“ภูมิชีวิต” ถือเป็นเรื่องสำคัญที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ทุกคน ควรสอนและฝึกทักษะให้กับลูกตั้งแต่ยังเล็ก ซึ่งความเข้าใจเรื่องการเงิน ก็เป็นหนึ่งในภูมิชีวิตที่พ่อแม่ทุกคนควรให้ความสำคัญ สำหรับคนที่สงสัยว่าควร สอนลูกเรื่องเงิน อย่างไรดี วันนี้เรามีเทคนิคสอนลูกเรื่องการเงินมาฝาก

สมัครบัตรเครดิตบัตรกดเงินสด

เรื่องสำคัญที่พ่อแม่ควร สอนลูกเรื่องเงิน

สอนลูก เรื่องเงิน

เรื่องการเงินสำหรับเด็ก ไม่ควรถูกตีความหรือเข้าใจว่า แค่ให้หยอดกระปุกเท่านั้น แต่จริงๆ แล้ว เด็กๆ ทุกคน ควรได้เรียนรู้เรื่องการเงินให้ครอบคลุมอย่างน้อย 4 เรื่องสำคัญ ได้แก่

  • ออมเงินได้ (Saving)
  • ใช้เงินเป็น (Spending)
  • หาเงินเก่ง (Earning)
  • ต่อเงินงอกเงย (Investing)

ซึ่งความรู้ด้านการเงินทั้ง 4 หัวข้อนี้ สามารถเป็นความรู้พื้นฐานต่าง ๆ ให้กับลูกหลานได้ตั้งแต่เป็นเด็กเล็ก เรียนชั้นอนุบาลจนกระทั่งเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งการที่พ่อแม่จะ สอนลูก เรื่องเงิน ควรสอนให้เป็นธรรมชาติและเรียบง่าย เป็นขั้นเป็นตอน

สอนลูกเรื่องเงิน ต้องให้ลูกออมได้

หัวข้อนี้คือการสอนให้ลูกรู้ว่า ไม่ควรใช้เงินทั้งหมดที่มีในทันที เพราะเราสามารถเก็บออมเงินไว้สำหรับอนาคตได้ พ่อแม่จึงควรสร้างความเข้าใจพื้นฐานให้กับลูกตั้งแต่วัยอนุบาล ในด้านการอดออม รู้คุณค่าของเงิน เช่น

เริ่มสอนให้เด็กเล็กรู้จักนำเหรียญที่มี มาหยอดกระปุก และเก็บรักษากระปุกนั้นให้ดีด้วยตัวเอง การ สอนลูก แบบนี้ จะช่วนให้เด็กเล็กจะเริ่มเรียนรู้ เรื่องเงิน และจดจำได้ว่า เงินเป็นสิ่งมีค่า การหยอดกระปุกออมสินคือวินัย ที่สามารถนับทรัพย์สินชิ้นใหญ่ที่เขาต้องผิดชอบและดูแล

และเมื่อลูกโตขึ้นสู่วัยประถม พ่อแม่ควรแนะนำ “ธนาคาร” ให้ลูกรู้จัก พาลูกไปเปิดบัญชีออมทรัพย์ที่ธนาคาร ให้เขาแคะกระปุก นับเหรียญ แลกแบงก์ แล้วยื่นฝากเงินเอง การได้เห็นสมุดบัญชีเงินฝากที่มีตัวเงินเพิ่มขึ้น จะให้ความรู้สึกก้าวหน้า สร้างความภูมิใจ และยังสอนเรื่องของดอกเบี้ยเงินฝากได้อีกทางหนึ่งด้วย

สอนลูกเรื่องเงิน ต้องเป็นแบบอย่างที่ใช้เงินเป็น

พ่อแม่ควร สอนลูก เรื่องเงิน ให้รู้ว่าการใช้เงินคือการนำเงินสดไปแลกสินค้าหรือบริการกลับมา ในเมื่อเงินเป็นสิ่งมีค่า ทุกการใช้จ่าย จึงต้องเหมาะสมคุ้มค่าด้วย ซึ่งการสอนให้ลูกใช้เงินเป็น คนเป็นพ่อเป็นแม่ สามารถเป็นแบบอย่างให้ลูกดูได้ เช่น

  • เปรียบเทียบราคาสินค้าทุกครั้งก่อนซื้อ
  • ใช้คูปองลดราคาอย่างชาญฉลาด
  • นับเงินทอนทุกครั้งก่อนเก็บใส่กระเป๋า

ตัวอย่างเหล่านี้ คือรายละเอียดพื้นฐานในการใช้เงินที่สำคัญ นอกจากนี้แล้ว พ่อแม่ควรสอนลูกเรื่องเงินด้วยว่า “อย่าใช้เงินเกินตัว” ไม่ใช่อยากได้อะไรแล้วพ่อแม่ต้องซื้อให้ทั้งหมด ฉะนั้น การสอนให้ลูกรู้จักการยับยั้งชั่งใจ ไม่ซื้อของตามความอยากได้อยากมีชั่วครั้งคราว ก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน

จากนั้น เมื่อลูกเติบโตขึ้นสู่วัยประถม ก็สามารถให้ลูกเรียนรู้จักที่จะบริหารเงินเองบ้าง เช่น ให้เงินลูกใช้เป็นรายสัปดาห์หรือรายเดือน จากนั้นดูว่า เขาสามารถบริหารการเงินให้อยู่ได้ตลอดระยะเวลาที่ตกลงกันไว้หรือไม่ วิธีนี้ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการสอนเรื่องการบริหารและความรับผิดชอบทางการเงินที่พ่อแม่ทุกคนทำได้

คุณค่าของเงิน สอนลูกเรื่องเงิน

หาเงินได้ อีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่พ่อแม่ควรสอนลูก

การจะสอนให้ลูกรู้ว่า การใช้เงินคือการนำเงินสดไปแลกสินค้า/บริการ … การหาเงินก็คือการที่ตัวเราต้องทำงานสร้างสินค้าหรือบริการที่ผู้คนต้องการ เพื่อนำไปขายหาเงิน หารายได้กลับมา ซึ่งเด็กเล็กควรจะต้องเรียนรู้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ว่า เงินไม่ใช่สิ่งที่งอกเงยได้เองจากดิน บนต้นไม้ หรือออกมาจากตู้ ATM

แต่เงินเป็นสิ่งที่ต้องทำงานสร้างสินค้า หรือบริการขึ้นมาขายเพื่อหาเงิน ตัวอย่างเช่น

  • หมอให้บริการทางการแพทย์
  • ทนายความให้บริการทางกฎหมาย
  • วิศวกรโยธาให้บริการสร้างบ้าน
  • เชฟสร้างสินค้าที่เป็นอาหาร ฯลฯ

ตัวอย่างเหล่านี้ เป็นเพียงอาชีพหนึ่งในหลายร้อยและหลายพันอาชีพที่สามารถใช้ทำมาหากินสร้างเงินได้ บางอาชีพต้องใช้วุฒิการศึกษา บางอาชีพไม่ต้องใช้ บางอาชีพได้เงินน้อย บางอาชีพได้เงินมาก บางอาชีพคือเทรนด์อนาคต บางอาชีพกำลังถูกดิสรัปชั่น ฯลฯ

สอนลูกให้ลงทุน รู้จักต่อเงินงอกเงย

การลงทุนคือการวางเงินลงในสินทรัพย์ที่มีโอกาสเพิ่มมูลค่าในระยะยาว การลงทุนที่ดีจะช่วยผ่อนแรงในการสร้างมั่งคั่งได้ คนสมัยก่อน เมื่อมีเงินออมจำนวนหนึ่งเขาจะนำไปลงทุนซื้อ “ทองคำ” เก็บเอาไว้ เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่เพิ่มมูลค่าดีในระยะยาว และยังสามารถใช้เป็นเครื่องประดับได้อีกด้วย เราจึงมักเห็นชุมชนเก่าหลายแห่ง มีร้านขายทองตั้งอยู่กลางชุมชน

ต่อมา เมื่อมีเงินออมมากขึ้นจำนวนหนึ่ง ก็มักจะนำไปลงทุนซื้อ “ที่ดิน” เก็บเอาไว้ เพราะที่ดินเป็นสินทรัพย์ที่เพิ่มมูลค่าในระยะยาว แต่สามารถต่อยอดสร้างเป็นโกดัง หรืออพาร์ทเม้นท์ให้เช่า รับรายได้สไตล์ Passive Income ได้อีกทางหนึ่ง เป็นต้น

สำหรับปัจจุบัน สินทรัพย์เพื่อการลงทุนมีมากมาย นอกจากทองคำและอสังหาฯ ก็ยังมีหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ หุ้นธีมเทคโนโลยี หุ้นธีมการแพทย์ กองโครงสร้างพื้นฐาน ฯลฯ ในวัยมัธยมถึงมหาวิทยาลัย พ่อแม่สามารถปลูกฝังไอเดียในการลงทุน โดยเริ่มจากสิ่งที่เข้าใจง่ายและเป็นหลักการขั้นพื้นฐาน อาทิ

  • การมีทัศนคติที่ดีต่อการลงทุน
  • ไม่เน้นเก็งกำไรในสินทรัพย์เสี่ยงสูง
  • เน้นทยอยลงทุนระยะยาวในสินทรัพย์ที่เติบโต
  • เข้าใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยทบต้น
  • เข้าใจเรื่องเงินปันผลที่ได้จากหุ้นและกองทุน
  • เข้าใจเรื่องความเสี่ยงของสินทรัพย์ลงทุนชนิดต่าง ๆ โดยที่ยังไม่ได้นำเงินไปลงทุนจริง

คุณค่าของเงิน

นอกจากนี้ ยังมีหลักการสอนลูกเรื่องเงินในแง่มุมอื่นๆ อีก เช่น

  • ไม่ตามใจ ให้ทุกสิ่งทุกอย่างแก่ลูก เพราะเด็กที่เติบโตมาพร้อม มีครบทุกสิ่งทุกอย่าง อยากได้อะไรก็ได้หมด จะไม่เห็นคุณค่าของเงิน ดังนั้น ทางที่ดี คุณควรสอนให้พวกเขารู้จักการออมเงิน เพื่อซื้อของที่อยากได้เองตั้งแต่ยังเด็กๆ
  • สอนลูกให้มีความรับผิดชอบ ทั้งในเรื่องของการเงินและการใช้ชีวิต ซึ่งหมายรวมถึงหน้าที่ที่พึงกระทำต่อสังคม เมื่อพวกเขามีความรับผิดชอบต่อชีวิตในแง่มุมอื่นๆ แล้ว ก็จะมีความรับผิดชอบต่อการใช้และการบริหารเงินของตัวเองด้วย
  • สอนลูกให้รู้จักงบประมาณ แม้จะดูยากเกินไปสำหรับเด็กเล็ก แต่สำหรับเด็กโต พ่อแม่ก็สามารถสอนพวกเขาได้ เพราะการทำงบประมาณ ทำให้ลูกของคุณรู้จักการใช้เงิน รู้จักการวางแผน และมีความเป็นผู้ใหญ่ในเรื่องของการใช้เงิน รู้ว่า มีงบประมาณเท่าไรจึงจะใช้ซื้อของได้ และควรมีเงินเหลือเท่าไหร่ ทำให้เกิดนิสัยรอบคอบ มัธยัสต์ และรู้ได้เองว่า อะไรควรซื้อ อะไรไม่ควรซื้อ เป็นต้น
  • ไม่ปล่อยให้ลูกเรียนรู้เอาเอง วลีที่บอกว่า “เดี๋ยวโตขึ้นก็รู้เอง” ประโยคนี้ไม่ควรเอามาใช้ฝึกภูมิชีวิตด้านการเงินกับลูกเลย เพราะเด็ก ๆ ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำ จึงทำให้บางครั้งลูกๆ ละเลยเรื่องการเงิน ไม่ทันคิดให้รอบคอบก่อนใช้จ่าย เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรตามมาบ้าง
  • ปล่อยให้ลูกเรียนรู้จากความผิดพลาด หลายครั้งทีเดียวที่ความผิดพลาดก็เป็นครู คุณพ่อคุณแม่ สามารถปล่อยให้ลูกเรียนรู้เรื่องที่ไม่หนักหนาเกินไปได้ ไม่ควรเลี้ยงแบบไข่ในหิน เพราะการไม่ยอมเปิดโอกาสให้เด็กๆ ของคุณรู้จักความผิดพลาดเลย อาจกลายเป็นหายนะของพวกเขาในอนาคตครับ
  • ไม่สอนลูกให้ลุ่มหลงกับวัตถุ หรือเป็นพวกวัตถุนิยม ควรสอนให้ลูกเห็นคุณค่าของเงินทุกบาท ไม่ตามแฟชั่นจนเกินไป และไม่มองคนที่ภายนอก รวมถึงไม่เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น

วิธีการข้างต้นนี้ พ่อแม่สามารถนำไปใช้สอนลูก เรื่องเงิน ได้ทุกช่วงอายุ ยิ่งสอนให้พวกเขารู้จักใช้จ่าย พวกเขาก็จะเติบโตมาพร้อมกับการรู้คุณค่าของเงิน และใช้เงินเป็น ซึ่งรับรองเลยว่า อนาคตของลูก ย่อมมีความมั่นคง และมีเงินใช้สอยไม่ขาดมือแน่ๆ

สมัครบัตรยูโอบี

ข้อมูลอ้างอิง: Krungsri GURU

ไม่พลาดทุกเรื่องราวข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @MoneyGuruThailand

บทความแนะนำ