีราคาแพงที่สุดมาโชว์เป็นอันดับแรก ในขณะที่สินค้าที่มีราคาถูกจะอยู่ทางด้านหลัง อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการจัดตำแหน่งของราคานี้ จะมีสินค้าที่มีราคาถูกอยู่ด้านหลังก็ตาม แต่เมื่อเทียบกันแล้ว พวกเขาก็ยังคงกำหนดราคาเกินจริงอยู่ดี

ยกตัวอย่างเช่น เซลล์ขายรถยนต์นำเสนอใบราคาในการชำระเงินผ่อนรายเดือน ของรถยนต์แบรนด์หนึ่งที่มีราคารถที่แตกต่างกันมาก แต่ราคาในการผ่อนต่อเดือนไม่ได้ต่างกันมากนัก มันทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกว่าในเมื่อราคาผ่อนไม่ต่างกันเท่าไหร่ ก็ซื้อรถที่มีราคาแพงกว่าไปเลยสิ จ่ายเท่ากันแต่ได้ของแพงกว่า หรูกว่า ใครจะไม่เอา โดยไม่ทันได้คำนึงว่าอาจจะต้องผ่อนชำระรถยนต์ที่มีราคาแพง นานกว่ารถยนต์อีกคันที่มีราคาถูกกว่า

ประโยคโฆษณาเชิงต่อต้าน

“ขอโทษด้วย แต่เราไม่สามารถขายสินค้าชิ้นนี้ให้คุณได้” นี่คือตัวอย่างประโยคของคำโฆษณาแบรนด์รถยนต์ยี่ห้อหนึ่งในต่างประเทศ แล้วคำโฆษณาแบบนี้ สามารถหยุดผู้บริโภคไม่ให้ซื้อสินค้าได้หรือเปล่า? ในทางตรงกันข้าม ประโยคเช่นนี้เสียอีกที่สร้างความสนใจให้กับผู้คน และทำให้ยอดขายของแบรนด์ดังกล่าวพุ่งสูงขึ้น

เห็นไหมคะคุณผู้อ่าน ว่ามีปัจจัยหลายอย่างเลยทีเดียวที่ทำให้คุณต้องเสียเงินเมื่อเข้าห้างฯ หรือซูเปอร์มาร์เก็ต ดังนั้นบทความนี้จะช่วยให้คุณผู้อ่าน ไม่ตกเป็นเหยื่อของการตลาดขั้นเทพที่สามารถรีดเงินคุณไปได้อย่างแยบยลในยุคนี้! และหากท่านใดอยากจะติดตามบทความและข่าวสารเกี่ยวกับรถยนต์ การเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกันรถยนต์ ก็สามารถกด Subscribe เพื่อรับสาระความรู้แบบนี้จาก MoneyGuru.co.th ได้เลยค่ะ เราจะส่งตรงถึงอีเมลของคุณทุก ๆ สัปดาห์

เคล็ดลับการเงิน

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน