แบงก์กสิกร และทรูมูฟโดนท้วง หลังเหยื่อถูกโจรดูดเงินเกือบล้าน!!

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "เคล็ดลับการเงิน"

August 19, 2016


แบงก์กสิกร

*ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์

วันนี้ (วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม 2559) มีข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก นั่นก็คือข่าวที่เจ้าของร้านประดับยนต์ ถูกมิจฉาชีพทำทีเป็นลูกค้าติดต่อซื้ออุปกรณ์ ก่อนขอเลขที่บัตรประชาชนและบัญชี แบงก์กสิกร สวมรอยเปลี่ยนรหัส hack เงินผ่านบัญชี  แบงก์กสิกร ออนไลน์ ปล้นเงินร่วม 1 ล้านบาท วันนี้ MoneyGuru.co.th จึงนำรายละเอียดของข่าวและวิธีป้องกันมาฝากกันค่ะ

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา นายพันธ์สุธี มีลือกิจ อายุ 28 ปี ชาว จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าของร้าน X-Bar Ayutthaya (เอ็กซ์บาร์ อยุธยา) ทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องประดับยนต์ เดินทางเข้าร้องทุกข์กับตำรวจ กรณีถูกกลุ่มคนร้ายถอนเงินจากบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาอยุธยา ไปจำนวน 986,700 บาท พร้อมนำเอกสารหลักฐาน อาทิ ภาพการสนทนากับคนร้ายและภาพกล้องวงจรปิดเข้าไปให้ตำรวจดดูด้วย

ทั้งนี้นายพันธ์สุธีกล่าวว่า วันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีเฟซบุ๊กชื่อ “วันชัย กบ ยาวิราช” ติดต่อสอบถามสินค้าและสั่งซื้อเอ็กซ์บาร์ใช้ติดตั้งประดับรถยนต์จำนวน 1 ชุด ราคา 48,000 บาท ตนจึงได้ให้เลขที่บัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาอยุธยาไป แต่เฟซบุ๊กดังกล่าวอ้างว่ากลัวโอนเงินแล้วไม่ได้สินค้า ต้องการให้ยืนยันตัวตน ตนจึงส่งบัตรประชาชนให้โดยปิดเลข 13 ตัวไว้ ต่อมาวันที่ 29 กรกฎาคม เฟซบุ๊กดังกล่าวอ้างว่าไม่สามารถโอนเงินให้ได้อีก และบอกว่าต้องสมัคร K-Cyber Banking ของธนาคารกสิกรไทย เพื่อจะได้สะดวกสำหรับการโอนเงิน ตนจึงตัดสินใจสมัคร จากนั้นเฟซบุ๊กดังกล่าวก็เงียบหายไป

กระทั่งวันที่ 31 กรกฎาคม โทรศัพท์มือถือของตนโดนตัดสัญญาณ จึงโทรศัพท์สอบถามกับทางบริษัท ทรูมูฟ จึงทราบว่าได้มีบุคคลมาขอซิมใหม่แต่เบอร์เดิมที่ศูนย์บริการทรูมูฟภายในห้างสรรพสินค้า เมกะ บางนา ตนจึงเดินทางไปสอบถามที่ห้างสรรพสินค้าดังกล่าว ทราบว่า คนร้ายอ้างทำกระเป๋าเงินและโทรศัพท์หาย พร้อมใช้เอกสารสำเนาบัตรประชาชนที่ทำการปลอมแปลง โดยเอาใบหน้าของคนร้ายแปะทับซ้อนรูปตน ส่วนเลขบัตรประชาชน 13 หลัก เป็นเลขของตนอย่างถูกต้อง

จากนั้นเมื่อตรวจเช็กเงินในบัญชี ทราบว่า หายไป 986,700 บาท เมื่อโทรศัพท์ไปสอบทาง call center ของธนาคารกสิกรไทย ทางธนาคารแจ้งว่ามีบุคคลโทรศัพท์มาเพื่อทำการขอเปลี่ยนรหัส K-Cyber จากการตรวจสอบพบว่า มีการกดเงินไปจำนวน 20 กว่าครั้ง ครั้งละ 50,000 – 60,000 บาท โดยครั้งแรกที่ห้างสรรพสินค้าโลตัสบางนา และครั้งสุดท้ายที่จังหวัดเพชรบุรี

นายพันธ์สุธีกล่าวต่อว่า ตนได้ประสานไปยังธนาคารกสิกรไทยและศูนย์บริการทรูมูฟ แต่ยังไม่ได้รับความคืบหน้า จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานมาร้องทุกข์ และคาดว่ากลุ่มคนร้ายทำเป็นกระบวนการมีไม่ต่ำกว่า 5 คน ทั้งนี้ อยากให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ระมัดระวังการแสดงบัตรประชาชนต่อมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาให้ลักษณะลูกค้า

เนื่องจากเหตุการณ์นี้ เป็นเหตุการณ์ที่ใกล้ตัวประชาชนทั่วไปอย่างมาก อาจจะเกิดขึ้นกับใครก็ได้ทั้งนั้น ดังนั้น เราจึงขอเสนอแนะวิธีป้องกัน เพื่อไท่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับคุณผู้อ่านทุกท่านค่ะ

  • รักษาข้อมูลที่เป็นความลับ ไม่ว่าจะเป็นชื่อในการใช้ลงทะเบียน ยูสเซอร์ไอดี รหัสผ่าน หรือล็อกอิน พาสเวิร์ด ในการเข้าใช้บริการธนาคารทางอินเตอร์เน็ต รวมไปถึงไม่มอบข้อมูลเอกสารสำคัญส่วนตัวให้กับบุคคลที่ไม่รู้จัก เพื่อป้องกันการแอบอ้างโดยกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดี

  • อย่าหลงเชื่อการแนะนำชักชวนใด ๆ ของคนแปลกหน้า ที่ให้เราสมัครแอพต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการทำธุรกรรมออนไลน์อย่างเด็ดขาด แม้ว่าคนคนนั้นจะเป็นคนที่เราสนิทสนมก็ตาม

  • ควรศึกษาหาข้อมูลให้ดี ๆ ก่อนจะสมัครระบบหรือแอพฯ ที่เกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ

ถึงแม้ว่า วิธีป้องกันที่เราได้บอกคุณผู้อ่านไปนั้น อาจจะไม่สามารถช่วยป้องการการโจรกรรมในลักษณะนี้ได้ 100% แต่อย่างน้อย ก็ทำให้เหล่ามิจฉาชีพได้ข้อมูลของเราไปทำการโจรกรรมยากขึ้นนะคะ

อ่านบทความเพิ่มเติม : 7 วิธีเทพป้องกันการ โจรกรรมบัตรเครดิต ขณะท่องเที่ยว

นับว่าเป็นอุทธาหรณ์ให้กับใครหลายคนเลยนะคะ เราขอให้คุณผู้อ่านทุกท่านระมัดระวังการทำธุรกรรมทางการเงิน โดยการให้ส่งข้อมูลให้คนอื่นง่าย ๆ และไม่หลงเชื่อคำชักชวนใด ๆ นะคะ และหากคุณอยากรู้ข้อมูลทางการเงินและประกันรถยนต์ ก็สามารถกด Subscribe เพื่อรับสาระความรู้แบบนี้จาก MoneyGuru.co.th ได้เลยค่ะ เราจะส่งตรงถึงอีเมลของคุณทุก ๆ สัปดาห์

^88F1DAD8DE0B831D7F8C30CA8D394E383408EDAAD64EF041D0^pimgpsh_fullsize_distr

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน