ปลุกความมั่งคั่งในตัวคุณ กับ โค้ชเป้ - ตุลยวัต ธรรมเมธาพร - MoneyGuru.co.th

ชวนคุยเรื่องการปรับทัศนคติ และการปลุกความมั่งคั่งในตัวคุณ กับ โค้ชเป้ – ตุลยวัต ธรรมเมธาพร


เคล็ดลับการเงินวันนี้ MoneyGuru ขอชวนคุณมาปลดล็อกศักยภาพไร้ขีดจำกัด กับ นักธุรกิจ ผู้เป็นทั้งโค้ชทางการเงิน และผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาสื่อประสาท (Neuro – Linguistic Programming) อย่าง โค้ชเป้ – ตุลยวัต ธรรมเมธาพร เจ้าของเฟซบุ๊กแฟนเพจ Money6Pack รวมถึงชาแนลยูทูปภายใต้ชื่อเดียวกันที่มีผู้ติดตามนับแสนคน ที่ให้เกียรติมาแบ่งปันประสบการณ์ชีวิตที่มีค่าของเขา กับการแก้หนี้กว่า 10 ล้าน สู่การเป็นเจ้าของโครงการบ้านจัดสรร เฟ’ริช ภูเก็ต มูลค่าโครงการกว่า 165 ล้านบาท ในปัจจุบัน

โดยทุกวันนี้ โค้ชเป้ยังคงเผยแพร่ความรู้ทางการเงินเป็นประจำทั้งในเฟซบุ๊กแฟนเพจและยูทูป ด้วยหวังว่าประสบการณ์ที่เขามี จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจและช่วยให้ใครหลายคนมีสุขภาพทางการเงินที่ดีขึ้น

โค้ชเป้ - ตุลยวัต ธรรมเมธาพร

เส้นทางชีวิตที่ลิขิตเอง โค้ชเป้ – ตุลยวัต ธรรมเมธาพร

จากนักธุรกิจร้านโทรศัพท์มือถือ 4 สาขา ที่มีรายได้ต่อเดือน 6-7 แสนบาท (ต่อหนึ่งสาขา) ในจังหวัดชลบุรี มีคอนโดหรูริมทะเล มีรถเปิดประทุนขับ มีนาฬิกา G-Shock ที่ฮิตกันมากในยุคนั้นกว่า 300 เรือน สู่การเป็นหนี้กว่า 10 ล้านบาท หลังมีนโยบายเปลี่ยนค่ายเบอร์เดิม ซึ่งส่งผลกับผู้ประกอบการร้านค้าโทรศัพท์มือถือรายย่อยโดยตรง ทำให้คุณเป้ในวันนั้น ต้องไปขายของที่ตลาดนัดเพื่อแปรสินทรัพย์อย่าง ‘ฟิล์มกันรอย’ ที่มีอยู่เป็นเงิน เพื่อหารายได้ต่อยอดในการพัฒนาตัวเองและรับผิดชอบต่อหนี้ที่ตนมี จนสามารถผันตัวเองสู่การเป็นเจ้าของโครงการบ้านจัดสรร มูลค่ากว่าร้อยล้านบาทได้

หากคุณสงสัยว่าเขาทำได้อย่างไร เราเชื่อว่า บทสนทนาจากนี้ไปจะช่วยไขข้อสงสัยให้คุณได้ และนี่คือเรื่องราวและมุมมองของการปลุกความมั่งคั่งในตัวคุณ ของผู้ชายที่ใครๆ เรียกเขาในวันนี้ว่า โค้ชเป้ – ตุลยวัต ธรรมเมธาพร

โค้ชเป้ เล่าให้เราฟังว่า เขาเคยเป็นคนไม่มีความรู้ทางการเงิน รวมถึงไม่มีความรู้ที่จะจัดการเงินและไม่มีความรู้ในการแก้หนี้มาก่อน แต่เมื่อชีวิตผลักเขาให้ต้องเรียนรู้ เขาจึงไปหาความรู้เพิ่มเติมที่จะทำชีวิตของตัวเองให้ดีขึ้น โดยไม่ยอมให้มีข้อจำกัดไหนมาหยุดเขา

“การที่เราจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ เราจะต้องมีความรู้ มีกำลังใจ และมองเห็นความเป็นไปได้” โค้ชเป้เล่าถึงช่วงเวลาที่เป็นหนี้และต้องไปขายของที่ตลาดนัด ซึ่งช่วงเวลานั้น โค้ชก็ได้ศึกษาช่องทางการทำธุรกิจ รวมถึงหาความรู้เพิ่มเติมที่จะช่วยให้หมดหนี้ และต่อยอดอนาคตของตัวเองไปด้วยพร้อมๆ กัน

ผมเริ่มต้นจากการที่ไม่เหลืออะไรแล้ว อะไรที่พอขายได้ ผมเอามาขายก่อน เอาของเล่นมาแปลงเป็นทุนหมด เริ่มประกาศขายคอนโด ขายรถเปิดประทุน เรียกว่าอะไรที่เกินพอดี ผมทยอยขายหมด จากนั้นผมเริ่มจับทางขายของในตลาดนัดได้ เพราะสังเกตเห็นว่าฟิล์มกันรอยมือถือขายได้ สมัยนั้นราคาในห้างประมาณ150 บาท ผมมีของค้างสต๊อกอยู่ ก็เลยเอามาขายในตลาดนัดใบละ 49 บาทแล้วมันก็ขายได้ดีด้วย

ตอนนั้นผมต้องการแค่แปลงสินทรัพย์เป็นทุน เลยไม่ได้คิดมากเรื่องกำไรขาดทุน แต่พอขายดีขึ้นเรื่อยๆ ก็เลยไปศึกษาหาวิธีเอาของจากจีนมาขาย จากที่เคยมีทุนแผ่นละ 20 กว่าบาท ก็เหลือ 5 บาท เลยคิดว่าเราขาย 49 บาทได้ ช่วงแรกเปิดร้านในตลาดนัด จากตอนแรกที่เราติดเองสาขาเดียว ก็ขยายไปเรื่อยๆ จนเปิดขยายเป็นแฟรนไชส์ และทำแฟนเพจชื่อ ฟิล์มถูกดี สอนให้คนติดเองเป็น จนขยายสาขาแฟรนไชส์ออกไปได้ประมาณ 500 สาขา ในปีที่ 2”

ช่วงเวลานั้น โค้ชเป้ เล่าว่ามีโอกาสได้อ่านหนังสือพ่อรวยสอนลูก ในหนังสือบอกว่าคนรวยทำอสังหาฯ เขาก็เลยไปหาข้อมูลดูว่าตัวเองจะทำอสังหาฯ ได้อย่างไร จนเป็นที่มาของการตัดสินใจลงเรียนคอร์สลงทุนด้านอสังหาฯ ไปด้วย จนเริ่มมองเห็นแล้วว่าตนเองมีทางที่จะปลดหนี้ได้ เมื่อเพื่อนที่เรียนด้วยกันมาระบายเรื่องการเป็นหนี้จากการลงทุนด้านอสังหาฯ โค้ชเป้จึงลองให้คำแนะนำไป

“ตอนนั้นผมไม่รู้หรอก ว่านั่นคือคุณค่าที่ผมมี ผมแค่อยากช่วยเพื่อน แล้วสิ่งที่มันเกิดขึ้นก็คือเพื่อนๆ เห็นทางออกและนำวิธีที่แนะไปจัดการแก้หนี้ของตัวเองได้สำเร็จ จุดนั้นทำให้ผมคิดถึงตอนที่ขายของอยู่ตลาดนัดว่า ถ้าวันนั้นมีใครมาแนะนำเราได้แบบนี้ก็คงดี วันนั้นเงินเราก็ไม่ค่อยมี มีแต่วงเงินในบัตรเครดิตที่เอามาใช้หมุนเวียนในธุรกิจ ซึ่งการซื้อคอร์สเรียนมันก็แพง ทำไมถึงไม่เอาเรื่องนี้มาสอนให้กับคนที่ต้องการแก้หนี้ เลยเป็นที่มาของการทำเฟซบุ๊กแฟนเพจ Money6Pack” โค้ชเป้ เล่า

ลงทุนกับตัวเองจนเห็นโอกาสใหม่

ต่อมาเริ่มมีคนขายราคาถูกกว่า มีการขายตัดราคา กระแสการติดฟิล์มเปลี่ยนจากฟิล์มกันรอยธรรมดามาเป็นฟิล์มกระจก พอเทรนด์เปลี่ยน โค้ชเป้ก็รู้แล้วว่าไปต่อไม่ได้แล้ว เขาเลยเริ่มมองที่จะเปลี่ยนธุรกิจใหม่ ค่อยๆ เปลี่ยนจากธุรกิจฟิล์มมาทำธุรกิจอสังหาฯ ด้วยการเริ่มต้นจากการเป็นนายหน้า จากความรู้ที่ไปลงคอร์สเรียนเพิ่มเติมมา

“ผมเริ่มจากการเป็นนายหน้า เริ่มจากคอยไปดูว่าคนโน้นทำยังไง คนนั้นทำยังไง มีครูอาจารย์หลายคนมาก จนรู้สึกมั่นใจก็ไปลงมือทำ ผมลองทำไปก่อน ไม่รู้ว่าผิดหรือถูก เจอปัญหาก็แก้เอาหน้างาน ก็เลยค่อยๆ ทำเป็น มองเห็นช่องทางจากจุดต่อจุด เปลี่ยนธุรกิจจากทำฟิล์มมาทำอสังหาฯ ใช้เวลาประมาณ 6 เดือน รายได้จากการเป็นนายหน้าต่อเดือนที่ได้มากที่สุดก็คือเดือนละ 1 ล้านบาท เพราะผมทำสไตล์นักลงทุน ซื้อ เก็งกำไร แล้วก็ขาย ใช้เวลาในการเป็นนายหน้าอยู่ประมาณ 2 ปี พอปีที่ 3 ก็เริ่มเข้าสู่การทำโครงการที่ภูเก็ตเองจากการสนับสนุนของภรรยา แล้วก็มาเข้าวงการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต่อ ซึ่งเป็นช่องทางการสร้างรายได้หลักที่ดูแลชีวิตตัวเองและครอบครัว”

ส่วนการจัดเทรนนิ่ง Awaken Your Wealth ภายใต้ Money6Pack ซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ทำควบคู่กันมา โค้ชเป้ – ตุลยวัต ธรรมเมธาพร แชร์ให้ฟังเพิ่มเติมว่า ไม่ได้มีกำไรหรือรายได้จากตรงนั้น แต่ที่ยังทำอยู่ เพราะอยากแบ่งปัน และอยากให้คนได้ความรู้ โดยโค้ชเป้ จริงจังถึงขั้นไปเรียนเพิ่มเติมเฉพาะทางด้านจิตวิทยาสื่อประสาท (Neuro-Linguistic Programming) เพื่อนำเทคนิคดีๆ มาใช้ทั้งกับการพัฒนาตนเองและแบ่งปันให้กับผู้อื่น

ผมเชื่อว่าทุกคนมีทรัพยากรที่พร้อมจะสำเร็จอยู่แล้ว บางคนแค่ไม่เคยเห็นคุณค่าในสิ่งที่ตัวเองมี แต่กลับไปมองในสิ่งที่ตัวเองขาด สิ่งที่ผมทำคือการเข้าไปขุดความตระหนักรู้ในคุณค่าที่แต่ละคนมีอยู่ในตัวให้ออกมา (Self Esteem) เพราะถ้าเขามองไม่เห็นความเป็นไปได้ที่ดีขึ้นของชีวิต สุดท้ายแล้วก็อาจจะอยากออกจากโลกใบนี้ไปเสียเฉยๆ ด้วยการฆ่าตัวตาย ดังนั้น Awaken Your Wealth หรือปลุกความมั่งคั่งในตัวคุณ ก็คือการทำให้คนได้เห็นตัวเอง ทำให้เขาเห็นถึงวิธีการบริหารจัดการเงิน เห็นความหวัง เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ด้วยการทำให้เขาย้อนเวลากลับไปเปลี่ยนมุมมองในอดีต เพราะสถานการณ์มันเปลี่ยนไม่ได้แล้ว ฉะนั้นการเปลี่ยนมุมมองในอดีตจะช่วยให้พวกเขามีไฟ

จากนั้น เสริมด้วยกระบวนการ NLP หรือ Neuro-Linguistic Programming ซึ่งโฟกัสที่ผลลัพธ์และความสำเร็จ โดย NLP จะช่วยสะท้อนว่า ถ้าฉันอยู่ตรงนี้และฉันอยากจะไปที่เป้าหมายนั้น ฉันจะต้องทำอย่างไร มันคือกระบวนการที่ช่วยให้คนคนหนึ่งสามารถจะไปถึงเป้าหมายที่เขาต้องการได้ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคนเราวันนี้อยากลดความอ้วน เสิร์ชในกูเกิลมีข้อมูลและวิธีการขึ้นมาให้เต็มไปหมด แต่ปัจจัยอะไรที่ทำให้คนนึงทำได้สำเร็จ อีกคนทำไม่สำเร็จ คำตอบก็คือทัศนคติหรือ mindset ของคนๆ นั้น เราเลยต้องเข้าไปดูเรื่องคุณค่าและความเชื่อของคนนั้นเพื่อเปลี่ยนแปลงฐานความเชื่อใหม่ จนก่อให้เกิดการตัดสินใจใหม่ที่ช่วยให้พวกเขามีพฤติกรรมของคนที่ทำสำเร็จได้”

พอหมดคอร์สแล้ว โค้ชจะยังคงจับมือทำงบการเงินกันต่อ พร้อมให้คำแนะนำว่าควรปิดหนี้อันไหนก่อน ดูรายรับรายจ่าย บังคับให้ทำทุกวัน ใครไม่ทำจะถูกดีดออกจากกลุ่ม รวมถึงฝึกให้บริหารชีวิต อารมณ์ และความคิดต่ออีก 1 เดือน เพื่อให้ทุกคนที่ได้เข้าร่วมเทรนนิ่งได้อยู่บนเส้นทางของคนสำเร็จ และสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินให้ดีขึ้นได้อย่างถาวร

จุดเริ่มต้นของความสำเร็จคือลงมือทำ

อย่างที่โค้ชเป้บอกว่า คนเราจะประสบความสำเร็จหรือไม่ อยู่ที่ทัศนคติว่าจะทำหรือไม่ทำ โดยมากของคนที่เลือกจะไม่ทำก็มักจะยกเหตุผลต่างๆ ขึ้นมาประกอบ จนสุดท้ายก็ไม่อาจประสบความสำเร็จกับสิ่งที่ต้องการได้ ในขณะที่คนตัดสินใจทำ ย่อมมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้มากกว่า และตัวอย่างของคนที่ทำได้จริงๆ โดยไม่ยอมให้ข้อจำกัดของตัวเองเข้ามามีอุปสรรคที่จะไม่ทำ … ก็คือโค้ชเป้เอง

เขายอมรับแต่แรกเริ่มว่าเป็นคนไม่เก่งภาษาอังกฤษ แต่ก็ใช้กูเกิลเสิร์ชหาข้อมูลจนเข้าใจการซื้อฟิล์มจากจีนมาขายได้ หรือแม้แต่ตอนเรียนหลักสูตรจิตวิทยาสื่อประสาท ที่มีการบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ เขาก็หาทางให้ตัวเองเรียนจนจบหลักสูตรและได้ประกาศนียบัตรมาครอง “คนที่อยากจะประสบความสำเร็จ เขาจะคิดหาหนทางว่าตัวเองจะทำอะไรต่อได้อีกบ้าง ผมก็คิดแบบนั้นแหละ ผมไม่เก่งภาษา ก็เลยคิดว่าแล้วจะมีใครบ้างที่ช่วยผมได้ เคยเห็นในหนังที่มีล่ามแปลสด ก็เลยคิดออกว่า งั้นเราก็จ้างล่ามมาแปลให้ฟัง” โค้ชเป้บอกเทคนิคเล็กๆ ในการเอาชนะอุปสรรคของเขา

ส่วนเคล็ดไม่ลับที่จะช่วยให้ปลดหนี้ และบริหารการเงินที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพ โค้ชเป้ แนะว่า อันดับแรกต้องเริ่มทำงบการเงินก่อน เพื่อวางแผนการแก้ไขปัญหา “หากคนเราไม่ได้วางแผนการแก้ไขปัญหาไว้ สุดท้ายแล้วก็มักจะใช้อารมณ์ในการแก้ปัญหา ซึ่งการใช้อารมณ์ในการแก้ปัญหา ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่แท้จริง แต่การใช้สติ คิด วิเคราะห์อย่างชัดเจนให้กับสถานการณ์ของตัวเองต่างหาก คือการแก้ปัญหาที่แท้จริง ซึ่งการทำงบการเงิน จะทำให้เราเห็นก่อนว่าจริงๆ แล้ว เรือของเรามีรูรั่วอยู่ตรงไหน จะได้ไปอุดรูรั่วนั้นก่อน เพราะถ้าไม่อุดรูรั่ว ยิ่งเจอคลื่นแรง รู้รั่วที่รั่วอยู่ ก็มีแต่จะขยายเพิ่มมากขึ้น”

การอุดรูรั่วที่เปรียบเทียบให้ฟังก็คือ การเจรจาหนี้ ควรคุยกับเจ้าหนี้เรื่องการจ่าย/หยุด ขอไม่จ่าย การวางแผนการจัดการหนี้ หรือการวางแผนปรับโครงสร้างหนี้ “คุยกับธนาคารหรือคุยกับเจ้าหนี้ ไม่ว่าจะหนี้ในหรือหนี้นอก เพื่อให้งบการเงินของเราเป็นบวก แต่คนหลายคนกลับไม่ยอมทำ ไม่ยอมดูว่าตัวเองมีทรัพย์สินอะไรที่สามารถใช้ปิดหนี้ใดได้บ้าง แล้วก็แก้หนี้แบบไปวันๆ กู้หนี้มาใช้หนี้ แล้วสิ่งที่มันเกิดขึ้นจริงๆ ไม่ว่าจะกู้หนี้มาใช้ กู้เพื่อบริโภค สุดท้ายหนี้ที่มีจะเหมือนดินพอกหางหมู จนไม่สามารถใช้หนี้ใครได้อย่างแท้จริง จากนั้นจะยิ่งพัง”

ถัดไปคือการหารายได้เสริมที่ยุคนี้ ต้องถอดหัวโขนหรือสิ่งที่เคยทำในอดีต บางคนเคยมีเป็นอาชีพที่ดูสูงส่ง มีคุณค่า มีเกียรติ เลยรับไม่ได้ในการที่ชีวิตจะต้องปรับเปลี่ยนไปขับรถส่งของ ส่งอาหาร หรือทำอาหารขาย ในขณะที่หลายคนทำได้ และมีรายได้เดือนละเป็นแสน 

“คนที่รู้จักปรับเปลี่ยนและลงมือทำเลย อาจจะมีความเชื่อหรือมีคุณค่าบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกว่า เขาทำได้ ดังนั้นการดูความเป็นไปได้ในการหาเงินเข้ามาโดยไม่เลือกวิธีการจึงเป็นเรื่องที่ดี เพราะบางคนบอกว่าเงินแค่นี้ไม่พอใช้หนี้หรอก ผมเลยต้องถามกลับว่าแล้วพอกินไหม ที่ให้ไปทำไม่ใช่เพื่อให้รวย แต่ให้ไปทำเพื่อเรียนรู้ว่าคนอื่นเขาเริ่มต้นทำอะไรกันอย่างไร ไปทำเพื่อเรียนรู้ว่ามันมีปัญหาอะไรที่เราจะ connect the dot (ลากเส้นต่อจุด) ได้บ้าง

เพราะวันที่ผมจน แล้วผมต้องไปขายของตลาดนัด วันนั้นเองผมเองก็ไม่รู้หรอกว่าการขายฟิล์มกันรอย จะมีคนซื้อแฟรนไชส์ขยายไปได้ 500 สาขา วันนั้นผมรู้แค่ว่าอยากจะขายของ ผมต้องการขายสินทรัพย์เป็นเงินเท่านั้นเอง และถ้าวันนั้นผมไม่เริ่มต้นจากการไปขายของที่ตลาดนัด ผมคงไม่มีเงินทุนไปลงเรียนเกี่ยวกับอสังหาจนทำให้มีทุกวันนี้ ฉะนั้นการลากเส้นต่อจุดของชีวิต มันสำคัญมาก ผมเลยอยากให้เอาความเป็นไปไม่ได้ในชีวิตออกไปก่อน แล้วหาให้เจอว่าคุณค่าของตัวเองที่มีอยู่คือเรื่องอะไร เราชอบอะไร ทำอะไรได้ แล้วเราช่วยใครได้บ้าง มีใครที่อยากได้คุณไปเป็นลูกจ้าง ก็ให้ไปเรียนรู้กับเขาก่อน”

สุดท้ายนี้ โค้ชเป้ย้ำอีกครั้งว่าแต่ละคนมีจุดคิดที่จะตัดสินใจทำและเลือกแตกต่างกัน สิ่งที่เขาทำได้คือการให้หลักการและให้แนวคิด รวมถึงวิธีการในการที่จะทำให้คนคนหนึ่งสามารถตระหนักรู้และเห็นคุณค่าในตัวเอง พร้อมสามารถมีวิธีบริหารเงินและสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองได้ 

สำหรับผู้ที่สนใจอยากติดตาม โค้ชเป้ – ตุลยวัต ธรรมเมธาพร สามารถติดตามได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ Money6Pack และช่องยูทูป Money6Pack เราเชื่อเหลือเกินว่า ไม่เพียงแต่คุณจะได้แง่คิดดีๆ เกี่ยวกับการบริหารเงิน และบริหารหนี้ที่มีอยู่แล้ว แต่ยังจะได้รับแรงบันดาลใจดีๆ จากโค้ชเป้ เหมือนอย่างที่เราได้รับตลอดการสัมภาษณ์เพื่อเขียนบทความนี้เช่นกัน 

ขอบคุณภาพประกอบจาก