ข่าวดีสำหรับคนมีหนี้บัตรเครดิต  กับ โครงการ คลินิกแก้หนี้ระยะที่ 3  หวังแก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับประชาชน

โดย MoneyGuru.co.th, ในหมวดหมู่ "บัตรเครดิต,สินเชื่อส่วนบุคคล"

February 7, 2020


หลังจากที่ภาระหนี้ต่อเดือนของครัวเรือนไทยปรับตัวสูงขึ้นกว่า   40 % ที่ส่วนใหญ่เกิดจากนี้ส่วนบุคคลเพื่ออุปโภคบริโภคที่มีการผ่อนสั้น ดอกเบี้ยแพงที่มาจากบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดเป็นหลัก ทำให้ในอนาคตประเทศอาจจะได้รับผลกระทบจากการชำระหนี้คืนในอนาคต อันเนื่องมาจากประชาชนมีภาระค่าใช้จ่ายที่มีค่อนข้างสูง แต่สวนทางกับฐานเงินเดือนที่ไม่โตตามภาระหนี้ทำให้ต่อจากนี้จะเกิดปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อาจจะปรับตัวสูงขึ้นไปอีก ดังนั้นทาง ธปท. จึงต้องรีบ แก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับประชาชน ด้วยการ เปิดโครงการ คลินิกแก้หนี้ระยะที่ 3  โดยในวันนี้เราไปดูกันสิว่า คลินิกแก้หนี้ระยะที่ 3 นี้ ขอบเขตการเข้าโครงการนั้นมีอะไรบ้าง

บทความน่ารู้ : อยากหลุดแบล็กลิสต์ ฟื้นเครดิตให้กลับมาดี ต้องทำอย่างไร?

คลินิกแก้หนี้บัตรเครดิต กับ ขอบเขตการเข้าโครงการ ที่ประชาชนต้องรู้

 

คลินิกแก้หนี้บัตรเครดิต

 

หลังจากที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ได้เปิดโครงการ คลินิกแก้หนี้ระยะที่ 3 ทางธปท. ได้ขยายขอบเขตการเข้าโครงการ  เพิ่มขึ้น 3 เกณฑ์ด้วยกันดังนี้

1.สามารถแก้หนี้ที่ไม่มีหลักประกันได้ อาทิเช่น หากเป็นบัตรเครดิต หนี้บัตรกดเงินสดหรือสินเชื่อส่วนบุคคล หากท่านเป็นลูกหนี้รายเดียวก็สามารถเข้าร่วมโครงการได้ทั้นที่ไม่จำเป็นต้องเป็นลูกหนี้ที่มีเจ้าหนี้สอง 2เจ้าขึ้นไปแบบครั้งก่อน

2.ลูกหนี้ที่อยู่ในกระบวนการของศาลและมีคำพิพากษาแล้ว สามารถเข้าโครงการนี้ได้ อาทิ หากลูกหนี้ติดในกระบวนการของศาล ทั้ง คดีแดง คดีดำ  หรือถูกคำสั่งพิพากษาแล้ว ก็ยังสามารถ เข้าโครงการนี้ได้เช่นกัน

3.ปรับคุณสมบัติผู้เข้าโครงการ ให้คนที่เป็นหนี้เอ็นพีแอลก่อน  โดยขั้นตอนนี้มีผลมาตั้งแต่  1 ม.ค. 2563 ที่ผ่านมาสามารถเข้าโครงการได้โดยจากเดิมที่จะต้องเป็นลูกหนี้ที่เข้าโครงการได้ต้องเป็นหนี้เสียก่อน 1 ม.ค. 2562 เท่านั้น

 

 

โครงการ Refinance แก้หนี้บัตรดีเพื่อลดภาระดอกเบี้ยให้ลูกหนี้

ด้านธนาคารออมสิน นอกจากเข้าโครงการคลินิกแก้หนี้ แล้วทางธนาคารยังมีโครงการ Refinance”หนี้บัตรดีเพื่อลดภาระดอกเบี้ยให้ลูกหนี้ดี ที่ยังไม่เป็นหนี้เสีย ให้เข้าโครงการได้โดยโครงการนี้จะลดภาระดอกเบี้ยให้ลูกหนี้ จากเดิมที่ลูกหนี้อาจมีภาระจ่ายดอกเบี้ยสุงถึง 18 -28 % ให้มีภาระดอกเบี้ยลดลง โดยคิดดอกเบี้ยเพียง 8.5-10.58 %  เท่านั้น และโครงการนี้ยังกำหนดวงเงินรีไฟแนนซ์หนี้อยู่ที่ 1 แสนบาทต่อราย โดยโครงการนี้สามารถเข้ารวมได้แล้วตั้งแต่วันที่ 1มี.ค.-สิ้นมิ.ย. 2563 นี้ โดยจะตั้งวงเงินรองรับโครงการนี้ไว้ 10,000 ล้านบาท

“โครงการนี้จะช่วยให้ลูกหนี้ที่มีหนี้ 1 แสนบาท เดิมต้องจ่ายขั้นต่ำ 10% ต้องมีภาระจ่ายถึง 1 หมื่นบาท แต่โครงการนี้ ทำให้ภาระจ่ายลูกหนี้เหลือ 2.5พันบาทต่อเดือน เหลืออีก 7.5 พันบาทไว้ใช้จ่ายได้”

 

สุดท้ายนี้ก่อนจากกันสำหรับท่านผู้อ่านที่ กำลังมีแผนใช้เงินหรือสนใจทำบัตรเครดิตขึ้นมาก็สามารถคลิกเข้ามาได้เลยที่ สมัครบัตรเครดิต เลย เรารับลองว่าแค่ภายใน 1 นาที คุณจะได้รับข้อมูลบัตรเครดิตที่ตรงใจคุณที่สุดจาก MoneyGuru อย่างแน่นอน หรือสอบถามเพิ่มเติมผ่านช่องทางใหม่ เพียงแอดไลน์ (LINE) @MoneyGuruThailand แล้วพบกันค่ะ

 

เปรียบเทียบบัตรเครดิต

 

อ้างอิง ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน