E20 ปะทะ E85 แบบไหนคุ้มกว่า มาดูกัน

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "ประกันรถยนต์,เคล็ดลับการเงิน"

November 15, 2016


E20 ปะทะ E85

สมัยก่อนน้ำมันมีไม่กี่ประเภท มีแค่ เบนซิน กับ ดีเซล เท่านั้น แต่สมัยนี้มีน้ำมันทางเลือกเพิ่มมากขึ้นมากมาย ไหนจะแก๊สโซฮอล์ ซึ่งมีแยกเป็น 95 และ 91 อีก ไหนจะ E20 และ E85 วุ่นวายสับสนไปหมด ยิ่งเป็นมือใหม่หัดขับ ยิ่งสงสัยว่าแบบไหนดีกว่ากัน วันนี้ #MoneyGuru.co.th จึงจะมาเปรียบเทียบน้ำมันทางเลือกที่มีราคาถูกอย่าง E20 ปะทะ E85 ให้คุณผู้อ่านเลือกกันค่ะ เผื่อเอาไว้เป็นแนวทางสำหรับใครหลาย ๆ คน

แก๊สโซฮอล์ คืออะไร

ก่อนอื่นเราต้องมาทำความรู้จักกับคำว่า แก๊สโซฮอล์ เสียก่อนว่ามันคืออะไร แก๊สโซฮอล์ Gasohol เป็นคำผสมระหว่าง คำว่า Gasoline (น้ำมันเบนซิน) กับคำว่า Alcohol (แอลกอฮอล์) ซึ่งเกิดจากการนำเอาน้ำมันเบนซินกับแอลกอฮอล์ที่ได้จากการหมักพืชผักทางการเกษตร หรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า Ethyl Alcohol (เอทิลแอลกอฮอล์) เช่น อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด ซึ่งการผสมแอลกอฮอล์ในส่วนนี้ก็เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ในการระบายพืชผลทางการเกษตรที่มีราคาตกต่ำนั่นเอง

แก๊สโซฮอล์ E20 มีส่วนผสมของน้ำมัน 80% และผสมเอทิล แอลกอฮอล์ 20% ตัวเลข E20 จึงหมายถึง น้ำมันนี้มี เอทิล แอลกอฮอล์ ปริมาณ 20% นั่นเอง ซึ่งการที่จะเติมน้ำมัน E20 ได้นั้น ต้องเป็นรถที่ปรับแต่งเพื่อรองรับการใช้งานน้ำมันชนิดนี้โดยเฉพาะ เพราะ เอทิล แอลกอฮอล์ ที่มีมากขึ้นนั้น จะส่งผลเสียต่อบางชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ที่ไม่รองรับน้ำมันประเภทนี้ ซึ่งอาจทำให้เครื่องยนต์เสื่อมสภาพเร็วขึ้น และมีอายุการใช้งานที่สั้นลง

แก๊สโซฮอล์ E85 เช่นเดียวกันกับ E20 แก๊สโซฮอล์ E85 จะมีส่วนผสมของน้ำมัน 15% และจะมีปริมาณ เอทิล แอลกอฮอล์ สูงถึง 85% ตามชื่อ E85 นั่นเอง ซึ่งในปัจจุบัน ผู้ผลิตรถยนต์ค่ายต่าง ๆ เริ่มผลิตรถยนต์ที่สามารถเติม E85 ได้แล้วหลายรุ่น ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้บริโภค โดยแก๊สโซฮอล์ E85 นี้ ถือว่าเป็นเชื้อเพลิงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาก ๆ เนื่องจากมลพิษที่ปล่อยออกมาพร้อมไอเสียนั้นน้อยมาก เมื่อเทียบกับการใช้น้ำมันเบนซินแท้

โดยนอกจาก E20 และ E85 แล้ว ในกลุ่มแก๊สโซฮอล์ ยังมี แก๊สโซฮอล์ 95 และ 91 อีก ซึ่งเราจะไม่นำมาพูดถึงในประเด็นนี้ เพราะเราต้องการเปรียบเทียบ 2 ตัวเลือก ระหว่างน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีราคาถูกที่สุด นั่นคือ E20 และ E85 นั่นเอง

E20 ปะทะ E85 แบบไหนดีกว่ากัน? 

ในแง่ของราคา ในปัจจุบัน E85 มีราคาอยู่ที่ 18.39 บาทต่อลิตร ในขณะที่ E20 มีราคาอยู่ที่ 22.74 บาทต่อลิตร (ราคาจาก ปตท. ณ วันที่ 9 พ.ย. 2016) จะเห็นว่า E85 มีราคาถูกกว่า E20 หรือเรียกง่าย ๆ ว่า ราคาถูกที่สุดในบรรดาน้ำมันเชื้อเพลิง หลายคนอาจจะคิดว่า E85 เป็นคำตอบสุดท้ายสำหรับโจทย์นี้ แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ คุณต้องพิจารณาสิ่งอื่นประกอบอีก

ในแง่ของอัตราสิ้นเปลือง ยิ่งเป็นเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของ เอทิล แอลกอฮอล์ มากเท่าไหร่ ก็จะทำให้รถยนต์วิ่งได้ระยะทางน้อยลงเท่านั้น ดังนั้น ถึงแม้ว่าราคา E85 จะถูกที่สุด แต่มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันมากที่สุด ทำให้ในระยะการเดินทางที่เท่ากัน E85 กลับแพงกว่า E20 เพราะ E20 จะเผาผลาญน้ำมันน้อยกว่าต่อกิโลเมตร เนื่องจากมีปริมาณ เอทิล แอลกอฮอล์ น้อยกว่า E85 นั่นเอง

สรุป ค่าใช้จ่ายที่แพงที่สุด ระหว่าง E20 และ E85 กลับกลายเป็น E85 ที่มีราคาต่อลิตรน้อยที่สุด เนื่องจากอัตราการเผาผลาญของ E85 ต่อกิโลเมตรนั้นมีมากกว่า E20 โดย E85 1 ลิตรจะวิ่งได้ 7.36 กิโลเมตร ในขณะที่ E20 1 ลิตร จะวิ่งได้ 9.88 กิโลเมตร (ข้อมูลจาก manager.co.th) ถ้าหากวิ่งเป็นระยะทาง 100 กิโลเมตร เมื่อคำนวณจากราคาน้ำมันข้างต้น E20 จะใช้ค่าใช้จ่าย 230 บาท สำหรับระยะทาง 100 กิโลเมตร แต่ E85 จะใช้ค่าใช้จ่ายสูงกว่าคือ 249 บาท

ถ้าหากว่าใครคิดจะเติมน้ำมัน E85 เพื่อความประหยัด เพราะหลงคิดว่าราคาต่อลิตรถูกที่สุด เราขอแนะนำว่าให้คุณคิดใหม่ เพราะถ้าเปรียบเทียบกัน E20 กลับประหยัดกว่า ซึ่งเมื่อเทียบกับน้ำมันในกลุ่มแก๊สโซฮอล์ทั้งหมด (ไม่เพียงเปรียบเทียบกับ E85 แต่รวม 95 และ 91 ไปด้วย) E20 ถือว่าประหยัดที่สุด เพราะใช้ค่าใช้จ่ายน้อยที่สุดในระยะทางที่เท่ากัน

หวังว่าบทความนี้ จะช่วยให้คุณผู้อ่าน สามารถประหยัดเงินกับเรื่องการเติมน้ำมันได้มากขึ้นนะคะ และหากคุณต้องการอ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเงิน บัตรเครดิต รถยนต์ และประกันรถยนต์ คุณสามารถกด blog ทีนี่ได้เลยค่ะ MoneyGuru.co.th  และนอกจากสาระความรู้แล้ว คุณยังไม่พลาดสิทธิพิเศษ ข้อเสนอดีๆ จาก ประกันรถยนต์ อีกด้วย

เปรียบเทียบประกันรถยนต์

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน